โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก “น้องตั้งใจ” เทคโนโลยี CHAT BOT ผู้ช่วยแสนดีของคนอยากเลิกเหล้า

TODAY

อัพเดต 28 มิ.ย. 2566 เวลา 16.02 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2566 เวลา 01.00 น. • workpointTODAY

เหล้า-เบียร์ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นสิ่งที่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นเครื่องดื่มที่ไม่ก่อให้เกิดผลดีต่อสุขภาพ และยิ่งหากดื่มในปริมาณที่มากอย่างต่อเนื่องทุกวัน จนเกินเลยไปถึงขั้นกลายเป็น “ผู้ติดเหล้า” นอกจากจะเกิดปัญหาที่ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของบุคคลแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อครอบครัวและสังคมอีกด้วย เพราะผู้ที่ติดเหล้ามักจะพบปัญหาทางสุขภาพที่ร้ายแรง และนำไปสู่การมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมตามมา

ผลกระทบแรกที่เห็นได้ชัด คือ ครอบครัว เพราะการติดเหล้าของบุคคล มักนำไปสู่ความรุนแรงและความขัดแย้งในครอบครัวได้ ก่อนจะหนักขึ้นไปสู่ขั้นถัดไป คือปัญหาที่ลุกลามไปสู่สังคม จากการขาดความไว้วางใจจากผู้ใกล้ชิด และการสูญเสียงานที่สำคัญ อันไปสู่ผลกระทบต่อสังคมที่กว้างขึ้นอีก เช่น การลดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การเพิ่มอาชญากรรม การทำงานที่ไม่เสถียร หรือความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุต่อผู้อื่นเมื่อดื่มแล้วขับขี่ ซึ่งทั้งหมดล้วนมาจากผลกระทบ ที่เกิดขึ้นกับระบบสมองจากพิษของแอลกอฮอล์

หลายคนร่างกายและสมองติดแอลกอฮอลล์จนต้องหามาดื่มทุกวัน แต่อีกมุมหนึ่งก็อยากจะอยากเลิกแทบขาดใจ… แต่ก็ไม่สามารถเลิกได้อย่างถาวรสักที เพราะสารเคมีในสมองผิดเพี้ยนไปแล้ว บางคนตัดใจเลิกแบบหักดิบ กลายเป็นว่าต้องเผชิญกับความทรมานกับ “อาการลงแดง” จนแทบคลั่ง ทำให้ผู้ที่ต้องการหลุดพ้นจากวงจรความทุกข์นี้ไม่สามารถหลุดพ้นได้สักที ทั้งขาดกำลังใจ แรงจูงใจ และที่ปรึกษาที่พร้อมอยู่เคียงข้างให้สามารถเลิกเหล้าได้สำเร็จอย่างถูกวิธี

ปัญหานี้ผู้เกี่ยวข้องอย่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), ศูนย์ปรึกษาเพื่อการเลิกสุราและการเสพติด (1413 สายด่วนเลิกเหล้า) และภาคีเครือข่าย ต่างทราบกันดี ทุกฝ่ายจึงพยายามระดมสมองร่วมมือกัน คิดหาวิธีที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือผู้ติดเหล้าให้ได้ในทุกมิติ เป็นที่มาของ “อีกก้าวของบริการช่วยเลิกเหล้า” คือการเปิดตัว “น้องตั้งใจ” นวัตกรรมแชทบอทช่วยเหลือเลิกเหล้า ที่ต่อยอดมากจากบริการ 1413 สายด่วนเลิกเหล้า เหมาะสำหรับคนไม่กล้าโทร ไม่กล้าคุย แต่ชอบแชทผ่านมือถือในยุคสมัยนี้ ที่แค่ “แอดไลน์” เป็นเพื่อน ก็มาพร้อมกับออปชั่นการบริการให้เลือกใช้อีกเพียบ

สสส.เผยสถิตินักดื่มเข้ารับการบำบัดทะลุ 8 แสนคน

นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวว่า ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2564 พบประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปจำนวน 57 ล้านคน เป็นคนเคยดื่มหนักในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา 5.73 ล้านคน คิดเป็น 10.05% ในจำนวนนี้ดื่มหนักเป็นประจำถึง 1.37 ล้านคน คิดเป็น 2.40% และดื่มหนักเป็นครั้งคราว 4.36 ล้านคน คิดเป็น 7.65 % แต่แนวโน้มถือว่าลดลงตามลำดับจาก 13.95% ในปี 2557 เหลือ 11.9% ในปี 2560 และเหลือ 10.05% ในปี 2564 สะท้อนว่าพฤติกรรมการดื่มอย่างหนักของคนไทยมีแนวโน้มดีขึ้น

นอกจากนี้จากรายงานผ่านระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2566 พบว่าตั้งแต่ต้นปีผู้มีปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ารับการบำบัดในสถานพยาบาลอยู่ที่ 857,582 คน คิดเป็น 65.2% ของผู้ที่ดื่มสุราที่ควรได้รับการบำบัด ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2565 ซึ่งอยู่ที่ 63.71%

“แม้จะมีผู้เข้ารับการบำบัดเพิ่มมากขึ้น แต่ยังพบข้อจำกัดในการเข้าถึงการรับบริการ เช่น ผู้ดื่มขาดความตระหนัก ไม่กล้าขอเข้ารับบริการเพื่อรับคำปรึกษา ไม่ทราบแหล่งที่จะขอรับความช่วยเหลือเมื่อประสบปัญหา เรื่องนี้ถือเป็นความท้าทาย สสส. และภาคีเครือข่าย จึงเร่งพัฒนาการให้บริการเชิงรุกในการส่งเสริมให้ประชาชน ลด ละ เลิก วิธีการหยุดดื่มสุราอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และการเตรียมความพร้อมของระบบบริการเพื่อรองรับการให้บริการส่งต่อกับสถานพยาบาล”

นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส.

หากเทียบกับสถานการณ์ประเทศเพื่อนบ้านแล้ว นางสาวรุ่งอรุณ เผยว่า ประเทศไทยนั้นมีการให้บริการในวงกว้างเข้าถึงได้มากกว่าหลายๆ ประเทศ โดยจะมีการจัดตั้งเช่นกลุ่ม อสม. ที่เข้าไปให้ข้อแนะนำได้ และสสส.เข้าไปดูการทำงานบอกแนะที่เกี่ยวข้องกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ วิธีการลดละเลิก มีเครือข่ายประชาคมเลิกเหล้า ที่ทำงานในทุกจังหวัดก็จะเกิดเป็นอีกส่วนในการขยายเข้าถึงบริการให้ได้มากที่สุด 1413 เป็นอีกช่องทางที่มาอุดช่องว่างเหล่านี้เพื่อให้คนเข้าถึงได้ง่าย

“จริงๆ แล้วเรื่องการดื่มเป็นสิทธิส่วนบุคคลเราไม่มีสิทธิ์ไปห้าม แต่สสส.อยากเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ที่ให้ข้อมูลเต็มรูปแบบ ครบถ้วนในทุกแง่มุม ก่อนดื่มเราอยากให้คุณคิดเพิ่มขึ้นและต้องพร้อมรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ที่สังคมรับไม่ได้ คือ การดื่มแล้วขับ การดื่มแล้วเกิดผลกระทบกับครอบครัว มีการใช้ความรุนแรงในครอบครัว เราจึงต้องการเปิดช่องทางต่างๆ เพื่อให้บริการเป็นจุดให้ข้อมูลและเป็นที่ให้คำปรึกษากับนักดื่มเพิ่มขึ้น”

บทบาทของสสส. คือต้องการเชื่อมช่องทางบริการสุขภาพไปสู่การรักษาที่ถูกวิธี ที่ดูแลโดยกระทรวงสาธารณสุข ดังนั้นการเปิดบริการ 1413 สายด่วนเลิกเหล้าที่ผ่านมา และการเปิดตัวแชทบอท “น้องตั้งใจ” คือ ความคาดหวังของสสส. ที่มั่นใจว่าจะมาช่วยต่อยอดการดูแลให้ครอบคลุมมากขึ้น ให้ภาพรวมของการดื่มแอลกอฮอล์ของคนไทยค่อยๆ ลดลงอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญกว่านั้นปัญหาต่างๆ ต้องลดลงด้วย เช่น ความรุนแรงภายในครอบครัว ซึ่งในประเทศไทยค่านิยมชายเป็นใหญ่ ผู้หญิงถูกกระทำ หรือเดือดร้อนจากเรื่องนี้มาก ถึงบอกว่าทุกคนดื่มได้แต่ต้องมองรอบข้างด้วย หากไม่ก่อให้เกิดปัญหา 100% จะเป็นเรื่องที่ดีมาก

รศ.พญ.รัศมน กัลยาศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ปรึกษาเพื่อการเลิกสุราและการเสพติด (1413 สายด่วนเลิกเหล้า) ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ต่อยอด 1413 สู่ “น้องตั้งใจ” แชทบอทเลิกเหล้าเข้ากับยุค

ทางด้านรศ.พญ.รัศมน กัลยาศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ปรึกษาเพื่อการเลิกสุราและการเสพติด (1413 สายด่วนเลิกเหล้า) ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ข้อมูลการให้บริการ 1413 สายด่วนเลิกเหล้า ให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์แบบครบวงจร รวมถึงช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ตั้งแต่ปี 2564-2565 มีผู้โทรเข้ามาขอรับคำปรึกษามากถึง 26,176 สาย โดยเฉพาะช่วงเข้าพรรษา ตั้งแต่เดือน ก.ค. – ก.ย. ของทุกปี จะมีคนโทรเข้ามาขอรับบริการปรึกษาเพื่อเลิกเหล้ามากขึ้น

ดังนั้น เพื่อขยายการให้บริการได้อย่างทั่วถึง จึงพัฒนา “น้องตั้งใจ นวัตกรรมแชทบอทช่วยเหลือเลิกเหล้า” ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียน เพื่อดูประวัติส่วนตัว และบันทึกการดื่มย้อนหลัง ตลอดจนประเมินระดับความเสี่ยง และวิธีการเลิกเหล้า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางช่วยเหลือผู้มีปัญหาจากการดื่มสุราทางออนไลน์ สอดคล้องกับพฤติกรรมการสื่อสารในยุคปัจจุบันที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย และเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป

รศ.พญ.รัศมน เปิดเผยว่า การเลิกเหล้านั้นขึ้นอยู่แต่ละบุคคล ซึ่งถ้าสามารถหยุดได้ 3 เดือน ถือว่าเลิกได้เบื้องต้น แต่ต้องมีการติดตามตลอดระยะเวลา 1 ปี ถ้าไม่กลับไปดื่มก็ถือว่าหายจากอาการติดเหล้า ซึ่งบางคนก็มีการดื่มแต่ลดปริมาณลงจากเดิมได้มาก หรือบางคนก็อาจเกิดการซ้ำกลับไปดื่มอีก เหมือนการติดเสพสารเสพติดถือว่าเป็นวงจรธรรมชาติของโรคติดสาร ซึ่งเราก็จะมีการจัดการกระบวนการตรงนี้เพื่อไม่ให้เขากลับไปติดอีก ผู้ป่วยบางคนจะมีอาการถอนตั้งแต่ระดับเล็กน้อย มีอาการมือสั่นนิด ๆ ปานกลางจะมีอาการทางกายอื่น ๆ เช่น ชัก และอาการรุนแรง อาจจะมีอาการหลอน เพ้อ เข้ามาด้วย เพราะสมองเสียหายมาก เนื่องจากดื่มมาเป็นระยะยาว เมื่อเลิกดื่มทันทีสมองที่โดนกดด้วยแอลกอฮอล์จะถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงทำให้สารเคมีในสมองเสียหาย ซึ่งเราจะไม่แนะนำให้เลิกกะทันหัน ต้องหาปริมาณให้ได้ก่อนว่าแต่ละวันดื่มเท่าไร แล้วลดปริมาณลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเลิกได้ด้วยตัวเอง

“ในคนที่ติดเหล้าหากหยุดการติดได้แล้ว ต้องพยายามไม่ให้ร่างกายของเขากลับไปติดอีก เพราะโอกาสที่จะกลับไปติดจะมีมากกว่าคนทั่วไป เพราะสมองถูกทำลายไปแล้ว แต่ถ้าทำให้เขาหยุดดื่มได้มากเท่าไร โอกาสที่จะกลับไปติดอีกครั้งจะมีอัตราที่น้อยกว่า เพราะสมองจะค่อยๆ ฟื้นขึ้นมาตามธรรมชาติ โดยเฉพาะผู้ดื่มที่มีอายุน้อย สมองเด็กจะบอบบางกว่าเปราะบางง่าย ถ้าดื่มจะติดง่ายกว่าผู้ใหญ่ ดังนั้นเขาจึงมีกฎหมายกำหนดไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์หรือห้ามขายแอลกอฮอล์ให้เด็กเพราะต้องการปกป้องในส่วนนี้ด้วย”

รศ.พญ.รัศมน เผยถึงความคาดหวังกับผู้ที่ใช้บริการ 1413 ว่า ปัจจุบันคนที่ดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทยมีอยู่ประมาณ 28% ผลกระทบทำให้เกิดความรุนแรงภายในครอบครัว อุบัติเหตุ สุขภาพ เช่น โรคตับ สมองเสื่อม โรคหัวใจ มะเร็งเต้านม เพราะฉะนั้นถ้าทำให้คนเหล่านี้ เข้ามาใช้แชทบอทน้องตั้งใจได้ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว อยากให้คนที่ดื่มหนักๆ เข้ามาใช้บริการ ซึ่งอยากให้มันแพร่หลายออกไป รวมถึงทาง 1413 ต้องพัฒนาให้แอปพลิเคชันเข้าถึงง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งผู้ที่โทรเข้ามาหรือแชทเข้ามาอาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ดื่มเท่านั้น แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ครอบครัว ก็สามารถเข้ามาใช้บริการได้เช่นกัน

พ.ท.นพ.ณัฐพล โชคไมตรี กองจิตเวชและประสาท โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

มั่นใจเทคโนโลยีใหม่ช่วยนักดื่มได้มากขึ้น

พ.ท.นพ.ณัฐพล โชคไมตรี กองจิตเวชและประสาท โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กล่าวว่า แชทบอทน้องตั้งใจ พัฒนาขึ้นจากคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ ร่วมกับการสำรวจความต้องการและความคาดหวังของกลุ่มเป้าหมายที่คาดว่าจะเป็นผู้ใช้งานกับผู้ให้บริการจาก 1413 สายด่วนเลิกเหล้า เพื่อให้เป็นเหมือนเพื่อนคนหนึ่งที่ใกล้ชิดผู้ดื่ม คอยติดตามและให้คำแนะนำเพื่อลดความเสี่ยงจากการดื่มแอลกอฮอล์ ภายใต้การดูแลจากเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาจาก 1413 สายด่วนเลิกเหล้า ซึ่งจากการทดลองใช้แชทบอทจากกลุ่มตัวอย่าง พบจำนวนวันดื่มของผู้ใช้บริการปรึกษาเลิกเหล้าผ่านแชทบอทมีแนวโน้มลดลงมากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ใช้ และระดับความรุนแรงของความเสี่ยงในการดื่มก็ลดลง

ผศ.นพ.ดร.วรภัทร รัตอาภา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การบำบัดรักษาผู้มีปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในแต่ละประเทศมีหลักการคล้ายกันคือ การช่วยเหลือให้ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกิดการลด ละ เลิก แต่แตกต่างกันตามบริบทและทรัพยากรที่สามารถจัดสรรได้ในแต่ละประเทศ แต่ปัจจุบันในหลายการศึกษาได้นำเทคโนโลยีมาช่วยในการบำบัดรักษาผู้มีปัญหาจากการดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มมากขึ้น เช่น ฮอตไลน์ให้คำแนะนำปรึกษา สื่ออิเล็กทรอนิกส์ แอปพลิเคชัน อุปกรณ์ติดตามตัวเพื่อตรวจวัดการเปลี่ยนแปลงของสัญญาณชีพหรือสรีรวิทยาของร่างกาย เพื่อช่วยเตือนหรือติดตามเมื่อเกิดภาวะต่าง ๆ เช่น อาการเมา อาการถอน เป็นต้น พบว่ามีส่วนช่วยให้ผู้ที่มีแรงจูงใจประสบความสำเร็จในการลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ และใช้เทคโนโลยีเป็นทางเลือกในการเลิกดื่มเพิ่มขึ้น

โดยข้อดีของการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการบำบัดรักษา เช่น เหมาะกับการรักษาแบบผู้ป่วยนอกได้ ช่วยติดตามการรักษา โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีทรัพยากรจำกัด ข้อมูลที่สื่อสาร สามารถปรับให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้ Self-guided interventions ช่วยเพิ่มการเข้าถึงการบำบัดรักษาในพื้นที่ห่างไกล เป็นทางเลือกในการบำบัดรักษาในผู้ที่ไม่ต้องการเดินทางมารับการรักษา หรือแบบ Face-to-Face และช่วยลดStigma หรือการตีตราปัญหาทางจิตใจได้

อย่างไรก็ตาม จากสถิติการให้บริการสายด่วน 1413 ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2561- ธันวาคม พ.ศ. 2564 รวมทั้งสิ้น 141,886 คน แบ่งเป็นเพศชาย 52.34% เพศหญิง 47.66% โดยมีอายุน้อยกว่า 15 ปี 0.04% อายุ 15-24 ปี 6.29% อายุ 25-59 ปี 87.35% อายุมากกว่า 59 ปี 6.33%

โดยแบ่งการรับบริการจากเจ้าหน้าที่ 68,619 คน คิดเป็น 48.36% รับฟังความรู้อัตโนมัติ 69,400 คน คิดเป็น 45.30% และ Outgoing ฝากเบอร์ให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ 3,867 คน คิดเป็น 2.73% โดยจำนวนผู้ดื่มที่ได้รับการคัดกรองความเสี่ยง Assist มีทั้งสิ้น 10,206 คน แบ่งเป็นความเสี่ยงสูง 36.57% เสี่ยงปานกลาง 42.60% เสี่ยงต่ำ 20.82% และจำนวนญาติที่ได้รับการประเมินความเครียด STs มีจำนวน 4,033 คน จากตัวเลขดังกล่าวทุกฝ่ายจึงคาดหวังว่า การเปิดตัวแชทบอท “น้องตั้งใจ” ย่อมจะเข้ามาช่วยนักดื่มที่ต้องการเลิกเหล้าได้ครอบคลุมทั่วถึง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ชอบการสนทนาผ่านโทรศัพท์หรือการเผชิญหน้าได้มากขึ้น

ทั้งนี้หากคุณคือ นักดื่มตัวยงที่มีเป้าหมายอยากเลิกดื่ม แต่ขาดแรงจูงใจ ขาดข้อมูลสนับสนุนที่ถูกต้อง หรือต้องการประเมินความเสี่ยงอาการติดเหล้าของตนเองว่า เข้าข่ายอันตรายแล้วหรือไม่ ? แต่ละวันควรลดปริมาณดื่มเท่าไหร่ ? สามารถ “สแกนคิวอาร์โค้ด” เพิ่มเพื่อนกับ “น้องตั้งใจ” ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ไปลองแชทได้ หรือสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊กเพจ 1413 สายด่วนเลิกเหล้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...