โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไขข้อสงสัย เหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงไปรักคนที่เขาไม่คิดจะรักเราตอบ!

Dek-D.com

อัพเดต 11 ก.พ. 2565 เวลา 10.01 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. 2565 เวลา 10.42 น. • DEK-D.com
รวม 3 เหตุผลทางจิตวิทยา ทำไมเราถึงไปชอบคนที่เขาไม่ชอบเรา!

Spoil

  • Cognitive Dissonance หรือ การไม่สอดคล้องกันของความรู้คิด
  • โดพามีน คือ ฮอร์โมนที่กระตุ้นให้ร่างกายค้นหาความสุข
  • อาการคลั่งรัก หรือที่เรียกว่า Limerence คำนี้ได้ถูกใช้ครั้งแรกในปี 1960

สวัสดีชาวDek-Dทุกคนค่ะ ทุกคนเคยสงสัยกันไหมคะว่า ทำไมเราถึงมักไปชอบคนที่เขาไม่ชอบเราอยู่เรื่อยเลย? พี่เองก็เคยไปชอบคนที่เขาไม่สนใจเราเลยเหมือนกันค่ะ และก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมเราถึงไปชอบคนแบบนี้ตลอดเลย วันนี้พี่จึงได้รวบรวมเหตุผลทางจิตวิทยา 3 ข้อมาไว้ให้ทุกคนได้คลายข้อสงสัยของคำถามนี้กันค่ะ!

Cognitive Dissonance หรือ การไม่สอดคล้องกันของความรู้คิด

ทุกคนเคยเป็นไหมคะ? เมื่อเราเริ่มความสัมพันธ์กับคนคนนึง ทุกอย่างเหมือนจะดี แต่กลับกลายเป็นว่า เขาดันตีตัวออกห่างเราไป ทั้ง ๆ ที่เราก็เข้ากันได้ดีแท้ ๆ

พฤติกรรมแบบนี้เป็นสัญญาณที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่เรารู้สึก ทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า Cognitive Dissonance หรือ การไม่สอดคล้องกันของความรู้คิดจนทำให้เราเกิดความเครียดทางจิตใจ และต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อลบความขัดแย้งนี้ออกไปจากจิตใจ

วิธีแก้เมื่อข้อมูลในหัวขัดแย้งกัน มีอยู่ 3 วิธี คือ

  • เปลี่ยนความเชื่อหรือทัศนคติของตัวเอง เช่น ต้องยอมรับว่าเขาไม่ชอบเรา
  • หาเหตุผลมาสนับสนุนพฤติกรรมหรือทัศนคติเดิม เพื่อให้สิ่งที่คิด
    หรือทำอยู่มีเหตุผลที่จะทำต่อไป
  • ลดความสำคัญของสถานการณ์ เช่น ไปโฟกัสเรื่องอื่น ๆ ในชีวิตแทน

โดยส่วนใหญ่แล้ว คนมักจะเลือกข้อสอง และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขามูฟออนจากคนคนนั้นไม่ได้เพราะมัวแต่ตามหาเหตุผลว่าทำไมเขาถึงไม่สนใจเรานั่นเองค่ะ

The Dopamine Chase หรือ การตามหาความสุข

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราทุกคนชอบความตื่นเต้นของการไล่ล่า ความไม่แน่นอนเป็นเรื่องที่น่าดึงดูด
จริงอยู่ที่ Cognitive Dissonanceทำให้เราไปไล่ตามคนที่ไม่สนใจเรา แต่เพราะอะไร สิ่งที่คาดเดาไม่ได้ และสิ่งที่ไม่แน่นอน ถึงได้ดึงดูดเราขนาดนี้ คำตอบก็คือโดพามีน

โดพามีนคือ ฮอร์โมนที่กระตุ้นให้ร่างกายค้นหาความสุข การที่เราไปไล่ตามคนที่เราชอบ โดพามีนจะกระตุ้นให้เรารู้สึกฟุ้งซ่าน โดพามีนเหมือนกับยาเสพติด มันทำให้เราอยากที่จะทำสิ่งนั้นไปเรื่อย ๆ เพื่อให้โดพามีนหลั่งออกมา

Robert Sapolsky เขาได้ทำงานวิจัย ศึกษาเกี่ยวกับสารเคมีต่าง ๆ งานวิจัยของเขา ทำให้เขาค้นพบสิ่งที่สำคัญ 2 อย่าง คือ

  • ระดับโดพามีนในมนุษย์เพิ่มขึ้นเพื่อรอรับรางวัล ไม่ใช่แค่การรับรางวัล
  • ระดับโดพามีนจะสูงที่สุดเมื่อความไม่แน่นอนอยู่ในระดับที่สูงที่สุด

สิ่งนี้บอกเราว่าการไล่ล่าใครสักคนที่เขาไม่สนใจเรา ร่างกายจะสร้างสารEndorphin(สารแห่งความสุข) ที่ทำให้เสพติดได้ ถึงแม้ว่าจะไม่บรรลุเป้าหมายก็ตาม

Limerence หรือ อาการคลั่งรัก

ทุกคนเคยเป็นไหมคะ? ไม่ว่าเราจะทำอะไร อาบน้ำ กินข้าว ดูหนัง เราก็ไม่สามารถหยุดคิดถึงคนคนนั้นได้เลย เหมือนกับว่าหัวของเราถูกแฮ็ก จนเราไม่สามารถควบคุมความคิดของตัวเองได้ และอยากจะให้เขารู้สึกเหมือนกันกับเรา อาการเหล่านี้ เรียกว่า อาการคลั่งรัก

อาการคลั่งรักหรือที่เรียกว่าLimerenceคำนี้ได้ถูกใช้ครั้งแรกในปี 1960 จากหนังสือLove and Limerence: The Experience Of Being In Loveที่เขียนโดย Dorothy Tennov

แล้วเราจะรู้ได้ไง ว่าอาการแบบไหนถึงเรียกว่า“คลั่งรัก”มีวิธีสังเกตง่าย ๆ คือ

  • จินตนาการและวาดฝันถึงอนาคตกับคนคนนั้นอยู่บ่อย ๆ จนทำให้เสียสมาธิ
  • มองแต่ข้อดีของเขาเพียงอย่างเดียว และมองข้ามข้อเสียทั้งหมดไป
  • สืบหาข้อมูลว่าตอนนี้เขาคุยหรือคบอยู่กับใคร และรู้สึกหึงหวงทุกคนที่เข้ามายุ่งกับเขา
  • อารมณ์แปรปรวน คุณจะมีความสุขเมื่อเขาสนใจคุณ และจะรู้สึกหงุดหงิดหรือเศร้า
    ถ้าเขาไม่สนใจคุณ
  • จะมีอาการมือสั่น ใจเต้น หรือเวียนหัวเวลาที่อยู่ใกล้เขา

จริง ๆ อาการคลั่งรักยังมีเยอะกว่านี้มาก แต่วันนี้พี่ขอยกตัวอย่างมาให้ทุกคนได้สังเกตตัวเองง่าย ๆ
แค่ 5 ข้อ

เป็นยังไงบ้างคะ? กับ3 เหตุผลทางจิตวิทยาที่อธิบายว่าทำไมเราถึงไปรักคนที่เขาไม่คิดจะรักเราตอบแนวคิดพวกนี้ทำให้เราเข้าใจ ความอ่อนแอของจิตใจของเราได้เป็นอย่างดี

และสำหรับใครที่กำลังไปวิ่งตามคนที่เขาไม่รักและไม่สนใจเราอยู่ตอนนี้ พี่หวังว่าทุกคนจะวิ่งตามเขาอย่างมีสติ และไม่ลืมที่จะรักตัวเองกันนะคะ ไว้เจอกันใหม่บทความหน้านะคะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...