ดาวโจนส์ปิดบวก 147.16 จุด, S&P500 ทำนิวไฮ ก่อนรายงานผลประกอบการ Nvidia
ดาวโจนส์ปิดบวก 147.16 จุด, S&P500 ทำนิวไฮ ก่อนรายงานผลประกอบการ Nvidia
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 ส.ค. 68 7:40: น.
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนบวกในวันพุธ (27 ส.ค.) โดยดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 147.16 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ ก่อนการประกาศผลประกอบการรายไตรมาสของ Nvidia ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวที่นักลงทุนวอลล์สตรีทจับตามากที่สุดในสัปดาห์นี้
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดเพิ่มขึ้น 147.16 จุด หรือ 0.32% ปิดที่ 45,565.23 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 15.46 จุด หรือ 0.24% ปิดที่ 6,481.40 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแดค ปิดเพิ่มขึ้น 45.87 จุด หรือ 0.21% ปิดที่ 21,590.14 จุด
หุ้นของ Nvidia ซึ่งเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกและเป็นผู้ผลิตชิป AI ชั้นนำ ปรับตัวผันผวนก่อนปิดตลาด โดยลงเล็กน้อย 0.1% ขณะที่รายงานผลประกอบการประจำไตรมาส จะถูกเผยแพร่หลังตลาดปิดการซื้อขาย โดยหุ้น Nvidia มีน้ำหนักราว 8% ของดัชนี S&P 500 ทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัท มีผลกระทบโดยตรงต่อผู้ลงทุนจำนวนมาก
เจด เอลเลอร์โบรค (Jed Ellerbroek) ผู้จัดการพอร์ตของ Argent Capital ให้ความเห็นว่า Nvidia กำลังจะสร้างรายได้มหาศาลต่อเนื่องใน 9 เดือนข้างหน้า และอาจกลายเป็นหุ้นที่มีสัดส่วนเลข 2 หลักในดัชนี S&P 500
ด้านหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI เคลื่อนไหวผสมผสาน โดย Microsoft ปรับขึ้นเกือบ 1% ขณะที่ Meta ลดลงเกือบ 1% ส่วน Alphabet และ Amazon ซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ของ Nvidia ก็อยู่ในกลุ่มที่นักลงทุนให้การจับตาเช่นกัน โดยความตื่นตัวในหุ้นกลุ่ม AI ทำให้ดัชนี S&P 500 มีอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E ratio) กว่า 22 เท่า ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 4 ปี โดยความกังวลต่อภาวะฟองสบู่ AI ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลัง Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI ออกมาเตือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ขณะที่ราคาหุ้น Nvidia ที่ซื้อขายในตลาดออปชัน บ่งชี้ความผันผวนราว 6% หลังการประกาศผลประกอบการ โดยนักลงทุนยังให้ความสำคัญกับผลกระทบของสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ต่อธุรกิจของ Nvidia รวมถึงผลต่อการคาดการณ์รายได้จากข้อตกลงแบ่งรายได้กับรัฐบาลสหรัฐฯ
หุ้น 8 ใน 11 กลุ่ม ที่คำนวณในดัชนี S&P 500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงาน ที่เพิ่มขึ้น 1.15% และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.48%
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามปลดลิซ่า คุก (Lisa Cook) หนึ่งในสมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งหากสำเร็จ จะทำให้ทรัมป์สามารถแต่งตั้งบุคคลใหม่ที่มีแนวโน้มสนับสนุนนโยบายของตนเอง ซึ่งถือเป็นการท้าทายต่อความเป็นอิสระของเฟด โดยในปัจจุบัน ตลาดคาดการณ์ว่ามีโอกาสสูงที่เฟด จะปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนก.ย. ขณะที่จอห์น วิลเลียมส์ (John Williams) ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก ก็ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่ดอกเบี้ยจะลดลง แต่ยังต้องรอดูข้อมูลเศรษฐกิจที่จะออกมาก่อนตัดสินใจ
ด้านหุ้นรายตัวที่เคลื่อนไหวโดดเด่น พบว่าหุ้น MongoDB พุ่งขึ้นถึง 38% หลังปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรประจำปี ส่วนหุ้น J.M. Smucker ผู้ผลิตเนยถั่ว Jif ร่วงลง 4.4% หลังผลกำไรไตรมาสแรกต่ำกว่าคาด
ที่มา Reuters
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ