โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กลิ่นคลุ้งทั่ว ปลาหลายพันตันตายปริศนา ซัดเกลื่อนริมหาดญี่ปุ่น ลั่นไม่เคยเห็นมาก่อน

Khaosod

อัพเดต 11 ธ.ค. 2566 เวลา 11.50 น. • เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2566 เวลา 11.50 น.

เร่งถกหาสาเหตุ ปลาหลายพันตันตายปริศนา เกลื่อนชายหาดเกาะฮอกไกโดยาวเกือบ 2 กม. จนเกิดความกังวล หวั่นเป็นลางบอกเหตุ

เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานว่า เกิดความกังวลหวั่นลางร้าย กรณีมีปลาซาร์ดีนและปลาแมคเคอเรลจำนวนกว่าพันตันตายปริศนา คลื่นซัดมาเกยชายหาดที่เกาะฮอกไกโด ทางภาคเหนือสุดของญี่ปุ่นเมื่อไม่กี่วันก่อน ขณะที่ทางการญี่ปุ่นยังไม่ออกมาอธิบายสาเหตุได้

ภาพประกอบ

ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น เผยว่า เนื่องจากปรากฏการณ์ปลาซาร์ดีนและปลาแมคเคอเรลตายเกลื่อนชายหาดมากกว่าพันตันและยังไม่ทราบสาเหตุ โดยเกิดขึ้นเพียง 3 เดือน หลังจากทางการญี่ปุ่นตัดสินใจให้ปล่อยน้ำบำบัดกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟุกุชิมะ ลงสู่ทางทะเลและเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

ภาพประกอบ

ขณะเดียวกัน กรณีดังกล่าวสร้างความตื่นตะลึงก่อให้เกิดความสงสัยและความกังวลใจของประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะมีซากปลาคาดว่ามีน้ำหนักรวมหลายพันตัน ถูกคลื่นซัดเข้าฝั่งจนลอยเป็นแพสีเงินเหนือผิวน้ำทะเลริมชายหาด เป็นระยะทางยาวถึงเกือบ 2 กม.

ภาพประกอบ

อย่างไรก็ตาม ทางนักวิจัยที่สถาบันประมงเมืองฮาโกะดาเตะ ได้แสดงความเห็นถึงกรณีนี้ว่า อาจเกิดขึ้นเนื่องจากปลาเหล่านี้หมดแรงเพราะขาดออกซิเจน ขณะฝูงปลาจำนวนมากกำลังว่ายอยู่ในบริเวณน้ำตื้น หรือปลาอาจจะว่ายมายังเขตน้ำเย็นอย่างกะทันหันระหว่างการอพยพ และเกิดอาการช็อก

ภาพประกอบ

นอกจากนี้ ทางเทศบาลเมืองกำลังเร่งหาสาเหตุของปรากฏการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้น โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับฤดูกาลที่ปลาซาร์ดีนจะอพยพจากฮอกไกโดลงไปทางใต้พอดี

ภาพประกอบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...