โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แอบเอาปลาทอง ปล่อยทิ้งลงน้ำ สร้างปัญหาร้ายแรง ทำลายระบบนิเวศ วอนอย่าหาทำ

Khaosod

อัพเดต 23 ก.ย 2568 เวลา 11.15 น. • เผยแพร่ 23 ก.ย 2568 เวลา 11.15 น.

เจ้าของแอบเอาปลาทอง ปล่อยทิ้งลงน้ำสหรัฐฯ สร้างปัญหาร้ายแรง ทำลายระบบนิเวศ เผชิญวิกฤตวงกว้าง วอนอย่าหาทำ สวนสัตว์ผุดวิธีแก้

เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานว่า ปลาทองที่ถูกเจ้าของใจร้ายแอบนำไปปล่อยทิ้งในทะเลสาบรัฐมินนิโซตา สหรัฐฯ กำลังสร้างปัญหาร้ายแรงต่อระบบนิเวศ เนื่องจากพวกมันโตจนมีน้ำหนักหลายกิโลกรัม แย่งอาหารปลาเจ้าถิ่น ทำลายพืชน้ำ และทำให้น้ำเน่าเขียว

ล่าสุดความร่วมมือระหว่างองค์กรจัดการลุ่มน้ำไนน์ไมล์ครีกและสวนสัตว์มินนิโซตา คิดวิธีแก้โดยการนำปลาทองและปลาคาร์ปที่จับได้มาเป็นอาหารสัตว์ในสวนสัตว์แทนการทิ้ง

ภาพประกอบ

ผลลัพธ์เบื้องต้นออกมาพบว่า หมีสีน้ำตาลชอบกินปลาคาร์ป สิงโตทะเลเริ่มลองกินปลาทอง และ นากแม่น้ำก็สนใจทั้งปลาทองและกุ้งน้ำจืด

โดยโครงการนี้ไม่เพียงช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลสุขภาพสัตว์ในสวนสัตว์อย่างยั่งยืน

ไม่เพียงแต่รัฐมินนิโซตาเท่านั้นที่เผชิญวิกฤติปลาทอง หลายรัฐในสหรัฐฯ เช่น โคโลราโด เนวาดา และล่าสุด เพนซิลเวเนีย ก็พบการระบาดเช่นกัน อย่าง ในเพนซิลเวเนีย เจ้าหน้าที่พบปลาทองยักษ์ขนาดมหึมาในบ่อเมืองอีรี ซึ่งคาดว่ามีคนปล่อยลงไปกว่า 2 ปีก่อน

ภาพประกอบ

เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยงานสัตว์น้ำและสัตว์ป่าแห่งสหรัฐฯ กล่าวว่า “บางคนคิดว่าการปล่อยปลาทองคือการทำความดี แต่แท้จริงแล้ว พวกเขากำลังสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมที่จะอยู่ไปอีกหลายสิบปี”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แอบเอาปลาทอง ปล่อยทิ้งลงน้ำ สร้างปัญหาร้ายแรง ทำลายระบบนิเวศ วอนอย่าหาทำ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...