โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บุกโกดัง ตัดตอนเครือข่ายลําเลียงยาบ้า ลงภาคใต้

INN News

อัพเดต 10 ส.ค. 2568 เวลา 10.36 น. • เผยแพร่ 10 ส.ค. 2568 เวลา 03.36 น. • INN News

ตํารวจกองปราบฯ ตัดตอนเครือข่ายยาบ้า บุกรวบคนเฝ้าโกดังพักยาก่อนลำเลียงสู่ภาคใต้

เจ้าหน้าที่ตํารวจกองกํากับการ 5 กองบังคับการปราบปราม นํากําลังเข้าจับกุม นายรัฐพร หรือแมว อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และสมคบกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด“

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 ก.ย.2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ได้สกัดจับผู้ลักลอบขนยาบ้ากว่า 13 ล้านเม็ด ได้ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งกำลังจะลำเลียงไปสู่ภาคใต้ ต่อมา กก.5 บก.ป. จึงได้รับมอบหมายให้สืบสวนขยายผลเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว จนกระทั่งทราบแผนประทุษกรรมของ เครือข่ายยาเสพติด กล่าวคือจะมีผู้สั่งการที่คอยสั่งยาเสพติดมาจากทางภาคเหนือ และจะว่าจ้างคนร้ายรับยาเสพติดจากทางเหนือนำยามาพักไว้ที่โกดังเก็บสินค้าพื้นที่โซนภาคกลาง ซึ่งจะมีกลุ่มคนเฝ้าโกดัง คอยเปิดและปิดโกดัง จากนั้นผู้สั่งการจะให้คนร้ายจากทางภาคใต้ ขับรถบรรทุกขึ้นมารับที่โกดังพักยาเสพติดและนำไปส่งยังปลายทางภาคใต้

บุกโกดัง ตัดตอนเครือข่ายลําเลียงยาบ้า ลงภาคใต้

โดย กก.5 บก.ป. สามารถขยายผลจนกระทั่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาซึ่งลักลอบขนยาบ้าได้เพิ่มอีก 5 ล้านเม็ด และได้ยื่นขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว ซึ่งจากการสืบสวนพบว่าผู้ทำหน้าที่เฝ้าโกดังสินค้าคือนายรัฐพรหรือแมว กับพวกอีก 2 คน และยังมีหน้าที่คอยขับรถนำคนร้ายสายภาคเหนือ และคนร้ายสายภาคใต้เข้ามาที่โกดังเก็บยา โดยเครือข่ายดังกล่าวลักลอบขนยาเสพติดมาแล้วไม่ต่ำกว่า 7 – 8 ครั้ง มีเงินทุนหมุนเวียนในเครือข่ายมากกว่า 200 ล้านบาท

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้สืบสวนทราบว่านายรัฐพรหรือแมว ได้หลบหนีไปกบดานและทำงานรับจ้างอยู่ที่ ต.ควนเมา อ.รัษฎา จ.ตรัง จึงเดินทางไปตรวจสอบ และวางแผนจับกุมตัวไว้ได้ จากนั้น นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สำหรับนายรัฐพร หรือแมว หลังจากที่หลบหนีออกจากโกดังพักยาเสพติดแล้ว ได้หลบหนีไปอยู่ที่จังหวัดระยอง และถูกจับกุมในข้อหาครอบครองยาเสพติด อยู่ระหว่างประกันตัวชั้นศาล แล้วหลบหนีอีกจนศาลจังหวัดระยองได้ออกหมายจับไว้แล้วด้วย สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ตำรวจ-ฝ่ายปกครอง บุกตรวจผับดังปากเกร็ด พบยาเคซุกถังน้ำแข็ง ผู้เสพปัสสาวะสีม่วง 16 ราย พร้อมอาวุธมีดหลายเล่ม

พ.ต.อ.จักรพงศ์ นุชผดุง รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี เป็นประธานปล่อยแถวกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 70 นาย ประกอบด้วย พ.ต.อ.อภิศักดิ์ โชติกเสถียร ผกก.สภ.ปากเกร็ด หน่วยปฏิบัติการพิเศษ “พยัคฆ์นนท์ 66”, ฝ่ายปกครองจังหวัดและอำเภอปากเกร็ด ตรวจสอบสถานบริการในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.ปากเกร็ด

เป้าหมายคือ สถานบันเทิงแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด ซึ่งเป็นสถานบันเทิงชื่อดัง เจ้าหน้าที่ได้ทำการสุ่มตรวจค้นผู้ใช้บริการทั้งชายและหญิง ตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด และตรวจค้นหาอาวุธปืน

จากการตรวจสอบภายในร้าน พบยาเสพติดประเภทเคตามีน จำนวน 7 ห่อ ซุกซ่อนอยู่ในถังน้ำแข็งและถูกทิ้งไว้บนพื้นร้าน พร้อมอุปกรณ์การเสพหลายรายการ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นของกลาง ก่อนดำเนินการตรวจปัสสาวะผู้เข้าใช้บริการ พบปัสสาวะสีม่วง รวม 16 ราย แบ่งเป็นชาย 12 ราย และหญิง 4 ราย นอกจากนี้ยังพบอาวุธมีดจำนวน 4–5 เล่ม ซุกซ่อนอยู่ภายในร้าน

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้เสพทั้งหมดส่งเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและบำบัดตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมเก็บหลักฐานยาเสพติด อุปกรณ์การเสพ และอาวุธมีด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด ดำเนินคดีตามข้อหาที่เกี่ยวข้อง โดยจะขยายผลหาผู้ครอบครองและผู้จำหน่ายยาเสพติด รวมถึงตรวจสอบการดำเนินกิจการของร้านว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมายเปิดเกินเวลาหรือไม่ เพื่อพิจารณาดำเนินการขั้นเด็ดขาดต่อไป

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...