BVG โชว์กำไรไตรมาส 1/66 พุ่ง 94 % ยอดใช้บริการเคลมประกันภัยผ่านระบบ EMCS -TPA เพิ่มขึ้น
‘บมจ.บลูเวนเจอร์ กรุ๊ป’ โชว์ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2566 กำไรสุทธิ 17.4 ล้าน โต 94% เรายได้จากการขายและการบริการ ขยับ 8% กว่า 125 ล้าน หลังยอดใช้บริการเคลมประกันผ่านระบบ EMCS และบริการ TPA พุ่ง หลังโควิดคลี่คลาย เศรษฐกิจฟื้น กลุ่มบริการด้านอื่นๆ เติบโต 29% มั่นใจปีนี้รายได้เติบโตต่อเนื่อง
นางนวรัตน์ วงศ์ฐิติรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูเวนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BVG ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มและแอพพลิเคชันสำหรับบริหารจัดการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับประกันภัยรถยนต์และประกันสุขภาพ เปิดเผยผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2566 (มกราคม-มีนาคม) ว่าบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 17.4 ล้านบาท เติบโต 94% เมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 53% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีปัจจัยมาจากการบริหารจัดการด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ภายหลังสถานการณ์โควิด 19 คลี่คลายลง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจขยายตัว เป็นผลให้รายได้จากการขายและการบริการทำได้ 125.3 ล้านบาท เติบโต 8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้านี้และเพิ่มขึ้น 20% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน
“ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าซึ่งเป็นบริษัทประกันภัยจำนวน 37 บริษัทที่ใช้งานผ่านระบบ EMCS ขณะที่บริการ TPA มีการเติบโตจากบริการด้านการพิจารณาเคลมประกันสุขภาพ โดยเฉพาะปริมาณงานพิจารณาเคลมสำหรับผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้นกว่า 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากคนไข้เริ่มกลับมารับการรักษาตัวตามปกติหลังจากสถานการณ์ โควิด19 คลี่คลายลง และมีลูกค้าใหม่ที่เป็นองค์กรทั่วไปที่บริหารจัดการสวัสดิการพนักงานด้วยตนเองยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากความเชื่อมั่นในจุดแข็งของบริษัทฯ ที่มีเครือข่ายสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงคลินิกทั่วประเทศมากกว่า 500 แห่ง ให้สามารถใช้ระบบตรวจสอบสิทธิความคุ้มครองของผู้เอาประกันภัยและพนักงานขององค์กรทั่วไปที่บริหารจัดการสวัสดิการพนักงานด้วยตนเอง นอกจากนี้ กลุ่มบริการอื่นๆ มีการเติบโตถึง 29% โดยหลักมาจากบริการด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย ที่ให้บริการด้านการคำนวณเพื่อรองรับมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 17 (IFRS17) และการให้บริการประเมินภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงานตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่19 (TAS19)”
สำหรับปีนี้ BVG ตั้งเป้าหมายรายได้จากการขายและการบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ AI Estimate หรือระบบการประเมินความเสียหายเบื้องต้นในขั้นตอนการแจ้งอุบัติเหตุเพื่อประมาณการค่าสินไหมทดแทน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ตัวที่ 2 ของบริษัทฯ เพื่อต่อยอดนวัตกรรมการให้บริการและยกระดับแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชัน EMCS ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการแจ้งเคลมอุบัติเหตุและเพิ่มความแม่นยำในการประเมินมูลค่าความเสียหายและตั้งสำรองค่าสินไหมทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดต้นทุน ลดขั้นตอนและระยะเวลาการทำงานให้แก่บริษัทประกันภัย เพื่อตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้จากผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยี AI ให้ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังเดินหน้าการขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน โดยได้ร่วมทุนกับพันธมิตรในกัมพูชา เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในการดำเนินธุรกิจให้บริการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลและสินไหมทดแทน ผ่านระบบแพลตฟอร์มและแอพพลิเคชัน (บริการ TPA) ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินธุรกิจได้ในครึ่งปีหลังของปีนี้