โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

บล. เอเอสแอล แนะนำ “ถือเพื่อรับปันผล” TISCO ราคาเป้าหมายกลางปี 2569 ที่ 100 บาท

ทันหุ้น

อัพเดต 16 ต.ค. 2568 เวลา 08.11 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2568 เวลา 08.11 น.

บล. เอเอสแอล แนะนำ “ถือเพื่อรับปันผล” TISCO ราคาเป้าหมายกลางปี 2569 ที่ 100 บาท

#ทันหุ้น #SET #TISCO บริษัท ทิสโก้ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/2568 ที่ 1.73 พันล้านบาท (+5.3% QoQ, +1.0% YoY) ใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ โดยได้รับแรงหนุนจาก รายได้อื่น ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดดเด่น (+17.0% QoQ, +98.2% YoY) จากการรับรู้กำไรจากเงินลงทุน

ขณะที่รายได้หลักยังคงเติบโต ช่วยชดเชยการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายดำเนินงาน (OPEX) และค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (Credit Cost) ทั้งนี้ งวด 9 เดือนแรกปี 2568 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 5.02 พันล้านบาท ลดลง -3.5% YoY

แนวโน้มไตรมาส 4/2568 คาดชะลอตัวลง QoQ ตามฤดูกาล แต่ปรับดีขึ้น YoY จากส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ดีขึ้น ส่งผลให้ทั้งปีเราประเมินกำไรสุทธิอยู่ที่ 6.69 พันล้านบาท (-3.1% YoY)

คงคำแนะนำ “ถือเพื่อรับปันผล” พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 100 บาท โดดเด่นด้วยอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงกว่า 7% ต่อปี แต่มี Upside จำกัด

ผลประกอบการไตรมาส 3/2568: ใกล้เคียงคาดการณ์

  • รายได้ดอกเบี้ย เพิ่มขึ้น +3.0% QoQ, +1.3% YoY จากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง โดยอัตราผลตอบแทนสินเชื่อ (Yield on loans) อยู่ที่ 7.51% ทรงตัวจากไตรมาสก่อน ขณะที่ต้นทุนเงินทุน (Cost of Fund) ลดลงกว่า 15 bps เหลือ 2.07% ส่งผลให้ส่วนต่างดอกเบี้ย (Spread) ขยายเป็น 5.45% และ NIM เพิ่มขึ้นเป็น 4.84% แม้มีผลกระทบจากโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” และการลดดอกเบี้ยนโยบาย แต่ได้รับอานิสงส์จากลูกหนี้รายใหญ่ชำระหนี้ก่อนกำหนด

  • สินเชื่อรวม ลดลง -2.2% QoQ, -0.8% YTD โดยมีเพียงสินเชื่อรายย่อยที่ยังขยายตัว +0.8% QoQ

  • สินเชื่อเช่าซื้อ (HP) โตดีในกลุ่มมอเตอร์ไซค์ (+5.8% QoQ, +15.0% YTD), รถยนต์มือสอง (+1.8% QoQ, +4.7% YTD) และรถใหม่ (+0.2% QoQ, -1.4% YTD)

    • อัตราการเจาะตลาดสินเชื่อรถยนต์ (Auto HP Penetration rate) ปรับขึ้นเป็น 6.0% แม้ยอดขายรถใหม่ทรงตัว โดยมาจากกลยุทธ์ขยายตลาดรถยนต์ Non-captive เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

    • สินเชื่อ “สมหวัง เงินสั่งได้” ยังขยายตัว +2.0% QoQ, +5.3% YTD โดยเน้นเพิ่มปริมาณสินเชื่อมากกว่าการขยายสาขา (คงไว้ 808 สาขาเท่าเดิมจากปลายปี 2567)

    • สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ (Corporate) ลดลง -9.2% QoQ, -2.6% YTD จากการชำระหนี้ก่อนกำหนดและโอนทรัพย์ชำระหนี้ประมาณ 1.1 พันล้านบาท

    • สินเชื่อ SMEs ลดลง -2.4% QoQ, -5.4% YTD จากการชำระหนี้ของดีลเลอร์รถยนต์

  • โครงการ “คุณสู้ เราช่วย”
    ลูกหนี้ที่ผ่านเกณฑ์เข้าร่วมทั้งสองเฟสมีมูลค่าหนี้รวม 18.5 พันล้านบาท คิดเป็น 8% ของสินเชื่อรวม โดยมีลูกหนี้ลงทะเบียนแล้ว 5.7 พันล้านบาท (31% ของลูกหนี้ที่มีสิทธิ์) และมีการปรับโครงสร้างหนี้สำเร็จแล้ว 4.6 พันล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อจำนำทะเบียน 50%, สินเชื่อเช่าซื้อ 46% และสินเชื่อที่อยู่อาศัย 4%

  • การตั้งสำรอง เพิ่มขึ้น +48.6% QoQ, +131.5% YoY คิดเป็น Credit Cost 1.4% โดยมีการตั้งสำรองพิเศษ (Management Overlay) เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของลูกหนี้ภายใต้โครงการช่วยเหลือ

  • คุณภาพสินทรัพย์ ดีขึ้น โดย NPLs ลดลง -2.2% QoQ, -0.8% YTD และ NPLs Ratio อยู่ที่ 2.31% (จาก 2.41% ในไตรมาสก่อน) ขณะที่ Coverage Ratio เพิ่มขึ้นเป็น 171.2%

  • รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ เพิ่มขึ้น +8.1% QoQ, +2.0% YoY จากธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่เติบโตตามสินเชื่อใหม่ และรายได้จาก FIDF ในโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” รวมถึงค่าธรรมเนียมจากลูกหนี้ชำระก่อนกำหนด (Prepayment Fee)
    ส่วนธุรกิจจัดการกองทุนเติบโต +11% YoY จาก AUM ที่ขยายตัวและการออกกองทุนใหม่ ขณะที่ธุรกิจหลักทรัพย์เริ่มฟื้นตัว QoQ แต่ธุรกิจ IB ยังชะลอตัว

  • รายได้อื่น เพิ่มขึ้นจากการรับรู้มูลค่าการลงทุนผ่าน FVTPL ตามภาวะตลาดที่ดีขึ้น

  • ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน เพิ่มขึ้น +4.4% QoQ, -0.3% YoY จากค่าใช้จ่ายพนักงาน การตลาด และระบบ IT โดย OPEX/Revenue อยู่ที่ 43.4% ลดลงจาก 45.7% ในไตรมาสก่อน

แนวโน้ม 4Q68F และปี 2569F

  • คาดกำไรไตรมาส 4/2568 ใกล้เคียง 1.64 พันล้านบาท ชะลอตัว QoQ จากรายได้ลงทุนที่ลดลง แต่ดีขึ้น YoY จาก NIM ที่ฟื้นตัวตามต้นทุนเงินทุนลดลง

  • ทั้งปี 2568 ประเมินกำไรสุทธิ 6.69 พันล้านบาท (-3.1% YoY) ได้แรงหนุนจากการลดดอกเบี้ยนโยบายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอีก 1 ครั้งปลายปีนี้

  • ปี 2569 คาดผลประกอบการกลับมาขยายตัว

คำแนะนำการลงทุน

คงคำแนะนำ “ถือเพื่อรับปันผล” ราคาเป้าหมายกลางปี 2569 ที่ 100 บาท อิงค่า PBV ที่ 1.81 เท่า (ROE 15.5%, TG 3.0%) ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยระยะยาว แม้ราคาปัจจุบันอยู่ในระดับเต็มมูลค่า (Fully Valued) ซื้อขายที่ PBV ราว 2 เท่า หรือใกล้ค่าเฉลี่ยระยะยาว +1.0 SD ซึ่งสูงกว่ากลุ่มธนาคารโดยเฉลี่ย (PBV -0.75 SD)

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงให้ Premium กับ TISCO เนื่องจาก อัตราปันผลสูงกว่า 7% ต่อปี และ ROE อยู่ในระดับสูงของกลุ่มธนาคาร (รองจาก CREDIT)

กลยุทธ์การลงทุน:

เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการถือเพื่อรับปันผลระยะกลาง มากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น

ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม:

  • คุณภาพลูกหนี้อ่อนแอ

  • ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

  • การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...