โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทหารญี่ปุ่นทำร้ายนักเรียนช่างกลปทุมวัน คดีที่หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 29 ก.พ. 2567 เวลา 05.50 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. 2567 เวลา 02.36 น.

คดีทำร้ายพระที่บ้านโป่ง (2485) ของทหารญี่ปุ่นในช่วงต้นสงครามนำไปสู่การปะทะกันระหว่างทหารญี่ปุ่นกับประชาชนและตำรวจไทย สร้างความตึงเครียดระหว่างกันเป็นที่รับรู้กันอย่างแพร่หลาย

แต่ยังมีอีกคดีหนึ่งที่ทหารญี่ปุ่นทำร้ายคนไทยแต่ยังไม่เป็นที่รับรู้นัก

คือ คดีทหารญี่ปุ่นทำร้ายนักเรียนช่างกลจนถึงแก่ความตาย

เมื่อไทยเข้าสงคราม

การเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามเป็นผลจากการตัดสินใจของรัฐบาลในเช้าวันที่ 8 ธันวาคม 2484 อันเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากยิ่ง เนื่องจากญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกอย่างฉับพลัน (fait accompli) พร้อมกับการโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ ฮาวายของสหรัฐอเมริกา (สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ, 2555) ทั้งนี้ สมรภูมิครั้งนี้หาได้อยู่ไกลบ้านอย่างในสงครามโลกครั้งที่แล้ว แต่สมรภูมิครั้งนี้เป็นสนามรบที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียและประชิดแดนไทย ในที่สุด ไทยตกลงยินยอมให้กองทัพญี่ปุ่นเดินทัพผ่านไทยไปยังมลายูและพม่า มีการลงนามใน “สนธิสัญญาไทย-ญี่ปุ่น” ในช่วงสายวันเดียวกัน (แถมสุข นุ่มนนท์, 2548, 23-24)

ต่อมาวันที่ 11 ธันวาคม รัฐบาลไทยและญี่ปุ่นตัดสินใจลงนามใน “กติกาสัญญาทางทหารระหว่างไทยกับญี่ปุ่น” วันที่ 14 ธันวาคม รัฐบาลไทยลงนามในสัญญากับญี่ปุ่น “หลักการร่วมยุทธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น” อันมีเนื้อหาว่า กองทัพไทยจะร่วมยุทธ์กับญี่ปุ่นในการต่อต้านกองทัพข้าศึกในพม่า โดยแบ่งหน้าที่กันทางบก เรือ และอากาศ ต่อมา มีการรับรองอย่างเป็นทางการเป็น “กติกาสัญญาสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ” ในวันที่ 21 ธันวาคม 2484 มีเนื้อหาว่า

หากประเทศคู่สัญญามีความขัดแย้งทางอาวุธกับประเทศอื่นใด ประเทศคู่สัญญาจะอยู่ข้างเดียวกันในฐานะพันธมิตรทันทีและให้ความช่วยเหลือทางการเมือง เศรษฐกิจและการทหาร นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังสัญญาจะให้ดินแดนมลายูและพม่า คือ ไทรบุรี กลันตัน ตรังกานู ปะลิส เชียงตุง และเมืองพานที่ไทยเคยเสียให้กับอังกฤษในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกลับคืนแก่ไทยอีกด้วย (แถมสุข นุ่มนนท์, 2548, 26-31)

คดีทหารญี่ปุ่นทำร้ายนักเรียนช่างกลปทุมวัน

ในระหว่างสงคราม กองทัพญี่ปุ่นได้เข้ายึดหน่วยราชการ โรงเรียนรัฐและเอกชนหลายแห่งตั้งกองทหาร กองทหารญี่ปุ่นเข้าตั้งหน่วยทหารตามสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สนามกีฬาแห่งชาติ สวนลุมพินี โรงเรียนช่างกลอุเทนถวาย สถานทูตของฝ่ายสัมพันธมิตรและโรงเรียนใหญ่ๆ หลายแห่ง สถานที่สำคัญๆ เพื่อควบคุมพระนคร (อาจินต์ บุณยเกตุ, 2534, 221-222)

บรรดาเหล่าพ่อค้า ช่างถ่ายรูป ที่เคยปฏิบัติการหาข่าวให้กับกองทัพญี่ปุ่นในการยกพลขึ้นบก ภายหลังยกพลแล้วคนเหล่านี้แต่งชุดทหาร สะพายดาบซามูไรเดินเต็มเมือง

มีเหตุการณ์หนึ่งที่ดูจะหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ไทยในช่วงสงคราม คือ คดีทหารญี่ปุ่นทำร้ายนักเรียนช่างกลปทุมวัน

สำหรับประวัติโรงเรียนช่างกลปทุมวันตั้งขึ้นภายหลังการปฏิวัติ 2475 ที่ตรอกกัปตันบุช บางรัก ในปี 2477 โรงเรียนอาชีพช่างกลย้ายไปตั้งที่อาคารกรมแผนที่ทหารบก บริเวณท่าเรือแถวโรงเรียนราชินีล่าง จนปีต่อมาได้โอนโรงเรียนสังกัดกระทรวงธรรมการ

ในปี 2480 ได้มีการดำเนินการเช่าที่ดินตรงข้ามสนามกีฬาแห่งชาติของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นวังของกรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์เดิม ริมถนนพระราม 1 มีเนื้อที่ประมาณ 18 ไร่ ได้จัดสร้างอาคารเรียน 1 หลัง โรงฝึกงานอีก 8 หลัง ประกอบด้วย โรงช่างกลโรงงาน โรงเครื่องจักรไอน้ำและดีเซล โรงเชื่อม โรงหล่อ โรงชุบ โรงช่างยนต์ ช่างไฟฟ้าและวิทยุ โรงตีเหล็ก เป็นต้น

แล้วย้ายโรงเรียนมาอยู่สถานที่ใหม่ถนนพระราม 1 เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2482 แบ่งการศึกษาออกเป็น ช่างยนต์ ช่างไฟฟ้า และช่างไอน้ำ

ไม่กี่วันภายหลังกองทัพญี่ปุ่นยกพลขึ้นไทย 11 ธันวาคม 2484 ทหารญี่ปุ่นกว่าร้อยนายได้เข้ายึดโรงเรียนเพื่อใช้เป็นโรงงานของทหารช่างแห่งกองทัพญี่ปุ่น (อนุสรณ์ 90 ปี ช่างกลปทุมวัน, 2565, 25)

ในช่วงที่ทหารญี่ปุ่นยึดโรงเรียน ทางโรงเรียนจึงอพยพนักเรียนไปอาศัยเรียนที่โรงเรียนมัธยมวัดเทพศิรินทร์เป็นการชั่วคราว สถานที่โรงเรียนที่ถนนพระราม 1 จึงถูกยึดครองไปด้วยทหารช่างญี่ปุ่นเพื่อใช้ในการสร้างและซ่อมบำรุงอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ

เสถียร ตามรภาค นายทหารสารวัตรไทยคนหนึ่งบันทึกเรื่องสะเทือนใจของเขาและสังคมไทยในขณะนั้นว่า ในช่วงต้นสงคราม เมื่อกองทหารช่างญี่ปุ่นมาตั้งที่ทำการ ณ โรงเรียนช่างกลปทุมวันแล้ว นายทหารญี่ปุ่นได้มาขอนักเรียนช่างกลปทุมวันจากโรงเรียนไปช่วยงานกองทัพญี่ปุ่น ต่อมาทางโรงเรียนจึงได้ส่งนักเรียนมาให้ 2-3 คน นายทหารช่างจ่ายนักเรียนให้ไปทำงานกับนายสิบที่โรงช่าง

นายสิบทหารญี่ปุ่นสั่งให้นักเรียนช่างกลคนหนึ่งนั่งรอฟังคำสั่ง ระหว่างที่นายสิบไปหาเครื่องมือมาให้นักเรียน นักเรียนจึงนั่งรอ ต่อมา มีนายทหารอีกคนเห็นนักเรียนนั่งว่างงานอยู่ จึงสั่งให้นักเรียนไปกวาดพื้นโรงช่างให้สะอาด ครั้นนายสิบเดินกลับมาเห็นนักเรียนกวาดพื้นอยู่ จึงตบหน้าหาว่าขัดคำสั่งเขา นักเรียนจึงแจ้งว่าได้รับมอบหมายงานจากนายทหารให้กวาดพื้น

ด้วยเหตุที่พูดจากันไม่รู้เรื่อง นายสิบจึงใช้กระบี่ทั้งฝักฟาดลงไปบนศีรษะนักเรียนจนทำให้นักเรียนสลบเหมือด

นายสิบคนนั้นพยายามแก้ไขให้นักเรียนฟื้นสติขึ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เพื่อนนักเรียนคนอื่นต่างหลบหนีเอาชีวิตรอดและกลับไปรายงานอาจารย์ใหญ่โรงเรียนทราบ จากนั้น ทางโรงเรียนแจ้งมายังสารวัตรทหารผสม ต่อมา นักเรียนเคราะห์ร้ายคนนั้นถูกส่งไปโรงพยาบาลกลางเพื่อรักษา แต่นักเรียนมีอาการหนักมาก สารวัตรทหารฝ่ายไทยรายงานไปยังแม่ทัพญี่ปุ่น แม่ทัพญี่ปุ่นโทรศัพท์ไปสอบถามอาการที่โรงพยาบาลปรากฏนักเรียนเสียชีวิตแล้ว

ต่อมา มีการผ่าศพนักเรียนพิสูจน์ที่โรงพยาบาลกลาง ทางญี่ปุ่นและไทยส่งนายแพทย์เป็นตัวแทนมาฝ่ายละ 2 นาย สารวัตรทหารผสมไทย-ญี่ปุ่นอีกฝ่ายละ 2 นาย พบว่าสาเหตุการตายของนักเรียนคือ เลือดคั่งที่สมอง

ความตายของนักเรียนช่างกลนี้ ฝ่ายไทยไม่พอใจมาก จอมพล ป.พิบูลสงคราม ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ แต่กองทัพญี่ปุ่นถือเป็นเรื่องเล็ก เกิดการสอบสวนขึ้น ผลปรากฏว่านายสิบทหารญี่ปุ่นมีความผิดอย่างชัดเจน นายสิบคนนี้ถูกปลดลงเป็นพลทหารและถูกส่งไปประจำการที่พม่า ฝ่ายไทยเรียกค่าเสียหายจากญี่ปุ่นให้ครอบครัวนักเรียนเป็นเงิน 5,000 บาท ต่อมา ทางกองทัพญี่ปุ่นจ่ายค่าทำศพเป็นเงิน 8,000 บาท

นายทหารสารวัตรไทยบันทึกเหตุการณ์นี้ต่อไปว่า เขาเป็นตัวแทนไปรับค่าทำศพจาก พ.อ.โมริ โมริยะ นายทหารญี่ปุ่นผู้นี้กล่าวว่า ค่าทำศพนี้มีราคาเท่ากับปืนกลหนักหนึ่งกระบอก เขาจึงถามไปว่า เหตุใดญี่ปุ่นจึงไม่จ่ายค่าทำศพเป็นมูลค่าปืนกล 3 กระบอกให้แก่ครอบครัวนักเรียน ต่อมาเรื่องดังกล่าวก็จบลงว่าฝ่ายญี่ปุ่นยอมชดใช้ค่าเสียหายให้ครอบครัวนักเรียนผู้นั้น (เสถียร, 2518, 132-134)

อย่างไรก็ตาม จากหนังสือประวัติของโรงเรียนช่างกลปทุมวันที่เรียบเรียงขึ้นในภายหลัง (ราว 2563) โดยนายประเสริฐ แซ่อึ๊ง และนายสหัส ศิริเกตุ ให้ชื่อนักเรียนผู้นี้ว่า นายสงวน จัตุพร นักเรียนปี 2482 เลขประจำตัว 238 แต่สำหรับสาเหตุการตายของนักเรียน หนังสือฉบับนี้ระบุว่า นักเรียนถูกทหารญี่ปุ่นฟันดาบด้วยซามูไรจนถึงแก่ความตายจากการปกป้องโรงเรียนจากกองทัพญี่ปุ่น (https://fliphtml5.com/wwcgs/camz/basic/151-187, หน้า 40) ในขณะที่บันทึกความทรงจำของสารวัตรทหารไทยที่ร่วมพิจารณาคดีเล่าว่า เกิดจากทหารญี่ปุ่นลุแก่อำนาจทำร้ายนักเรียนที่โรงเรียนส่งมาช่วยงานทหารญี่ปุ่นตามคำขอจากกองทัพญี่ปุ่น

เหตุการณ์นี้สร้างความไม่พอใจให้รัฐบาลไทยมาก ในที่สุดกองทัพญี่ปุ่นชดใช้ค่าเสียหายให้กับครอบครัวนักเรียน และลงโทษทหารญี่ปุ่นคนนั้นด้วยการลดยศและส่งไปแนวหน้า

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทหารญี่ปุ่นทำร้ายนักเรียนช่างกลปทุมวัน คดีที่หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...