โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตา! เงินลงทุนมหาศาลยังคงไหลสู่ธุรกิจปศุสัตว์เชิงอุตสาหกรรม ชี้ธนาคารโลกเมินคำมั่นสิ่งแวดล้อม

Manager Online

เผยแพร่ 28 ส.ค. 2568 เวลา 17.11 น. • MGR Online

กลุ่มพันธมิตร Stop Financing Factory Farming (S3F) เผยแพร่รายงานที่ระบุว่าในปี 2023 สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (IFIs) ได้ลดการลงทุนในธุรกิจปศุสัตว์เชิงอุตสาหกรรมลงเหลือ 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิม 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2022 แต่ถึงกระนั้น เงินลงทุนจำนวนนี้ยังคงสูงกว่าการลงทุนในโครงการเกษตรกรรมที่ยั่งยืนถึง 5 เท่า ทำให้เกิดคำถามและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อผู้ให้ทุนรายใหญ่อย่าง กลุ่มธนาคารโลก (World Bank) ว่าล้มเหลวในการทำตามคำมั่นสัญญาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างสิ้นเชิง

เมื่อวันที่ 28 ส.ค. พบรายงานล่าสุดจากกลุ่มพันธมิตร Stop Financing Factory Farming (S3F) เผยว่า ในปี 2023 สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (IFIs) ได้ลดการลงทุนในธุรกิจปศุสัตว์เชิงอุตสาหกรรมลงเหลือ 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิม 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2022 อย่างไรก็ตาม เม็ดเงินลงทุนดังกล่าวยังคงสูงกว่าการลงทุนในโครงการเกษตรกรรมที่ยั่งยืนถึง 5 เท่า ทำให้ผู้ให้ทุนอย่างกลุ่มธนาคารโลกถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าล้มเหลวในการทำตามคำมั่นสัญญาด้านสิ่งแวดล้อม

การลงทุนที่สวนทางกับคำมั่น

แนวโน้มการลงทุนนี้ยังคงสะท้อนมาถึงกลุ่มประเทศอาเซียน โดยระหว่างปี 2555 ถึง 2565 การผลิตเนื้อสัตว์ในภูมิภาคเพิ่มขึ้นถึง 19% จาก 16.1 ล้านตัน เป็น 19.1 ล้านตัน โดยเฉพาะในประเทศไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ซึ่งมีการขยายตัวของฟาร์มอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะฟาร์มไก่เนื้อและฟาร์มหมู โดยนับตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา มีการติดตามโครงการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมสัตว์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกแล้วถึง 14 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 531.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปรากฏการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า แม้การลงทุนในระดับโลกจะลดลง แต่ภาคส่วนอุตสาหกรรมสัตว์ในภูมิภาคนี้ยังคงเป็นเป้าหมายหลักของแหล่งเงินทุนทั้งในและต่างประเทศ

สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจากกรมปศุสัตว์ระบุว่า ในปี 2567 ประเทศไทยผลิตไก่เนื้อเกือบ 2 พันล้านตัว ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาค และใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก อีกทั้งยังผลิตไข่ไก่ได้มากกว่า 16,000 ล้านฟองต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่ได้จากแม่ไก่ยืนกรงกว่า 52.8 ล้านตัว นอกจากนี้ยังเป็นผู้ผลิตสุกรรายใหญ่อันดับ 3 ของอาเซียน รองจากเวียดนามและฟิลิปปินส์ โดยในปี 2567 ได้มีการผลิตสุกรกว่า 21.7 ล้านตัว เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 6.19 การเติบโตของการผลิตในระดับอุตสาหกรรมนี้ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากสถาบันการเงิน และส่งผลให้เกิดแรงกดดันต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในประเทศอย่างต่อเนื่อง

ผลกระทบในประเทศไทย

ศนีกานต์ รศมนตรี ผู้อำนวยการ ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ประเทศไทย กล่าวว่า "ประเทศไทยเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคมจากฟาร์มอุตสาหกรรมมาแล้วหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียจากฟาร์มหมูที่ไหลลงสู่แม่น้ำ จนชุมชนในจังหวัดเพชรบุรีและราชบุรีต้องร้องเรียน การเผาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของหมอกควันและฝุ่นพิษ PM2.5 หรือปัญหาน้ำท่วมรุนแรงในภาคเหนือ เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนชัดเจนว่าระบบปศุสัตว์อุตสาหกรรมไม่เพียงสร้างความทุกข์ให้สัตว์จำนวนมหาศาล แต่ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของคนไทยโดยตรง”

เสียงเรียกร้องจากภาคประชาสังคม

“แม้สถาบันการเงินระหว่างประเทศจะเริ่มลดการลงทุนในฟาร์มอุตสาหกรรม แต่การลงทุนในระบบนี้ยังสูงกว่าการเกษตรยั่งยืนถึง 5 เท่า นี่คือโอกาสสำคัญที่สถาบันการเงินในไทยควรหันมาเป็นผู้นำ สนับสนุนเกษตรกรรมยั่งยืนที่เมตตาต่อสัตว์ ลดมลพิษ และสร้างอนาคตอาหารที่มั่นคงกว่าเดิม” ศนีกานต์กล่าวเสริม

ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ประเทศไทย และพันธมิตร S3F จึงขอเรียกร้องให้สถาบันการเงินในไทยใช้โอกาสนี้เป็นผู้นำในการสนับสนุนระบบเกษตรที่เป็นธรรมและยั่งยืน เพื่อลดมลพิษและสร้างระบบอาหารที่เมตตาต่อสัตว์มากขึ้น

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...