โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เบี้ยประกันรถ EV ปี 2567 'แพงขึ้นหรือถูกลง' คปภ. มีคำตอบ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ม.ค. 2567 เวลา 07.18 น. • เผยแพร่ 04 ม.ค. 2567 เวลา 01.00 น.

เบี้ยประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า ปี 2567 ‘แพงขึ้นหรือถูกลง’ คปภ. มีคำตอบ หลังปี 2566 มีรถอีวีทำประกัน 5 หมื่นคัน บริษัทผู้รับประกันในตลาด 9 บริษัท

วันที่ 4 มกราคม 2566 นายอาภากร ปานเลิศ ผู้ช่วยเลขาธิการสายกำกับผลิตภัณฑ์ประกันภัย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตั้งแต่ช่วงปี 2564 ที่เริ่มมีการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าหรือรถอีวีในประเทศไทย จนกระทั่งต้นปี 2565 เริ่มมีเสียงบ่นจากประชาชนเกี่ยวกับค่าเบี้ยประกันภัยรถอีวีที่ค่อนข้างแพง

ทางสำนักงาน คปภ. เห็นต้นทุนดังกล่าว เนื่องจากมีผู้ทำประกันภัยน้อย จึงมีการเฉลี่ยภัยน้อย และตอนนั้นบริษัทประกันวินาศภัยก็ไม่มีประสบการณ์ ประกอบกับหลาย ๆ เหตุการณ์ที่รถอีวีประสบมีต้นทุนมากกว่าปกติ

“ยกตัวอย่าง เวลาเกิดเหตุกระทบแบตเตอรี่ ไม่ว่าเหตุเบาหรือหนัก ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ทั้งหมด ทำให้อัตราค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) สูงมาก เพราะมูลค่าแบตเตอรี่คิดเป็น 50-60% ของราคารถ”

และบริษัทประกันวินาศภัยต้องระวัง ด้วยความที่บริษัทประกันวินาศภัยยังไม่รู้จักรถอีวีเลยว่าจริง ๆ แล้วความเสี่ยงอยู่ตรงไหน จึงต้องเรียนรู้ไปกับพัฒนาการของมัน

“เมื่อรถอีวีทำประกันไม่มาก การเฉลี่ยภัยจึงยังไม่ดีเหมือนรถยนต์สันดาป ที่มีรถเป็นล้านคัน ๆ ทำประกันภัย ซึ่งพอเฉลี่ยออกมาแล้วต้นทุนตรงนั้นจะนิ่งกว่า ในขณะที่ต้นทุนรถอีวีไม่นิ่ง ขยับ “สูง-ต่ำ” อยู่ตลอดเวลา” นายอาภากร กล่าว

เมื่อ คปภ. เห็นต้นทุนตรงนี้ จึงมุ่งเน้นไปแก้ตัวแบตเตอรี่ เพราะจากการสอบถามไปยังผู้ขายรถอีวี บอกกับ คปภ.ว่า แบตเตอรี่ไม่จำเป็นเปลี่ยนใหม่ เพราะสามารถซ่อมได้ จึงได้หารือกับบริษัทประกันวินาศภัยว่าหากสามารถซ่อมได้ ควรลดเบี้ยให้กับลูกค้า จึงเกิดแคมเปญขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

จากนั้นเพื่อให้มีความชัดเจนมากขึ้น คปภ.และภาคธุรกิจประกันวินาศภัย จึงได้ร่วมพัฒนากรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าขึ้นมาเป็นการเฉพาะ ในส่วนราคาเบี้ยเฉลี่ยของรถอีวี ถ้าติดตามมาโดยตลอดจะพบว่า ช่วงต้นปี 2565 เบี้ยจะสูงกว่ารถยนต์สันดาปจริง

ถ้าเป็นรถอีวีจีน สูงกว่าประมาณ 25-30% แต่พอปลายปี 2565 เบี้ยขยับลง 5-10% มาอยู่ที่ระดับ 20-25% เนื่องจากมีรถอีวีเข้ามามากขึ้น และบริษัทประกันวินาศภัยเข้าสู่ตลาดรถอีวีมากขึ้นด้วย จึงเกิดการแข่งขันมากขึ้น

และพอช่วงต้นปี 2566 คปภ. เห็นพัฒนาการเบี้ยเฉลี่ยรถอีวีขยับลงมาโดยตลอด ถ้ามองรถเทสลา ต่อ เทสลา หรือรถบีวายดี ต่อ บีวายดี ในรุ่นเดียวกัน ค่าเบี้ยก็ลดลง และจนถึงปลายปี 2566 เบี้ยรถอีวีสูงกว่ารถยนต์สันดาปโดยเฉลี่ยประมาณ 10-15% เท่านั้น

เหตุผลหลักยังเหมือนเดิมคือ 1.มีรถอีวีเพิ่มมากขึ้น 2.บริษัทประกันวินาศภัยเรียนรู้มากขึ้นและเข้าสู่ตลาดรถอีวีมากขึ้น

และคาดว่าในอนาคตเบี้ยจะลดลงมาอีก เมื่ออะไหล่ต่าง ๆ ที่ใช้ในรถอีวีผลิตภายในประเทศ

เพียงแต่วันนี้เบี้ยจะไม่ลดลง เพราะประเมินจากอัตราค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ที่เบี้ยประกันรถอีวีโดยเฉลี่ยสูงกว่ารถยนต์สันดาป อยู่ในระดับที่บริษัทประกันวินาศภัยรับได้ หรือลอสเรโชอยู่ที่ระดับกว่า 50% เพราะต้องรอรองรับความเสี่ยงสูง ๆ ต้นทุนสูง ๆ เช่น แบตเตอรี่

ฉะนั้นเบี้ย ณ วันนี้ ตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า กำหนดเป็นอัตราเบี้ย “ขั้นต่ำ-ขั้นสูง” ก็จริง แต่เบี้ยที่บริษัทประกันวินาศภัยใช้ก็จะอยู่ในระดับนี้ คือสูงกว่ารถยนต์สันดาปประมาณ 10-15% เหตุเนื่องจากราคาอะไหล่ยังสูง เพราะต้องสั่งตรงจากต่างประเทศ ช่างฝีมือยังมีน้อย และอู่ซ่อมยังต้องเป็นอู่ห้าง ยังไม่มีอู่ที่ได้รับอนุมัติจากห้างให้ไปซ่อมข้างนอกได้

ซึ่งประเด็นนี้ คปภ.มีความกังวลมาก เพราะรถอีวีเป็นรถไฟฟ้า มีระบบอิเล็กทรอนิกส์ค่อนข้างมาก จึงกลัวว่าการซ่อมที่ไม่ได้มาตรฐานจะนำมาซึ่งความเสี่ยงของรถที่จะใช้จากการซ่อม ฉะนั้นเนื้อหาของกรมธรรม์ประกันรถอีวี จะเน้นว่าการซ่อมต้องมีมาตรฐานระดับที่ผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายยอมรับได้

สำหรับตัวเลขกรมธรรม์ประกันรถอีวีจนถึงสิ้นปี 2566 มีอยู่ประมาณ 5 หมื่นคัน มีบริษัทผู้รับประกันภัยรถอีวีในตลาดอยู่ทั้งหมด 9 บริษัท

นายอาภากร กล่าวต่อว่า เชื่อว่าเทรนด์รถอีวีมาแน่ ๆ เพราะรัฐบาลส่งเสริมอยู่ และอีกปัจจัยที่ทำให้เห็นเด่นชัดถึงพัฒนาการคือ ในปี 2567 เริ่มมีการก่อตั้งโรงงานเป็นฐานการผลิตรถอีวีในประเทศไทย ฉะนั้นอีโคซิสเต็มทุกอย่างจะพร้อมมากขึ้นเรื่อย ๆ จะมีรถอีวีและอะไหล่ที่จะผลิตในประเทศไทย ราคาที่จะถูกลง จะมีศูนย์บริการในด้านต่าง ๆ ทั้งการชาร์จแบตเตอรี่ การซ่อม ช่างฝีมือ ที่จะมีมากขึ้น

และจะจูงใจให้คนเปลี่ยนมาใช้รถอีวี เพราะค่าใช้จ่ายในระหว่างปีลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ประชาชนวางแผนในการใช้รถได้ดีมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...