3 ขั้นตอนการซื้อคอนโดมือสอง ต้องเตรียมตัวอย่างไร ใช้เอกสารอะไรบ้าง
อีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผู้ที่คิดจะซื้อคอนโดที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ในเมืองสักที่คือ คอนโดมือสอง ซึ่งส่วนใหญ่จะเริ่มจากเข้ามาดูประกาศขายคอนโดมือสองตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ซึ่งอาจจะมีการเข้าอยู่แล้ว การโอนกรรมสิทธิ์ ระยะเวลาการผ่อนดาวน์ของเจ้าของเก่า รวมไปถึงการปรับราคาขึ้นลงตามสภาวะตลาด
ดังนั้น การเปลี่ยนมือเจ้าของของคอนโดมือสองจึงเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดเยอะพอสมควร สำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดบนทำเลดี ๆ ที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ จึงต้องทำการศึกษาขั้นตอนการซื้อคอนโดมือสองให้ดีเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นภายหลัง
1. สัญญาจะซื้อจะขายขั้นตอนการซื้อคอนโดมือสองที่สำคัญ
ขั้นตอนการซื้อคอนโดมือสองมีด้วยกันหลายขั้นตอน สิ่งที่ควรศึกษานอกจากการตรวจเช็กสภาพห้องคือ เรื่องของเอกสารสำคัญต่าง ๆ ซึ่งปกติแล้วการซื้อขายคอนโดมือสองจะมีการทำสัญญาจะซื้อจะขายไว้ก่อนจะทำการตกลงซื้อขายจริง
ภายในสัญญาส่วนใหญ่จะเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับระยะเวลาในการซื้อขาย การวางมัดจำ และข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อผู้ขายที่ระบุวันเวลาชัดเจน เพื่อให้ผู้ขายไม่มีสิทธิ์ที่จะนำคอนโดไปขายให้ผู้อื่นในช่วงเวลาที่ผู้ซื้อทำการกู้เงินกับสถาบันทางการเงิน ส่วนใหญ่จะกำหนดเวลาอยู่ที่ประมาณ 1-3 เดือน ตลอดจนผู้ที่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย โดยสามารถศึกษารายละเอียดการทำสัญญาจะซื้อจะขายแบบเจาะลึกได้ที่นี่ “รู้จักสัญญาจะซื้อจะขายบ้านและที่ดิน”
2. เตรียมเอกสารเพื่อขอสินเชื่อบ้านให้พร้อม
ขั้นตอนการซื้อคอนโดมือสองต่อมาคือการขอสินเชื่อบ้าน ใครที่ไม่ได้ใช้เงินสดในการซื้อคอนโดมือสอง ก็จำเป็นจะต้องยื่นเรื่องขอกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยกับสถาบันทางการเงิน ซึ่งต้องใช้เอกสารประกอบการขอสินเชื่อเยอะพอสมควรไม่ว่าจะเป็น
สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชนของผู้จะขาย สำเนาทะเบียนบ้านของผู้จะขาย สำเนาโฉนดห้องชุด หรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด หนังสือรับรองเงินเดือนที่ขอกับทางบริษัท สลิปเงินเดือน 6 เดือนย้อนหลัง รวมไปถึงสัญญาจะซื้อจะขายในข้อข้างต้นด้วย ซึ่งที่ยกตัวอย่างมาเป็นเพียงรายละเอียดปลีกย่อยของเอกสารเบื้องต้นเท่านั้น
หากใครที่จะขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยแล้วอยากให้ผ่านได้ง่าย ๆ ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม โดยสามารถศึกษาอย่างละเอียดได้ที่นี่ “เตรียมเอกสารให้พร้อม ขอสินเชื่อบ้านไม่ยาก”
ตารางเปรียบเทียบจำนวนเงินผ่อนชำระบ้าน และวงเงินกู้ซื้อบ้าน-คอนโดสูงสุด
จากนั้นเมื่อเรายื่นเรื่องขอสินเชื่อแล้ว สถาบันทางการเงินจะติดต่อกลับมาทางผู้กู้เพื่อจะทำการประเมินราคาคอนโดที่เราจะซื้อ และรอผลอนุมัติ โดยส่วนใหญ่จะมีระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน โดยเมื่อสถาบันทางการเงินแจ้งผลอนุมัติแล้วผู้กู้ต้องแจ้งกับผู้จะขายด้วย เพื่อผู้จะขายจะได้ดำเนินการปลดหนี้กับทางสถาบันทางการเงินที่ผู้จะซื้อได้ขอสินเชื่อเพื่อซื้อคอนโดที่จะขายนั้นไว้
3. โอนกรรมสิทธิ์และค่าใช้จ่าย
เมื่อผลการกู้ผ่าน และผู้จะขายได้มีการดำเนินการปลดสินเชื่อที่อยู่อาศัยเดิมแล้ว ก็มาถึงเรื่องของการโอนกรรมสิทธิ์ และมอบกุญแจของคอนโดมือสองที่กำลังจะเปลี่ยนเจ้าของ ซึ่งจะมีขั้นตอน ดังนี้
ตามสัญญาจะซื้อจะขาย หากมีการกำหนดวันนัดโอน เมื่อถึงวันนั้น ให้เดินทางไปที่กรมที่ดินเขตที่ผู้จะซื้อนัดกับผู้จะขายนัดไว้ โดยทั้งนี้จะมีเจ้าหน้าที่จากสถาบันทางการเงินที่เราไปขอสินเชื่อไว้เอาเอกสารทางการเงินมาให้เราลงนาม ส่วนทางฝั่งผู้จะขายก็จะมีเจ้าหน้าที่จากสถาบันทางการเงินที่ผู้จะขายเคยขอสินเชื่อไว้นำเอกสารทางการเงินมาให้ลงนามเช่นกัน
จากนั้นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานที่ดินจะเรียกให้ผู้จะซื้อไปลงนามในเอกสารสำคัญ และเจ้าหน้าที่ธนาคารฝั่งผู้ที่จะขายจำนะโฉนดฉบับจริงมาให้เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินไปเปลี่ยนชื่อโฉนดห้องชุดคอนโดมือสองนั้นให้เป็นชื่อของผู้ซื้อ ซึ่งในขั้นตอนนี้ผู้จะขายจำเป็นต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ รวมไปถึงค่าธรรมเนียมการโอน ค่าอากรต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
หลังจากที่มีการลงนามการโอนกรรมสิทธิ์กันเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ธนาคารฝั่งผู้ที่จะซื้อจะเป็นคนนำเช็คสินเชื่อที่ผู้จะซื้อกู้ผ่านไปให้กับเจ้าหน้าที่ของสถาบันทางการเงินฝั่งของผู้จะขาย ซึ่งถือเป็นการจ่ายเงินเพื่อซื้อขายคอนโดกันเรียบร้อย
ผู้ซื้อจะได้รับเอกสารสำคัญหลังจากการโอนกรรมสิทธิ์และชำระเงินเรียบร้อย คือ สัญญาซื้อขาย (ธนาคารเราจะเก็บสำเนาไว้ 1 ชุด) สำเนาโฉนดห้อง (ธนาคารจะเก็บตัวจริงไป), กุญแจห้อง หรือคีย์การ์ดที่ผู้ขายมอบให้กับผู้ซื้อ
ทั้งนี้ ขั้นตอนการซื้อคอนโดมือสอง นอกจากเรื่องของเอกสารสำคัญต่าง ๆ แล้ว สิ่งสำคัญที่ผู้ซื้อจะต้องตรวจสอบอันดับแรกก่อนทำการซื้อขายนอกเหนือจากการเช็กสภาพห้องก็คือเรื่องของความเสี่ยงในการซื้อคอนโดมือสอง เนื่องจากการโอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้โอนกับทางคอนโดโดยตรง แต่จะเปลี่ยนเป็นการทำสัญญากันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย
ดังนั้น ขั้นตอนการซื้อคอนโดมือสองที่สำคัญเป็นอันดับแรกคือ ความน่าเชื่อถือของผู้ขาย ผู้ซื้อควรตรวจสอบประวัติ เอกสารสำคัญ โฉนดห้องชุดว่าตรงตามชื่อจริง (สามารถนำโฉนดไปตรวจสอบได้กับสำนักงานที่ดิน) หรือเคยขายคอนโดมือสองมาก่อนหรือไม่ รวมไปถึงเหตุผลในการขาย เพราะหากไม่ตรวจเช็กให้ดี ผู้ที่ซื้อคอนโดมือสองไปอาจเจอแจ็กพ็อตได้ห้องชุดไม่สมประกอบมาก็เป็นได้
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กิตติคม พจนี Content Writer ประจำ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kittikom@ddproperty.com
สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า