โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ทะลุมิติมาเป็นแม่ของนางเอกผู้อาภัพ

นิยาย Dek-D

อัพเดต 05 ม.ค. 2567 เวลา 12.33 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. 2567 เวลา 12.33 น. • เสี่ยวจิ่ว.
เธอทะลุมิติมาในยุคจีนโบราณที่มีลูกและสามี? ที่มีเรื่องราวเหมือนในละครที่เธอดู เธอกลายเป็นแม่ของนางเอก? ส่วนเขานั้นย้อนเวลามาเพื่อแก้ไขอดีตที่ผิดพลาด ชาติที่แล้วใครทำอะไร 'นาง' ข้าจะแก้แค้นให้สาสม

ข้อมูลเบื้องต้น

เขา คือ ท่านแม่ทัพใหญ่ผู้กล้าหาญเกรียงไกญ ส่วนนางเป็นแค่บุตรีท่านโหวที่มีแต่เปลือก

เมื่อการแต่งงานเกิดขึ้นด้วยความเข้าใจ แท้จริงคนที่เขารักมิใช่นาง แต่เป็นพี่สาวที่เกิดจากอนุ

หลี่อวิ๋นเจียวหาทางปลีกตัวออกมาเลี้ยงบุตรสาวตัวน้อยเพียงลำพัง

จนกระทั่งมีเชฟสาวจากยุคปัจจุบันทะลุมิติมาเข้าร่างของ หลี่อวิ๋นเจียว

เธอจัดการสร้างกิจการด้วยสองมือของเธอเอง เพียงแต่หลายปีผ่านไปเหตุใด สามี ของเธอถึงตามมาง้อเธออย่างไม่มีเหตุผล

ในเมื่อเขาง้อเธอก็รับไว้เป็นแค่พ่อของลูกเท่านั้น แต่ดูเหมือนกู้จือเสวี่ย จะต้องการมากกว่านั้น

เธอที่ทะลุมิติมากับเขาผู้ซึ่งย้อนอดีต กำแพงบางๆ ของหลี่อวิ๋นเจียวจึงค่อยๆ พังทลายลง…

"เมื่อไหร่ท่านพ่อกับท่านแม่จะมีน้องชายให้เสียวเสี่ยว" เด็กหญิงตัวขาวอวบแก้มยุ้ยยืนเท้าเอวมองบิดา มารดาด้วยท่าทางที่โกรธจัด

น้องชายเท่านั้น เสียวเสี่ยวน้อยต้องการน้องชาย!

หลังจบเรื่องจะทำการรีไรท์อีกรอบนะคะ เรื่องนี้จะมี E-book ด้วยนะคะ

ฝากติดตามด้วยน้า อีกไม่นานเกินรอค่า

การทะลุมิติ

“จบตอนสักที” หลี่อวิ๋นเจียวมองนาฬิกาที่เข็มสั้นชี้ไปที่เลข 2 เป็นเวลาตี 2 แล้ว เธอเพิ่งดู 'สตรีสกุลกู้ยอดหญิงอันดับหนึ่ง' ละครจีนย้อนยุคที่มาแรงที่สุดแห่งปีจบตอนที่ 37 พอดี จากจำนวน 57ตอนจบ

ละครเรื่องนี้มีเนื้อหาที่เข้มข้น สมกับเป็นละครเกรด SS+ ทั้งยังรวมไปถึงเหล่านักแสดงในเรื่องที่หล่อเหลาจนเหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยาย จนเหล่านักแสดงแต่ละคนได้ขึ้นฮอตเสิร์ชบน Baidu อยู่ประจำ

นักแสดงในเรื่องล้วนมีหน้าตาชวนมองเป็นอย่างยิ่ง ยิ่งนางเอกของเรื่องยิ่งมองยิ่งน่ารัก แม้จะเริ่มมาจากบทตัวรองๆ แต่พอมาเล่นเรื่องนี้ต้องยอมรับเลยว่านางเอกคนนี้กำลังดังเป็นพุลแตก ด้วยฝีมือการแสดงที่ดึงดูดผู้ชม และเสน่ห์ของเธอ จนทำให้ตอนนี้เธอเลื่อนขั้นมาเป็นนางเอกเกรด A ได้เร็วที่สุด

เรื่องราวในละครเริ่มมาจากที่ นางเอกเกิดมาก็พบเจอแต่เรื่องยากลำบากทันที เพราะพ่อของนางขับไล่ท่านแม่ของนางไปที่นอกจวนโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแม่ของนางกำลังตั้งท้องอยู่ พอนางโตขึ้นก็ได้สู้รบตบตีกับบรรดาบุตรสาวที่เกิดจากเหล่าอนุภรรยาทั้งหลายของท่านพ่อ

แต่โชคร้ายท่านแม่ของนางถูกอนุภรรยาสุดที่รักของท่านพ่อวางยาจนตาย โดยที่แท้จริงแล้วผู้ที่เป็นผู้ลงมือก็คือท่านป้าแท้ๆ ของนาง ที่ต้องการกำจัดท่านแม่ เนื่องจากท่านป้าแท้จริงแล้วคือคนรักลับๆ ของท่านพ่อ นางเอกจะต้องเผชิญกับความยากลำบากมากมาย แต่โชคดีที่นางเอกมีคนคอยช่วยเหลือตลอด ซึ่งก็คือ เหล่าหนุ่มหล่อถึง 3 คนด้วยกัน

หลี่อวิ๋นเจียวซึ่งกำลังลุ้นอย่างหนักว่าใครจะเป็นพระเอกตัวจริง คาดว่าในละครน่าจะเฉลยพระเอกตัวจริงในตอนที่ 40 เป็นต้นไป

หลี่อวิ๋นเจียวมองนาฬิกาอีกครั้งก่อนที่จะเอื้อมมือมาปิดคอมพิวเตอร์

‘มันดึกเกินไป ได้เวลานอนแล้ว’

วันหยุดของเธอหมดลงแล้ว เธอต้องไปทำงานพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันเสาร์ งานโรงแรมไม่มีวันหยุดเสาร์-อาทิตย์หรอกนะ

'โชคดีที่พรุ่งนี้เธอเข้างานรอบกะกลางคืน'

หลังจากเรียนจบปริญญาตรีด้านอาหาร เธอก็มาทำงานเป็นเชฟในโรงแรม แม้ตำแหน่งจะไม่สูงมากแต่เธอก็เชื่อมั่นว่าจะเป็นสั่งสมประสบการณ์ในการทำงานให้เธอไม่มากก็น้อย

หลี่อวิ๋นเจียวถนัดอาหารเอเชียเป็นพิเศษเชียวแหละ เธอจึงถูกจัดให้อยู่ครัวอาหารเย็นเพื่อทำอาหารญี่ปุ่น สิ่งที่เธอชอบที่สุดคืออาหารจีนแต่เป็นเรื่องที่ยากเนื่องจากเธอเป็นคนตัวเล็ก ส่วนสูงของเธอไม่ถึง 160 เซนติเมตรด้วยซ้ำ ทำให้การทำอาหารจีนที่ต้องยกกระทะหนักๆ ทุกวันนั้นเป็นไปไม่ได้เลย แน่นอนว่าความฝันอันสูงสุดของเธอก็คือการเปิดร้านอาหาร แต่มันง่ายอย่างที่ปากพูดเสียเมื่อไหร่

ที่ประเทศจีนถ้าคุณอยากที่จะทำธุรกิจแน่นอนคุณต้องมีเงินทุนจำนวนมาก เพื่อรองรับความเสี่ยงอีกด้วย เธอเพิ่งจบใหม่มาไม่ถึงปี งานที่ทำอยู่ก็เพราะว่ารองหัวหน้าเชฟ ที่เป็นหัวหน้าตอนฝึกงานนั้นเห็นแววในตัวเธอหลังจากมาฝึกงานที่โรงแรม เขาเห็นเธอมีความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานดีเลยทำการจองตัวเธอให้มาทำงานที่นี่หลังเรียนจบ

หลี่อวิ๋นเจียวปิดไฟแล้วจึงเดินไปที่เตียงนอน เธอมองพระจันทร์ที่ดูสว่างไสวกว่าทุกวัน แสงจันทร์ส่องเข้ามาถึงที่เตียงนอนของเธอ หลี่อวิ๋นเจียวเดินไปปิดม่าน จากนั้นเธอก็เอนตัวลงนอนหลับไป โดยไม่รู้เลยว่าเธอจะไม่มีวันได้ตื่นขึ้นมาในร่างนี้อีกแล้ว

“เเง แง แงงง ….” เสียงเด็กร้องไห้จ้าดังขึ้นจนหลี่อวิ๋นเจียวตกใจสะดุ้งตื่นอย่างแรง จนหัวเธอฟาดเข้ากับหัวเตียง หลี่อวิ๋นเจียวลืมตาขึ้นและมองไปรอบๆ ห้องที่ค่อนข้างเก่า เป็นบ้านไม้เก่าๆ ทรงจีนโบราณ

‘เดี๋ยวนะนี่ฉันฝันหรือมันคือเรื่องจริง ที่นี่ที่ไหน’ แท้จริงต้องบอกว่าเป็นเรือนเก่าๆ ต่างหาก สิ่งของเครื่องใช้ในห้องนี้ ล้วนแต่ดูเก่าแก่ทั้งนั้น

ขณะที่เธอกำลังงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างมาดึงผมเธอจนหัวของเธอแหงนไปข้างหลัง เด็กผู้หญิงนี่น่า เด็กน้อยตัวขาวดุจหิมะดวง ตาโตปริ่มไปด้วยนำ้ตากำลังเม้มปากสะอึกสะอื้น ดูจากการที่สามารถนั่งเองได้แล้วน่าจะอายุขวบกว่าๆ เห็นจะได้

'นี่สินะตัวการที่ส่งเสียงดังเมื่อครู่'

ทันใดนั้นความทรงจำของเจ้าของร่างก็แล่นขึ้นเข้ามาที่หัวสมองของเธอทันที เธอคือหลี่อวิ๋นเจียว แน่นอนว่าเป็นชื่อเดียวกับเธอแต่ไม่ใช่เธอ ร่างนี้เกิดมาเป็นบุตรสาวของท่านโหวกับภรรยาเอก แต่อนิจจาท่านแม่ของร่างนี้สิ้นใจไปในทันทีที่คลอด รวมทั้งท่านโหววันๆ ก็ไม่สนใจอันใดนอกจากการอ่านตำราต่างๆ ทำให้ท่านโหวไม่สนใจที่จะแต่งตั้งบรรดาอนุภรรยาขึ้นมาเป็นเอก ไม่ใช่ว่าเพราะต้องการให้เกียรติแม่ของเธอแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะท่านโหวต่างยุ่งกับการศึกษาตำรา แต่ใช่ว่าอ่านไปแล้วจะได้ทำงานทำการใดๆ ท่านโหววันๆ เอาแต่คลุกอยู่ที่ห้องหนังสือ ศึกษาตำรา อ่านบทกลอน ท่าทีเหมือนผู้สูงส่งมีความรู้เหนือกว่าใครๆ ไม่ได้สนใจเลยว่าบุตรสาวผู้นี้เหมือนตายทั้งเป็นอยู่ที่จวน

เจ้าของร่างนี้ในตอนแรกโชคยังดีที่นางมีคู่หมั้นตั้งแรกเกิด คือเซียวเสวียนจิ่น แห่งบ้านเสนาบดี แต่เนื่องจากเหตุใดไม่ทราบอยู่ๆ วันหนึ่งก็พากันมาขอถอนหมั้นกับนาง ทำเอาท่านโหวถึงกับโกรธจัดกล่าวหาว่าเป็นความผิดของนาง ขณะที่เสิ่นซื่อที่ตอนนี้มีตำแหน่งใหญ่สุดในหมู่อนุภรรยาและถือว่าใกล้ชิดท่านโหวมากที่สุดเอาแต่กล่อมท่านพ่อว่าจะจัดการเรื่องคู่ของนางให้ดี แต่แท้จริงแล้วกลับจะส่งนางไปแต่งงานกับคหบดีเฒ่าในเมืองที่แก่กว่าท่านพ่อของนางเสียอีก

หลี่อวิ๋นเจียวหมดสิ้นหนทาง นางจึงคิดแผนการจับคุณชายดีๆ ขึ้นมาให้มาแต่งงานกับนาง เดชะบุญอยู่ดีๆ ก็มีรองแม่ทัพหนุ่มอนาคตไกล นามว่า กู้จือเสวี่ย มาขอนางแต่งงาน พร้อมจัดการวันที่เสร็จสรรพ แม้กู้จือเสวี่ยจะมีพื้นเพรากหญ้า แต่ดูจากผลงานที่ผ่านมาของเขา รับรองได้เลยว่าเขาจะต้องอนาคตไกลอย่างแน่นอน ท่านโหวจึงตกปากรับคำ

เมื่อถึงวันแต่งนางดีใจอย่างมาก ถึงกับนอนไม่หลับมาหลายคืนเพราะความดีใจที่มีคนเห็นคุณค่าของนาง ขอนางแต่งงาน นางได้ยินกิตติศัพท์ของว่าที่เจ้าบ่าวเนิ่นนาน โดยที่นางไม่เอะใจเลยว่าเหตุใด เสิ่นซื่อที่ยามปกติจงเกลียดจงชังนางยิ่ง ถึงไม่คิดจะขัดขวางนางด้วยซ้ำ

ในคืนแต่งงานนางนั่งรอเจ้าบ่าวจนดึกดื่นกว่าเจ้าบ่าวจะมาหา แม้จะดูมึนเมาไปสักหน่อย แต่นางก็พร้อมสำหรับครั้งแรกของนางที่จะมอบให้เขา แต่พอนางตื่นก็พบว่าทุกอย่างเหมือนฝันสลาย เมื่อกู้จือเสวี่ยตื่นก็ทำท่าทางตกใจพร้อมกับโมโหนางสุดขีด พร้อมกับถามว่านางคือใคร จนได้ความว่ากู้จือเสวี่ยชอบพอกับพี่สาวต่างมารดาของนางนามว่า หลี่ชิงหลวน

กู้จือเสวี่ยสอบถามจนได้ทราบว่าหลี่ชิงหลวนเป็นบุตรสาวคนโตของท่านโหว แห่ง ตระกูลหลี่ แม้จะไม่รู้ชื่อแต่ก็รู้แน่ชัดว่านางในดวงใจคือคุณหนูใหญ่จากตระกูลหลี่ เขาจึงรีบบึ่งมาสู่ขอ แต่กลับได้เจ้าสาวผิดคน เนื่องจากนางถือว่าเป็น บุตรสาวคนแรกและคนเดียวของฮูหยินเอก นางจึงถือว่าเป็นบุตรสาวคนโตที่เกิดจากภรรยาเอก

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมากู้จือเสวี่ยก็ไม่เคยผ่านมาให้นางเห็นหน้าแม้แต่นิด แม้นางจะโดนท่านแม่ของเขาและนางสาวของเขากลั่นแกล้งให้นางอับอายอยู่บ่อยครั้ง เขาก็ไม่เคยโผล่หัวมาช่วยเหลือสักนิดทำให้นางอยู่อย่างจนใจ เจ็บทั้งกายและใจ

ยามนางอยู่ที่จวน อาหารการกินของนางแย่กว่าบ่าวไพร่ในเรือนเสียอีก จนบางครั้งบ่าวคนสนิทของนางที่ติดตามมาจากบ้านเดิมอย่างปี้ถิงและปี้ถังยังต้องเจียดอาหารมาให้นางในบางเวลา

เนื่องด้วยบ้านเดิมของนางไม่สนใจไยดี ทำไมนางยิ่งถูกดูหมิ่น ท่านพ่อของนางแม้จะเป็นท่านโหวก็จริงแต่ก็เป็นแค่บรรดาศักดิ์กลวงๆ บ้านเดิมของนางหมดอำนาจไปนานแล้ว ขณะที่สามีของนางตอนนี้กำลังเป็นโปรดปรานของฮ่องเต้อยู่มาก เนื่องจากเบื้องหลังของกู้จือเสวี่ยไม่มีผู้มีอำนาจหนุนหลัง ผู้มีอำนาจเพียงหนึ่งเดียวของเขาคือ ฮ่องเต้ เท่านั้น

อาจจะเป็นเพราะความโปรดปรานที่ดูจะไม่มีที่สิ้นสุดของฮ่องเต้ ดูได้จากรางวัลมากมายที่พระราชทานให้จวนรองแม่ทัพอย่างไม่หยุดหย่อน ทำให้แม่สามีและน้องสามีนั้นหยิ่งผยองเป็นอย่างมาก

ต้องบอกก่อนว่าพวกเขานั้นแต่เดิมก็คือชาวบ้านธรรมดาต่างกับเจ้าของร่างที่ถือได้ว่าเป็นคุณหนูจวนใหญ่เป็นครั้งแรก ต้องบอกว่าคุณหนูตกอับต่างหาก พวกเขายิ่งมองเจ้าของร่างแล้วยิ่งรู้สึกขัดตา เพราะตอนนี้พวกนางนั้นได้รับความสำคัญอย่างมาก ขณะที่เจ้าของร่างนั้นไม่มีใคร เวลามีเทียบเชิญก็ไม่มีใครเขียนชื่อเจ้าของร่าง เพราะข่าวลือเสียหายที่ว่าเจ้าของร่างหลอกท่านแม่ทัพแต่งงานแพร่ไปทั่ว

จนเวลาผ่านไป 3 เดือนกว่า หลี่อวิ๋นเจียวถึงทราบว่าตนตั้งครรภ์เป็นแน่ เมื่อเห็นสภาพความเป็นอยู่ของตนเองในจวนแห่งนี้แล้วนางไม่มีความสุข

นางจึงอนุญาตแม่สามีเพื่อเร้นกายหลบหนีจากที่นี่โดยอ้างว่า นางต้องการสงบจิต เข้าหาธรรมะ แม่สามีเจ้าของร่างรู้สึกดีใจยิ่งที่เจ้าของร่างไปไกลหูไกลตา กล่าวได้ว่ายากยิ่งนักที่แม่สามี ลูกสะใภ้จะรักใคร่กลมเกลียว จวนที่เจ้าของร่างเลือกนั้นตั้งอยู่ที่อำเภอหรู่หยาง บ้านเกิดแม่แท้ๆ ของนาง แม้จะไม่ใช่เมืองหลวงแต่ก็สามารถเดินทางสัญจรได้ง่ายกว่าที่อื่น

นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็ผ่านมา 2ปีกว่าแล้ว ไม่เคยมีจดหมายมาถามไถ่ใดๆ จากทั้งทางบ้านเดิมของนาง และฝั่งบ้านสามี แม้นางจะเคยเขียนจดหมายบอกข่าวคราวกับกู้จือเสวี่ยว่านางคลอดลูกของเขาแต่ก็ไม่เคยได้รับการตอบกลับ ในที่แห่งนี้มีแค่นางกับลูก และหญิงรับใช้อีกสองคนเท่านั้น

หลี่อวิ๋นเจียวปวดหัวอย่างหนักเนื่องจากความทรงจำที่หลั่งไหลเข้ามามากเกินไปจนต้องลงไปนอนกุมหัวกับพื้น ปี้ถังซึ่งเดินผ่านมาได้ยินเสียงกู้เสียวเสี่ยวร้องงอแงเสียงดัง เมื่อปี้ถังเปิดประตูหน้าออกก็เห็นหลี่อวิ๋นเจียวลงไปนอนกุมหัวด้วยความเจ็บปวด

“ฮูหยินเป็นอันใดหรือเจ้าคะ ปวดหัวหรือเจ้าคะ ” เมื่อเห็นหลี่อวิ๋นเจียวไม่มีการตอบสนองปี้ถังจึงรู้สึกร้อนใจเป็นอย่างมาก

“ปี้ถิง รีบไปตามหมอมาเร็ว ตอนนี้เลย” ว่าแล้วปี้ถังก็อุ้มกู้เสียวเสี่ยวขึ้นมาพลางตบหลังเด็กน้อยเบาๆเพื่อปลอบโยน

ปี้ถิงได้ยินดังนั้นนางจึงรีบมาที่ห้อง จากนั้นนางก็รีบมาประคองหลี่อวิ๋นเจียวขึ้นมาจัดท่าทางให้เข้าทีแล้วรีบไปตามหมอมาในทันที

ต้องใช้เวลาปรับตัว

“ฮูหยินของพวกเจ้าร่างกายอ่อนแอ ข้าตรวจดูแล้วอาการปวดหัวของนางน่าจะมาจากสาเหตุนี้ เนื่องด้วยหลังคลอดนางไม่ได้อยู่ไฟให้ครบเดือนเป็นแน่เพราะเหตุนี้นางถึงเจ็บป่วยได้ง่าย พวกเจ้าต้องให้ระวังไม่ให้นางต้องลมหนาวอีกด้วย เพราะนางจะหนาวง่ายกว่าพวกเจ้านัก เรียกได้ว่าหนาวไปถึงกระดูกเลยดีกว่า ช่วงนี้ลมหนาวเริ่มมาแล้ว พวกเจ้าต้องระวังให้มาก ” ท่านหมอไป๋ หมอประจำหมู่บ้านเอ่ยขึ้นหลังจากตรวจดูอาการของหลี่อวิ๋นเจียวเรียบร้อยแล้ว

ปี้ถิงและปี้ถังรีบถามถึงข้อห้ามต่างๆ รวมถึงพวกของบำรุงทันที ทั้งสองคนช่วยกันจำเนื่องจากไม่รู้หนังสือ

ขณะที่กู้เสียวเสี่ยวเอาแต่นั่งเล่นตุ๊กตาผ้าเนื่องจากเธอยังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้ เด็กน้อยผู้น่าสงสารไม่รู้เลยว่าหลี่อวิ๋นเจียวคนเก่าได้จากไปแล้ว ในยามนี้มีแต่หลี่อวิ๋นเจียวจากอีกโลกสวมร่างเข้ามาแทน

เมื่อหลี่อวิ๋นเจียวลืมตาขึ้นมาท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว เธอยังคงนอนเหม่อไปพักใหญ่ มันยากเหลือเกินที่จะทำใจให้ยอมรับได้เพราะเหตุใดเธอถึงมาอยู่ที่นี่

‘ยังคงเป็นที่เดิม’ หลี่อวิ๋นเจียวน้ำตาไหลออกมาทันที

‘นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่’ หลี่อวิ๋นเจียวนั่งประมวลผลแล้วพบว่า ลูกสาวตัวน้อยของเธอมีชื่อว่า กู้เสียวเสี่ยว และตอนนี้เธอออกมาอยู่นอกจวนตามลำพัง นั้นหมายความว่า ตอนนี้เธอทะลุมิติเข้ามาในละครหรือ

หลี่อวิ๋นเจียวรู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างมาก เธอไม่สามารถที่จะยอมรับได้ในทันที เธอจะไม่ได้อยู่กับครอบครัวอีกต่อไปแล้ว เธอจากมาโดยไม่มีโอกาสได้บอกลาทุกคนด้วยซ้ำ

เธอต้องติดอยู่ที่นี่แถมจากเด็กสาวผู้ที่อนาคตกำลังสดใส เพิ่งเริ่มต้นใหม่ในการทำงานต้องกลายเป็นหญิงที่แต่งงานแล้ว มีสามีที่ไม่รักเธออีก 1 คน แถมยังมีลูกแล้วอีกต่างหาก หลี่อวิ๋นเจียวน้ำตาไหลอีกครั้ง ในที่แห่งนี้เมื่อเกิดเป็นสตรี คุณต้องยึดหลัก 'สามคล้อยตาม'และ'สี่คุณธรรม' ซึ่งเธอยังไม่สามารถที่จะปรับตัวได้ในทันที เธอคิดถึงที่บ้าน พวกเขาจะรู้สึกอย่างไรกันเมื่อรู้ว่าเธอจากไป เธอเพิ่งเรียนจบยังไม่ได้ใช้ชีวิตเลย แถมที่นี่ไม่มีอินเตอร์เน็ตเธอจะใช้ชีวิตโดยขาดมันไปได้อย่างไร

'รูปร่างหน้าตาของร่างนี้ละ โลกเดิมฉันก็หน้าตาไม่แย่นี่น่า'

ว่าแล้วหลี่อวิ๋นเจียวจึงลงมาจากเตียงเดินไปหยิบเชิงเทียนขนาดเล็ก แล้วเดินไปนั่งที่หน้ากระจกทองแดง เธอหยิบกระจกขึ้นมาส่อง แม้จะมองเห็นไม่ชัดนักจากกระจกที่ล้าสมัยและแสงที่มีไม่เพียงพอ แต่เธอต้องขอบคุณชาวจีนโบราณเสียจริงที่คิดค้นกระจกขึ้นมาได้ อย่างน้อยก็ขอให้มีอะไรส่องหน้าตัวเองหน่อยเถอะ เธออยากเห็นเหมือนกันว่าร่างที่เธอทะลุมิติมามีหน้าตาเป็นเช่นไร หลี่อวิ๋นเจียวกลั้นลมหายใจแล้วหรี่ตามองกระจกทันที

ในกระจกคือหญิงสาวที่แม้หน้าตาซีดเซียวแต่ก็ยังคงดูงดงามมาก ตาดอกท้อที่ดูเย้ายวนใจ จมูกโด่งรั้น ริมฝีบางเป็นกระจับสีชมพูอ่อนๆ รูปหน้าเรียวเล็กเท่าฝ่ามือ ผิวขาวดั่งหิมะ กล่าวได้ว่าหลี่อวิ๋นเจียวมีหน้าตาคล้ายเจ้าของร่างอยู่ถึง7ส่วน เพียงแต่ร่างนี้มีความงามที่ดูสมบูรณ์แบบกว่าเท่านั้นเอง ความงามของร่างนี้เต็มไปด้วยความเย้ายวน ผิวหน้าเนียนละเอียดเหมือนไม่มีรูขุมขน

'สวยขนาดนี้แต่ต้องมาใช้ชีวิตเหมือนเป็นม่ายตั้งแต่ยังสาว แสดงว่าพระเจ้าต้องเกลียดฉันมากแน่ๆ' หลี่อวิ๋นเจียวคร่ำครวญ แม้เธอจะดีใจที่ได้อย่างน้อยก็ได้อยู่ในร่างหญิงงาม หากต้องกลายเป็นหญิงที่สามีไม่รัก ช่างน่าอนาถจริงแท้

‘ร่างนี้จะเคยเป็นสิวบ้างไหมนะ’ ว่าแล้วหลี่อวิ๋นเจียวก็ทำการนึกย้อนกลับไป ร่างนี้ไม่เคยเป็นสิวจริงๆ แม้นางจะไม่ได้ดูแลตัวเองมากมายแต่กลับมีความงามที่ล้ำเลิศคาดว่าหากนางเป็นแม่สามีมีลูกสะใภ้ที่รูปร่างหน้าตาแบบนี้ คงไม่สามารถมองเธอเป็นผู้หญิงดีๆ ได้หรอก เพราะร่างนี้งดงามเย้ายวนเกินไปต่างหาก หรือนี่จะเป็นอีกเหตุผลที่แม่สามีเจ้าของร่างไม่ชอบนาง

หลี่อวิ๋นเจียวนึกย้อนว่าเธอทะลุมิติมายังร่างนี้ได้อย่างไร ร่างนี้แค่นอนหลับเหมือนกันกับเธอ หรือจะสลับร่างกัน ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ หลี่อวิ๋นเจียวนอนคิดทั้งคืน จนรุ่งสางวันถัดไปมาถึง

ปี้ถิงและปี้ถังมาดูแลหลี่อวิ๋นเจียวแต่เช้า โดยในอ้อมแขนของปี้ถังอุ้มกู้เสียวเสี่ยวมาด้วย เด็กน้อยให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีไม่ส่งเสียงดังรบกวนแต่อย่างใด เนื่องจากถูกกำชับมาว่าห้ามส่งเสียงดังรบกวนท่านแม่ เด็กน้อยจึงทำตาแป๋วอยู่ในอ้อมอกของปี้ถังอย่างดี

เนื่องจากในห้องมีคนอยู่เยอะหลี่อวิ๋นเจียวที่หลับอยู่จึงรู้สึกตัวจนตื่นขึ้น

“อาการเป็นเช่นไรบ้างคะฮูหยิน” ปี้ถิงที่กำลังพยุงนางให้ลุกขึ้นเอ่ยถาม

“ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว แค่เหนื่อยนิดหน่อย” หลี่อวิ๋นเจียวส่ายหน้าเพื่อบอกไม่ให้ปี้ถิงพยุงนาง

“แม่ แม่” จู่ๆ เจ้าตัวน้อยก็ทำท่าจะโผเข้าหาเธอ ปี้ถังรีบห้ามทันที “ท่านแม่กำลังป่วยอยู่นะเจ้าคะ รอท่านแม่หายป่วยแล้วค่อยเล่นกับท่านแม่ ตอนนี้อยู่กับพี่ปี้ถังก่อนนะเจ้านะเจ้าคะ” เด็กน้อยเอียงคอมองที่ปี้ถังพูด ดูท่าคงจะไม่เข้าใจเพราะเด็กน้อยทำท่าจะโผเข้าหาเธอเหมือนเดิม

“มาเถอะ ข้าไม่เป็นไรแล้ว” ว่าแล้วหลี่อวิ๋นเจียวก็เอื้อมมือมาอุ้มกู้เสียวเสี่ยว กู้เสียวเสี่ยวยิ้มดีใจที่ได้อยู่กับท่านแม่ เด็กน้อยปีนป่ายไปทั่วตัวของหลี่อวิ๋นเจียว พร้อมทั้งส่งเสียงอ้อแอ้ไปมา

“เสียวเสี่ยวขวบกว่าแล้วสินะ ปกติเด็กวัยนี้เค้าเริ่มพูดกันหรือยัง” หลี่อวิ๋นเจียวไม่เคยเลี้ยงเด็กมาก่อน แต่เธอก็รักเด็กน้อยคนนี้ตั้งแต่แรกเห็น ไม่ใช่แค่รู้สึกชอบเพราะหน้าตาของเด็กน้อยนั้นช่างน่ารักเกินทน ผิวขาว ขาวเสียยิ่งกว่าผิวของหลี่อวิ๋นเจียวเสียอีก ตาชั้นเดียวแต่กลมโต จมูกเล็กๆ และริมฝีบางแดงอย่างมีสุขภาพดี พร้อมแก้มยุ้ยน่าบีบของเด็กน้อย ที่มีสีแดงเลือดฝาดตลอดเวลา หรืออาจจะเป็นเพราะสายใยสัมพันธ์แม่ลูกนั้นช่างแข็งแกร่ง เธอจึงรู้สึกรักกู้เสียวเสี่ยวตั้งแต่แรกเห็น จึงอยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกสาวตัวน้อย

ปี้ถิงและปี้ถังส่ายหน้า พวกนางไม่ทราบจริงๆ แม้จะเห็นพวกนางทำงานได้คล่องแคล่วแต่พวกนางนั้นอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น พวกนางเป็นฝาแฝดที่ทำงานอยู่ที่บ้านเดิมของหลี่อวิ๋นเจียวตั้งแต่เด็ก เนื่องจากพ่อของพวกนางแต่งงานใหม่ต้องการเงินเป็นค่าสินสอดสู่ขอแม่เลี้ยง พวกนางทั้งคู่จึงถูกขายออกมา

หลี่อวิ๋นเจียวคนเก่าเห็นแล้วสงสารจึงรับพวกนางทั้งสองมาทำงานอยู่ใกล้ตัว จะได้ไม่ต้องคอยตักน้ำไปมา หลังจะได้ไม่ค่อมตั้งแต่ยังเด็ก หลี่อวิ๋นเจียวคนนี้อายุแค่ 17 ปีเท่านั้น และถ้านับจากอายุจริงของเธอคือ 23 ปี เธอก็ไม่ได้ดีเไปกว่าพวกเขาเหล่านี้สักเท่าไหร่ จู่ๆ ก็ต้องกลายเป็นแม่คน นี่มันคุณแม่วัยใสชัดๆ

“ข้างจวนของเรามีฮูหยินที่กำลังย้ายเข้ามานะเจ้าคะบ่าวได้ยินมา เหมือนว่าจะเป็นฮูหยินม่ายสามีตาย เหมือนนางจะมีบุตรอยู่ 3 คน ตอนฮูหยินท่านนั้นย้ายเข้ามาพวกเราก็ไปเยี่ยมกันเถอะเจ้าค่ะ” ปี้ถิงกล่าว หลี่อวิ๋นเจียวนึกภาพตามเป็นม่าย ก็ไม่ต่างจากเธอสักเท่าไหร่ สภาพเธอตอนนี้ก็เหมือนเป็นม่ายอยู่กลายๆ น่าจะไปขอคำแนะนำในการเลี้ยงดูกู้เสียวเสี่ยวได้ไม่มากก็น้อย

“พรุ่งนี้พวกเจ้าไปเตรียมของเยี่ยมละกัน ตอนพวกนางย้ายเข้ามาจะได้มอบให้เลย ถือโอกาสผูกมิตรน่าจะเป็นเรื่องดี”

ผู้ช่วยชีวิต

หลี่อวิ๋นเจียวเริ่มทำใจได้ในระดับหนึ่งแล้ว เธอจึงเริ่มคิดถึงแผนการชีวิตในขั้นต่อไป โชคดีที่เธอเพิ่งดูละคร เรื่องนี้ไปก่อนที่จะทะลุมิติเข้ามา ดังนั้นเธอยังคงจำเรื่องราวในละคร ได้เกือบทั้งหมด

“ใครก็ได้สักคน เอากระดาษมาให้ข้าหน่อยสิ เอาหมึกกับที่ฝนหมึกมาด้วยนะ” ว่าแล้วเธอก็ส่งกู้เสียวเสี่ยวให้ปี้ถิงอุ้มไปป้อนอาหาร

เมื่อได้ของที่ต้องหลี่อวิ๋นเจียวก็เริ่มลงมือเขียนเนื้อหาในละคร เพื่อกันลืม โดยใช้วิธีจดเป็นข้อๆ เรื่องราวในละครจะเริ่มเมื่อกู้เสียวเสี่ยวอายุ 14 ปี แต่ในวันหน้าเธอาจจะต้องกลับไปที่จวนท่านรองแม่ทัพ ดังนั้นต้องมีการเตรียมพร้อมไว้ก่อน หลี่อวิ๋นเจียวตั้งท่าราวกับกำลังวางแผนออกรบก็ไม่ปาน

แต่อุปสรรคอีกอย่างในการใช้ชีวิตในยุคจีนโบราณก็คือหากจะจดบันทึกก็ต้องใช้พู่กัน ซึ่งค่อนข้างเขียนยาก ไม่สะดวกเหมือนการใช้ปากกาเสียด้วย แถมยังต้องคอยฝนหมึกเรื่อยๆ

“อ๊ะๆ ไม่ได้ฝนหมึกแบบนั้น” แม้หลี่อวิ๋นเจียวจะมาจากโลกอนาคตแต่เธอก็มีความรู้เกี่ยวกับการเขียนพู่กันพอตัว มันเป็นความรู้รอบตัวที่ออกสอบตอนสอบเกาเข่า

“เจ้าลากไปมาน้ำหมึกก็ไม่ออกมาหรอกปี้ถัง เจ้าต้องจับแท่งหมึกเป็นตรงๆ แล้วค่อยๆ ฝนเป็นวงกลม” หลี่อวิ๋นเจียวกล่าวเตือนปี้ถังด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน หลี่อวิ๋นเจียวมีหน้าตาที่ดูสดชื่นขึ้น พวกแก้มทั้งสองข้างของนางเริ่มมีเลือดฝาด

ปี้ถังมองคุณหนูของนางด้วยความเลื่อมใส ย้อนให้นึกถึงวันวาน ครั้งหนึ่งคุณหนูก็เคยเป็นคนที่สดใส ร่าเริง เสียงและท่าทางการพูดของหลี่อวิ๋นเจียวทำให้ปี้ถังปลื้มปริ่มที่คุณหนูกลับมาเป็นคนเดิมอีกครั้ง หลังแต่งงานคุณหนูจะเก็บตัวมากขึ้นและไม่สดใสเหมือนเดิม

ปี้ถังมองหลี่อวิ๋นเจียวด้วยสายตาที่เป็นประกาย หลี่อวิ๋นเจียวแอบมองบน ‘แค่สอนฝนหมึกต้องตื้นตันขนาดนั้นเลยหรือไง’ หลี่อวิ๋นเจียวก็นึกขึ้นมาได้ ร่างนี้แต่ก่อนนั้นเงียบขรึม แม้นางจะปฏิบัติกับบ่าวทั้งสองเป็นอย่างดีแต่หลังจากหลี่อวิ๋นเจียวแต่งงานกับกู้จือเสวี่ยนั้นเหมือนนางสูญเสียจิตวิญญาณไปหมดแล้ว เรียกได้ว่าแต่งงานผิดคน เหมือนต้องติดคุกที่ไม่มีวันออก รวมถึงที่นางหนีมาอยู่ที่หรู่หยางก็เพื่อหลบหนีคำครหามากมาย สำหรับหญิงสาวในยุคนี้ ชื่อเสียงสำคัญมาก และสิ่งที่นางต้องพบเจอมันก็มากเกินกว่าเด็กอายุ 15 จะทำใจยอมรับได้

ผู้หญิงเมื่อแต่งงานก็เหมือนเป็นคนบ้านสามีไปแล้ว หากแต่หลี่อวิ๋นเจียวคือผู้หญิงที่บ้านสามีไม่ต้องการและบ้านเดิมไม่เหลียวแล ทำให้นางมีแต่ความเครียด กินข้าวไม่ลง ร่างกายผ่ายผอม ยิ่งยามที่เจ้าของร่างตั้งครรภ์ นางมีอาการแพ้ท้องหนักมาก หลังคลอดอาการยิ่งเป็นหนักขึ้น หลี่อวิ๋นเจียวสามารถรู้สึกได้ถึงความทุกข์ทรมาณของเจ้าของร่างจนส่งผลต่อสภาพร่างกายและจิตใจของเธอพอสมควร

เมื่อนึกย้อนไปในอดีตตั้งแต่เจ้าของร่างแต่งงานเข้าบ้านสามี นางไม่เคยได้เบี้ยหวัดรายเดือนเลยแม้แต่น้อย เมื่อทุกคนรู้ว่ากู้จือเสวี่ยแต่งเจ้าสาวผิดคน และละเลยนาง นางจึงถูกทุกคนในจวนเหยียดหยาม รวมไปถึงเงินรายเดือนที่ควรจะมีด้วย

ถึงนางย้ายมาที่หรู่หยาง ก็ต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งเพื่อการเริ่มต้นใหม่ เบี้ยหวัดที่นางจ่ายให้ปี้ถิงและปี้ถังนั้นคือคนละ 400 อีแปะ ขณะที่ตอนที่พวกนางอยู่ที่จวนเดิมพวกนางได้คนล่ะ 800 อีแปะ เรียกได้ว่าตอนนี้หลี่อวิ๋นเจียวขายสมบัติกินแทบจะหมดตัว ด้วยฐานะอย่างนางนั้นถ้าออกตัวทำงานยิ่งจะดูไม่ดี โชคยังดีที่นางยังมีร้านค้าในเมืองหรู่หยางอยู่บ้างแม้จะกำไรไม่ค่อยดี แต่นางคิดว่าในเมื่อนางมาจากอนาคตอาจจะมีลู่ทางใหม่ๆ เพื่อหาเงิน และอาจจะทำตามฝันของเธอให้จริงก็ได้

หลังหลี่อวิ๋นเจียวเขียนข้อมูลในละคร ที่นางรู้ทั้งหมดลงในกระดาษ อย่างน้อยก็จะได้เตือนความจำตัวเอง เธอไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครอ่านออกอีกด้วยเนื่องจากเธอเขียนด้วยจีนตัวย่อ ย่อมไม่มีใครอ่านออก

เมื่อหลี่อวิ๋นเจียวหายป่วยนางจึงได้เริ่มทานอาหารเหมือนคนปกติหลังทานแต่โจ๊ก แต่นางก็ต้องพบว่าอาหารที่นางทานนั้นมีแต่ ความเค็ม

ทุกจานใส่เพียงเกลือ ไม่มีเครื่องปรุงอื่นอีกแล้ว ขณะที่กู้เสียวเสี่ยวยังคงทานโจ๊กอยู่ เด็กน้อยเริ่มโตแล้วต้องหาอะไรมาให้เด็กน้อยทานเพิ่ม เด็กกำลังโตแต่สารอาหารที่เด็กน้อยทานกลับไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต เธอไม่อยากให้กู้เสียวเสี่ยวตัวเล็กแบบเจ้าของร่าง

“พวกเจ้าจะไปหานมวัว นมแพะมาจากไหนได้บ้าง” หลี่อวิ๋นเจียวเอ่ยถาม เธอต้องการให้เด็กน้อยดื่มนม เพราะเมื่อย้อนความทรงจำเด็กน้อยดื่มนมเธอแค่เพียง 3เดือนเท่านั้น มันน้อยเกินไป

“ปกติถ้าหาซื้อไม่มีหรอกเจ้าค่ะ แต่บ่าวเห็นว่าหน้าฝั่งตลาดมีที่เลี้ยงสัตว์อยู่ น่าจะไปขอซื้อมาได้นะเจ้าคะ”

หลี่อวิ๋นเจียวพยักหน้า “งั้นไปหาซื้อมาเด็กควรต้องดื่มนมเยอะๆ ” ว่าแล้วหลี่อวิ๋นเจียวก็หยิบ[1]

ที่ปอกเปลือกมาชิ้นหนึ่งแล้วให้กู้เสียวเสี่ยวไปกัดเล่น เด็กน้อยเริ่มโตแล้วจะให้กินแต่อาหารอ่อนไม่ได้

แม้อาหารการกินในจวนของเธอถือว่าไม่แย่แต่สำหรับหลี่อวิ๋นเจียวนั้นไม่ผ่าน เธอจะลองหมักซีอิ๊วดูอย่างน้อยก็พอรู้ว่าทำมาจากถั่วเหลือง อาหารจะได้มีรสชาติที่ดีขึ้น

หลี่อวิ๋นเจียวกำลังปรับตัวกับชีวิตในสมัยโบราณ ในขณะเดียวกันกู้จือเสวี่ยกำลังออกรบกับพวกซยงหนู ราชวงศ์เป็นปรปักษ์กับพวกซยงหนูมาช้านาน เพราะปัญหาเรื่องพื้นที่ชายแดน ที่ก่อนหน้านี้เคยมีการเจรจาเพื่อไกล่เกลี่ยข้อต่อรอง ด้วยการส่งองค์หญิงในราชวงศ์ไปแต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี หากแต่ก็ไม่เป็นผล หากเขาเด็ดหัวผู้นำฝั่งนั้นได้ อนาคตเขาจะยิ่งก้าวไกลเป็นแน่

อย่างที่ทราบกันว่ากู้จือเสวี่ยนั้นมีพื้นเพมาจากชนชั้นธรรมดา พ่อของเขาคือซิ่วไฉ่ประจำหมู่บ้าน ขณะที่แม่ของเขาคือหญิงงามประจำเมือง หลังทั้งคู่แต่งงานกันก็ให้กำเนิดเขา กู้จือเสวี่ยและน้องสาวที่อายุห่างกับเขา เกือบ 10 ปี หากแต่ตอนหลังท่านพ่อกลับติดสุราอย่างหนักจนป่วยตายไปตั้งแต่เขาอายุได้ 12 ปี ขณะที่น้องสาวอายุได้ไม่ถึง 2 ปีเต็มด้วยซ้ำ

กู้จือเสวี่ยจึงเปรียบได้กับเป็นหัวหน้าครอบครัวตั้งแต่ยังเด็ก เขาสมัครเขากองทัพตั้งแต่อายุ 13 ปี ในยามนั้นกู้จือเสวี่ยต้องขายทุกอย่างที่มีในบ้านเพื่อดั้งด้นมาเมืองหลวง โดยมาอยู่อาศัยที่บ้านของท่านอาเป็นการชั่วคราว แต่การอยู่บ้านคนอื่นมันไม่ใช่เรื่องง่าย เขาจึงต้องรีบหาบ้านเช่าให้เร็วที่สุด

จนวันหนึ่งเขาเดินอยู่ในตรอกเพียงลำพังจึงถูกพวกขี้เมาเข้ามารุมทำร้ายพร้อมทั้งขโมยเงินไป ด้วยสติที่เลือนรางโชคดีที่มีคนมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี นางได้ช่วยเหลือเขาพร้อมยังให้คนรถไปตามจับขโมยให้อีก ก่อนที่เขาจะหมดสติไปเขาถึงได้ทราบว่าผู้ที่ช่วยเหลือเขาในวันนั้นคือคุณหนูใหญ่สกุลหลี่…

เชิงอรรถ

^ ผิวกั่ว หมายถึง ผลแอปเปิ้ล

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...