โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เริ่มเดินเครื่องทดลอง! ปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชันใหญ่ที่สุดในโลก

PPTV HD 36

อัพเดต 02 ธ.ค. 2566 เวลา 08.37 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2566 เวลา 08.31 น.
เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชันสำหรับทดลองที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งอยู่ในญี่ปุ่น เริ่มเดินเครื่องทดลองสร้างพลังงานสุทธิแล้ว

เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชันสำหรับทดลองที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองนากะ ในจังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น ได้เริ่มเดินเครื่องแล้วเมื่อวานนี้ (1 ธ.ค.) เพื่อศึกษาหาแหล่งพลังงานใหม่ที่จะเป็นอนาคตของมนุษยชาติ

การสร้างปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการสร้างพลังงานสะอาดโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลอีกต่อไป อันจะเป็นคำตอบของทั้งการแสวงหาพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์ในแง่ของพลังงานปริมาณมหาศาลที่จะได้ เพียงพอต่อความต้องการพลังงานที่สูงขึ้นของทั้งโลก

นิวเคลียร์ฟิวชัน (Fusion) จะเป็นการหลอมนิวเคลียสของอะตอม 2 ตัวเข้าด้วยกันจนเกิดพลังงาน แบบเดียวกับปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นบนดวงอาทิตย์ แตกต่างจากนิวเคลียร์ฟิชชัน (Fission) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใช้วิธีการแยกนิวเคลียสหนึ่งอันออกเป็นสอง

ก่อนหน้านี้ห้องทดลองแห่งชาติลอว์เรนซ์ ลิเวอร์มอร์ (Lawrence Livermore National Laboratory) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ เคยประสบความเร็จแล้ว 2 ครั้งในการสร้างพลังงานสุทธิจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน โดยผลิตพลังงานสุทธิได้มากกว่าพลังงานที่ใช้ไปในกระบวนการ

พูดง่าย ๆ ก็คือ ปฏิกิริยาฟิวชันคือกระบวนการที่ทำให้ 1+1 แล้วได้ผลลัพธ์ออกมามากกว่า 2 นั่นเอง

สำหรับเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชันทดลองที่ในเมืองนากะ มีชื่อว่า “JT-60SA” ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการตรวจสอบความเป็นไปได้ของการทำให้ปฏิกิริยาฟิวชันเป็นแหล่งพลังงานสุทธิที่ปลอดภัย มีขนาดใหญ่ และปราศจากคาร์บอน โดยมีพลังงานที่สร้างขึ้นได้มากกว่าที่นำไปใช้ในกระบวนการ

เครื่องปฏิกรณ์นี้มีความสูงเท่ากับ 6 ชั้น ตั้งอยู่ในโรงเก็บเครื่องบินใน Naka ทางตอนเหนือของโตเกียว ประกอบด้วยภาชนะรูปทรงโดนัท ภายในบรรจุพลาสมาหมุนวนที่ให้ความร้อนสูงถึง “200 ล้านองศาเซลเซียส”

JT-60SA เป็นโครงการร่วมระหว่างสหภาพยุโรปและญี่ปุ่น มีเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้นิวเคลียสของธาตุไฮโดรเจนหลอมรวมเป็นธาตุที่หนักกว่า นั่นคือฮีเลียม และปล่อยพลังงานออกมาในรูปของแสงและความร้อน และเลียนแบบกระบวนการที่เกิดขึ้นภายในดวงอาทิตย์

แซม เดวิส รองหัวหน้าโครงการ JT-60SA กล่าวว่า เครื่องปฏิกรณ์นี้จะ “นำเราเข้าใกล้พลังงานฟิวชันมากขึ้น”

เขาบอกว่า “นี่เป็นผลมาจากความร่วมมือระหว่างนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรมากกว่า 500 คน และบริษัทมากกว่า 70 แห่งทั่วยุโรปและญี่ปุ่น”

ด้าน คาดรี ซิมสัน กรรมาธิการพลังงานของสหภาพยุโรป กล่าวว่า JT-60SA เป็น “เครื่องปฏิกรณ์ที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก” และบอกว่า การเริ่มต้นเดินเครื่องถือเป็น “เหตุการณ์สำคัญสำหรับประวัติศาสตร์เทคโนโลยีฟิวชัน”

ทั้งนี้ วิธีการที่ JT-60SA ใช้จะแตกต่างจากที่ลอว์เรนซ์ ลิเวอร์มอร์ เพราะที่นั่นใช้วิธีการที่เรียกว่า “ฟิวชันจำกัดแรงเฉื่อย” โดยจะยิงเลเซอร์พลังงานสูงเข้าไปพร้อมกันในกระบอกสูบที่บรรจุไฮโดรเจน เพื่อทำให้เกิดการรวมนิวเคลียส

เป็นเรื่องที่ต้องเน้นย้ำว่า ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันแตกต่างจากเทคนิคในโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์อย่างสิ้นเชิง และฟิวชันจะไม่มีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุนิวเคลียร์ร้ายแรง เช่น ภัยพิบัติที่ฟูกูชิมะในญี่ปุ่น หรือเชอร์โนบิลในยูเครน และก่อให้เกิดกากกัมมันตภาพรังสีน้อยกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อย่างมาก

เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไปว่า การทดลองสร้างพลังงานจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันจะประสบความสำเร็จได้เมื่อไร แม้จะไม่ใช่เร็ว ๆ นี้ แต่ก็เชื่อได้ว่า อนาคตที่โลกจะมีแต่พลังงานสะอาดและปลอดภัย จะต้องมาถึงในสักวัน

เรียบเรียงจาก The Guardian

ภาพจาก AFP PHOTO / NATIONAL INSTITUTES FOR QUANTUM SCIENCE AND TECHNOLOGY (QST)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักวิทย์ทำปฏิกิริยาฟิวชัน ได้พลังงานสุทธิเป็นครั้งที่ 2

สหรัฐฯ-ฟิลิปปินส์ลงนามข้อตกลงนิวเคลียร์ ส่งเสริมความยั่งยืนด้านพลังงาน

นักวิทย์พัฒนาแหล่งพลังงานใหม่ เพื่อให้ดำรงชีวิตบนดวงจันทร์ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...