โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มส.น้อมรับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช กำหนดหลักเกณฑ์ตรวจวัด ต้องมีเจ้าคณะ-พศ.ร่วมทุกครั้ง

The Better

อัพเดต 13 ส.ค. 2568 เวลา 11.08 น. • เผยแพร่ 13 ส.ค. 2568 เวลา 11.07 น. • THE BETTER
มหาเถรสมาคมกำหนดหลักเกณฑ์ตรวจวัด ต้องมีเจ้าคณะผู้ปกครองและ พศ. ร่วมกับตำรวจทุกครั้ง  ห้ามแตะบัญชีส่วนตัวพระ เว้นมีหมายศาล เพื่อป้องกันการปฏิบัติเกินกว่าเหตุ และรักษาศรัทธาประชาชน 

ที่ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร มีการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) โดย สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้นำพระคติธรรมและพระบัญชาของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มาแจ้งต่อที่ประชุม เพื่อเป็นแนวทางพิทักษ์รักษาพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์

สืบเนื่องจากปฏิบัติการ “กวาดลานวัด” ของตำรวจทั่วประเทศ ที่ลงพื้นที่ขอข้อมูลวัด ประวัติพระภิกษุ-สามเณร บัญชีเงินวัด บัญชีส่วนตัว หมายเลขบัตรประชาชน รวมถึงการถ่ายภาพและนับจำนวนตู้บริจาค จนสร้างความวิตกกังวลและความระส่ำระสายแก่พระสงฆ์หลายพื้นที่

สมเด็จพระสังฆราชทรงมีพระบัญชาให้ทุกฝ่ายซักซ้อมความเข้าใจ และประสานงานอย่างรอบคอบ โดยกำหนดให้การลงพื้นที่ตรวจสอบแต่ละครั้ง ต้องมีเจ้าคณะผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ร่วมกับตำรวจ เพื่อป้องกันการปฏิบัติที่เกินกว่าเหตุ หรือเกิดการคุกคามพระสงฆ์

ที่ประชุมยังมีมติให้ พศ. แจ้งไปยังรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อย้ำแนวปฏิบัติว่า ห้ามตรวจสอบบัญชีส่วนตัวของพระ เว้นแต่มีหมายศาล เนื่องจากเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและเสี่ยงต่อการถูกนำข้อมูลไปใช้ในทางมิชอบ

แหล่งข่าวจากที่ประชุมเผยว่า กรรมการ มส. บางรูปตำหนิการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่บางรายที่ไม่ให้เกียรติพระ แม้แต่กรรมการ มส. เองยังถูกขอให้ถือบัตรประชาชนถ่ายรูป เหตุการณ์ดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์จากพระสงฆ์ นักวิชาการ และนักกฎหมายว่าเป็นการละเมิดสิทธิและข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งรัฐธรรมนูญให้ความคุ้มครอง

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า บางวัดถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอาวุธครบมือบุกเข้าตรวจในยามวิกาล สร้างความรู้สึกหวาดกลัวและไม่ไว้วางใจ จนเจ้าอาวาสและพระสังฆาธิการหลายวัดแสดงความตั้งใจลาออก ขณะที่หลายจังหวัดประกาศงดร่วมกิจกรรมกับตำรวจ ส่งผลให้เกิดบรรยากาศความตึงเครียดในสังคม
ปรับแนวทางเก็บข้อมูลพระ-วัด คุมเข้มตรวจสอบการเงิน เคารพความเป็นส่วนตัว

ทั้งนี้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามภัยคุกคามและเสริมสร้างความมั่นคงในพระพุทธศาสนา โดยมีศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทราศุ ที่ปรึกษาคณะทำงานฯ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมด้วยตำรวจสอบสวนกลาง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.ไกรบุญ เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อปรับแนวทางการทำงานร่วมกันระดับปฎิบัติการมีตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจภูธรภาค 1-9 และสถานีตำรวจทั่วประเทศ พร้อมบูรณาการกับกองทัพภาคที่ 1-4 เพื่อชี้แจงไปยัง กอ.รมน.ในจังหวัดต่าง ๆ ให้เดินหน้าเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงพื้นที่ โดยสำนักพระพุทธศาสนาซึ่งมีบุคลากรจำกัดในหลายจังหวัด จะร่วมวางแผนลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับวัดและพระสงฆ์ อาทิ จำนวนพระภิกษุ สามเณร ผู้พักอาศัยในวัดป่าและพระอารามต่าง ๆ การบริหารจัดการภายในวัด ยืนยันว่าไม่ใช่การก้าวล่วงหรือเก็บข้อมูลส่วนตัวของพระ แต่เป็นการสร้างฐานข้อมูลที่สำนักงานพระพุทธศาสนาได้ดำเนินการมานาน เพื่อนำไปพัฒนาระบบงานและสร้างความโปร่งใสในอนาคต

ด้าน ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ก่อนเจ้าหน้าที่เข้าไปขอข้อมูลจากวัดจะมีการประสานล่วงหน้า ไม่ใช่การบุกตรวจอย่างกะทันหัน ข้อมูลที่ขอจะเป็นเพียงข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการบริหารวัด ไม่รวมบัญชีการเงินส่วนบุคคล และจะต้องเก็บเป็นความลับเพื่อป้องกันความผิดพลาดหรือการเผยแพร่โดยไม่เหมาะสม อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการพัฒนาระบบบัญชีการเงินของวัดให้ชัดเจนและตรวจสอบได้ โดยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินและสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ จะร่วมกันวางแนวทาง เนื่องจากบางวัดมีประชาชนศรัทธาบริจาคจำนวนมาก จึงต้องมีระบบดูแลเงินทองอย่างรัดกุม ไม่ให้มีการนำไปสู่การแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ คาดว่าภายใน 1-2 เดือน จะได้ข้อมูลพื้นฐานเบื้องต้น

ในส่วนของการร้องเรียนเกี่ยวกับวัดทั่วประเทศ พบว่ามีทั้งสิ้น 382 เรื่อง โดยคัดกรองแล้วส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแล้ว 255 เรื่อง เหลือระหว่างคัดกรองอีก 108 เรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องพฤติกรรมพระที่ไม่เหมาะสม

พล.ต.อ.ไกรบุญ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีข่าวหมอดูชื่อดังเกี่ยวพันกับวัดแห่งหนึ่งว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ จึงขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานให้ได้ข้อเท็จจริงก่อน ส่วนการรับบริจาคในนามนิติบุคคลหรือมูลนิธิในแต่ละวัด ตำรวจก็มีแนวทางตรวจสอบและแก้ไขปัญหาอยู่แล้ว พร้อมย้ำว่าทุกขั้นตอนจะทำด้วยความนอบน้อม เคารพพระธรรมวินัย และคำนึงถึงศรัทธาของประชาชนเป็นหลัก

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้เร่งเปิดหลักสูตร การจัดการบัญชีวัดอย่างมีมาตรฐาน ให้พระสงฆ์จากทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดกว่า 60 แห่งเข้าร่วม ซึ่งเป็นครั้งแรกที่บัญชีวัดถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นวาระแห่งชาติ และถูกสอนอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แค่การเก็บใบเสร็จหรือบันทึกยอดเงิน แต่คือการสร้างกลไกตรวจสอบภายในวัดเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...