โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กะเทยกับภาษาลู สรุปสารนิพนธ์ ‘ลาภูลาษูซูแล: ภาษาลูกับการสร้างอัตลักษณ์กลุ่มกะเทย’

The MATTER

อัพเดต 02 ก.ค. 2566 เวลา 08.42 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2566 เวลา 08.42 น. • Brief

หลายคนน่าจะเคยได้ยินเพื่อนๆ พูดภาษาที่ฟังเหมือนมาจากต่างดาว แต่ซ่อนโครงสร้างภาษาที่น่าสนใจเอาไว้อย่าง ‘ภาษาลู’ และเพื่อความเข้าใจที่ลึกซึงในภาษานี้มากยิ่งขึ้น The MATTER ขอสรุปสารนิพนธ์ ‘ลาภูลาษูซูแล: ภาษาลูกับการสร้างอัตลักษณ์ของกลุ่มกะเทย’ เพื่อดูว่าที่มาของภาษานี้มาจากไหน ทำไมถึงแพร่หลายในกลุ่ม ‘กะเทย’ และมันมีวิธีการใช้อย่างไร

เกริ่นกันก่อนว่าสารนิพนธ์ชิ้นนี้จัดทำขึ้นโดย ปุณยาพร รูปเขียน จากคณะศิลปศาสตร์ ภาควิชามานุษยวิทยา โบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยผู้จัดทำได้พูดคุยเชิงลึกกับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ 10 คนเพื่อวิเคราะห์ถึงความสำคัญของภาษาที่มีส่วนในการสะท้อนสังคมและอัตลักษณ์ประจำกลุ่ม

ผู้ที่สนใจสามารถอ่านสารนิพนธ์ฉบับเต็มได้ที่: http://www.sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/15269

- ที่มาของภาษาลู

หลายคนน่าจะเคยสงสัยว่าภาษาลูมีที่มาจากไหน และอันที่จริงสารนิพนธ์ฉบับนี้ก็ไม่ได้ชี้แน่ชัดนัก แต่จากการค้นคว้าพบว่า มีการใช้ภาษาลูกันมานานกว่า 20 ปีแล้ว โดยมีการค้นหาคำว่า ‘ภาษาลู’ บนโลกอินเตอร์เน็ตครั้งแรกเมื่อปี 2006 และมีการเขียนบทความ ‘ภาษาลู รู้ไว้ไม่เสียหาย’ ลงในเว็บไซต์ dek-d เมื่อปี 2007 ซึ่งอาจแปลได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ภาษานี้เกิดขึ้นมา หรือได้รับความนิยม

แต่จากการเก็บข้อมูลของผู้เขียน 2 ใน 10 ผู้ที่ถูกสัมภาษณ์ให้ข้อมูล พวกเขาเคยถูกทักว่าทำไมถึงพูดภาษาลู และเคยติดคุกมาหรือถึงได้พูดภาษานี้ได้ ซึ่งตรงกับบทความบนเว็บไซต์ dek-d ซึ่งเคยเขียนไว้ว่า “ภาษาลูมาจากคนคุกพูดกัน เพื่อไม่ให้ผู้คุมรู้ว่าไปทำอะไรมา”

- ทำไมภาษาลูถึงกลายเป็นภาษา ‘กะเทย’

แต่เดิมกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศเป็นกลุ่มชายขอบของสังคม ไม่สามารถเปิดเผยตัวได้มากนักเพราะขัดต่อขนบ พวกเขาจึงมีการรวมกลุ่มเพื่อสร้างอัตลักษณ์ของตัวเองขึ้นมา

ถึงแมัยังไม่แน่ชัดในเรื่องที่มา แต่จากการเก็บข้อมูลพบว่า กลุ่มผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่เริ่มใช้ภาษาลูครั้งแรกในสมัยวัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยคึกคะนอง อยากรู้อยากลอง และเมื่อถึงช่วงวัยรุ่นที่กลุ่มกะเทยตระหนักว่าตัวเองไม่เหมือนผู้หญิงและผู้ชาย จึงมีการมองหาต้นแบบของตัวเอง นำไปสู่การเรียนรู้จากรุ่นพี่กะเทยและสร้างอัตลักษณ์ภายในกลุ่ม เช่น ภาษา, กริยาท่าทาง หรือพฤติกรรม

สอดรับกับเหตุผลที่กลุ่มผู้ให้สัมภาษณ์เลือกใช้ภาษาลู โดยเรียง 5 ลำดับได้ ดังนี้ ไม่ต้องการให้คนนอกรู้เรื่อง, นินทา, พูดเรื่องทะลึ่งลามก หยาบคาย, สนุกสนาน สีสัน ดราม่า และจริตจะก้าน และสะท้อนความเป็นพวกเรา ไม่ใช่พวกเขา

หนึ่งในผู้ให้สัมภาษณ์อีกคนยอมรับว่า การใช้ภาษาลูทำให้คนภายนอกรู้ทันทีว่าตัวเองเป็นกะเทย การใช้ภาษาลูจึงเป็นการเปิดเผยตัวตนและรสนิทางเพศของตนสู่ภายนอก

ที่น่าสนใจอีกประการคือ ภาษาลูมีหลักการ แต่ไม่มีกฎเกณฑ์ในการใช้ การใช้ภาษาลูจึงยังเป็นตัวแบ่งระดับเลเวลของผู้ใช้ภาษาได้อีกด้วย เช่น หนึ่งในผู้ให้สัมภาษณ์ที่บอกว่าตัวเองมักลดคำ เพื่อพูดภาษาลูให้ผิดเพี้ยนไปจากหลักการเดิม ซึ่งนอกจากทำให้ตัวเองดูเป็นผู้เชี่ยวชาญแล้ว ยังทำให้มองคนที่แปลภาษาลูทุกคำว่าเป็น ‘กะเทยแบบเบบี๋’

- วิธีการใช้ภาษาลู

หลักสำคัญของภาษาคือการใช้ และวันนี้เราจะสรุปวิธีการใช้ภาษาลูจากสารนิพนธ์ชิ้นนี้ให้อ่านกัน แต่ต้องย้ำอย่างที่เขียนไปข้างต้นก่อนว่า ภาษาลูมีหลักการ แต่ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว ดังนั้น วิธีการใช้ที่ยกมาจึงเป็นแค่ ‘ภาษาลู 101’ เท่านั้น

นำคำว่า ‘ลู’ ไว้ด้านหน้าของคำที่ต้องการ หลังจากนั้นจึงนำคำมาผวน โดยยังคงตัวสะกดและวรรณยุกต์เดิมไว้ เช่น คำว่า ‘เสื้อ’ ให้เติมคำว่า ‘ลู’ ด้านหน้ากลายเป็น ลู – เสื้อ เมื่อนำมาผันจึงกลายเป็น เลื่อ – สู้ หรือ คำว่า ‘มาก’ ที่เติมคำว่า ‘ลู’ กลายเป็น ลู – มาก และกลายเป็นคำว่า ลาก – มูก ในกรณีที่คำหน้าเป็น รอเรือ หรือ ลอลิง ให้นำอักษร สอเสือ หรือ ซอโซ่ มาใส่แทน แล้วค่อยผวน เช่น คำว่า ‘รัก’ ที่กลายเป็น ซัก – ลุก หรือคำว่า ‘ร้อน’ ที่กลายเป็น ซ้อน – ลู้น ในกรณีที่เป็นคำสระอู ต้องเปลี่ยนเป็น สระแอ หรือ สระอี แทน แล้วค่อยผวน เช่น คำว่า ‘จูบ’ ที่อาจผวนเป็นได้ทั้งคำว่า หลูบ – จีบ หรือ หลูบ – แจบ หรือคำว่า ‘ลูก’ ที่อาจเป็นได้ทั้งคำว่า ซูก – แลก หรือ ซูก – ลีก ในกรณีที่คำมีความซับซ้อนหรือมีหลายพยางค์ ให้นำมาเปลี่ยนเป็นภาษาลูทีละคำ เช่น คำว่า ‘กะเทย’ ที่กลายเป็นคำว่า หละ – กุ เลย – เทย หรือคำว่า ‘ขอบคุณ’ ที่กลายเป็นคำว่า หลอบ – ขูบ ลุค – คิน

ในกรณีท้ายสุดนี่อาจเป็นการวัดกันถึงความเชี่ยวชาญภาษาลู เพราะผู้ใช้บางคนอาจเลือกตัดคำให้สั้นลง เช่น คำว่า ‘กะเทย’ จะเหลือแค่ กะเลย – ทูย เท่านั้น

ในโลกยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย การเรียนรู้อัตลักษณ์ของผู้อื่นเพื่อเข้าใจพวกเขาให้มากขึ้นและอยู่ด้วยกันได้ดีขึ้น ดังนั้น ลามูเลียนซูลาภูลาษูซูแลลันกูเลอะทู

อ้างอิงจาก

http://www.sure.su.ac.th/xmlui/bitstream/handle/123456789/15269/BA_Poonyaporn_Roopkean.pdf

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...