ไขข้อสงสัย เหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงไปรักคนที่เขาไม่คิดจะรักเราตอบ!
Spoil
- Cognitive Dissonance หรือ การไม่สอดคล้องกันของความรู้คิด
- โดพามีน คือ ฮอร์โมนที่กระตุ้นให้ร่างกายค้นหาความสุข
- อาการคลั่งรัก หรือที่เรียกว่า Limerence คำนี้ได้ถูกใช้ครั้งแรกในปี 1960
สวัสดีชาวDek-Dทุกคนค่ะ ทุกคนเคยสงสัยกันไหมคะว่า ทำไมเราถึงมักไปชอบคนที่เขาไม่ชอบเราอยู่เรื่อยเลย? พี่เองก็เคยไปชอบคนที่เขาไม่สนใจเราเลยเหมือนกันค่ะ และก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมเราถึงไปชอบคนแบบนี้ตลอดเลย วันนี้พี่จึงได้รวบรวมเหตุผลทางจิตวิทยา 3 ข้อมาไว้ให้ทุกคนได้คลายข้อสงสัยของคำถามนี้กันค่ะ!
Cognitive Dissonance หรือ การไม่สอดคล้องกันของความรู้คิด
ทุกคนเคยเป็นไหมคะ? เมื่อเราเริ่มความสัมพันธ์กับคนคนนึง ทุกอย่างเหมือนจะดี แต่กลับกลายเป็นว่า เขาดันตีตัวออกห่างเราไป ทั้ง ๆ ที่เราก็เข้ากันได้ดีแท้ ๆ
พฤติกรรมแบบนี้เป็นสัญญาณที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่เรารู้สึก ทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า Cognitive Dissonance หรือ การไม่สอดคล้องกันของความรู้คิดจนทำให้เราเกิดความเครียดทางจิตใจ และต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อลบความขัดแย้งนี้ออกไปจากจิตใจ
วิธีแก้เมื่อข้อมูลในหัวขัดแย้งกัน มีอยู่ 3 วิธี คือ
- เปลี่ยนความเชื่อหรือทัศนคติของตัวเอง เช่น ต้องยอมรับว่าเขาไม่ชอบเรา
- หาเหตุผลมาสนับสนุนพฤติกรรมหรือทัศนคติเดิม เพื่อให้สิ่งที่คิด
หรือทำอยู่มีเหตุผลที่จะทำต่อไป - ลดความสำคัญของสถานการณ์ เช่น ไปโฟกัสเรื่องอื่น ๆ ในชีวิตแทน
โดยส่วนใหญ่แล้ว คนมักจะเลือกข้อสอง และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขามูฟออนจากคนคนนั้นไม่ได้เพราะมัวแต่ตามหาเหตุผลว่าทำไมเขาถึงไม่สนใจเรานั่นเองค่ะ
The Dopamine Chase หรือ การตามหาความสุข
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราทุกคนชอบความตื่นเต้นของการไล่ล่า ความไม่แน่นอนเป็นเรื่องที่น่าดึงดูด
จริงอยู่ที่ Cognitive Dissonanceทำให้เราไปไล่ตามคนที่ไม่สนใจเรา แต่เพราะอะไร สิ่งที่คาดเดาไม่ได้ และสิ่งที่ไม่แน่นอน ถึงได้ดึงดูดเราขนาดนี้ คำตอบก็คือโดพามีน
โดพามีนคือ ฮอร์โมนที่กระตุ้นให้ร่างกายค้นหาความสุข การที่เราไปไล่ตามคนที่เราชอบ โดพามีนจะกระตุ้นให้เรารู้สึกฟุ้งซ่าน โดพามีนเหมือนกับยาเสพติด มันทำให้เราอยากที่จะทำสิ่งนั้นไปเรื่อย ๆ เพื่อให้โดพามีนหลั่งออกมา
Robert Sapolsky เขาได้ทำงานวิจัย ศึกษาเกี่ยวกับสารเคมีต่าง ๆ งานวิจัยของเขา ทำให้เขาค้นพบสิ่งที่สำคัญ 2 อย่าง คือ
- ระดับโดพามีนในมนุษย์เพิ่มขึ้นเพื่อรอรับรางวัล ไม่ใช่แค่การรับรางวัล
- ระดับโดพามีนจะสูงที่สุดเมื่อความไม่แน่นอนอยู่ในระดับที่สูงที่สุด
สิ่งนี้บอกเราว่าการไล่ล่าใครสักคนที่เขาไม่สนใจเรา ร่างกายจะสร้างสารEndorphin(สารแห่งความสุข) ที่ทำให้เสพติดได้ ถึงแม้ว่าจะไม่บรรลุเป้าหมายก็ตาม
Limerence หรือ อาการคลั่งรัก
ทุกคนเคยเป็นไหมคะ? ไม่ว่าเราจะทำอะไร อาบน้ำ กินข้าว ดูหนัง เราก็ไม่สามารถหยุดคิดถึงคนคนนั้นได้เลย เหมือนกับว่าหัวของเราถูกแฮ็ก จนเราไม่สามารถควบคุมความคิดของตัวเองได้ และอยากจะให้เขารู้สึกเหมือนกันกับเรา อาการเหล่านี้ เรียกว่า อาการคลั่งรัก
อาการคลั่งรักหรือที่เรียกว่าLimerenceคำนี้ได้ถูกใช้ครั้งแรกในปี 1960 จากหนังสือLove and Limerence: The Experience Of Being In Loveที่เขียนโดย Dorothy Tennov
แล้วเราจะรู้ได้ไง ว่าอาการแบบไหนถึงเรียกว่า“คลั่งรัก”มีวิธีสังเกตง่าย ๆ คือ
- จินตนาการและวาดฝันถึงอนาคตกับคนคนนั้นอยู่บ่อย ๆ จนทำให้เสียสมาธิ
- มองแต่ข้อดีของเขาเพียงอย่างเดียว และมองข้ามข้อเสียทั้งหมดไป
- สืบหาข้อมูลว่าตอนนี้เขาคุยหรือคบอยู่กับใคร และรู้สึกหึงหวงทุกคนที่เข้ามายุ่งกับเขา
- อารมณ์แปรปรวน คุณจะมีความสุขเมื่อเขาสนใจคุณ และจะรู้สึกหงุดหงิดหรือเศร้า
ถ้าเขาไม่สนใจคุณ - จะมีอาการมือสั่น ใจเต้น หรือเวียนหัวเวลาที่อยู่ใกล้เขา
จริง ๆ อาการคลั่งรักยังมีเยอะกว่านี้มาก แต่วันนี้พี่ขอยกตัวอย่างมาให้ทุกคนได้สังเกตตัวเองง่าย ๆ
แค่ 5 ข้อ
เป็นยังไงบ้างคะ? กับ3 เหตุผลทางจิตวิทยาที่อธิบายว่าทำไมเราถึงไปรักคนที่เขาไม่คิดจะรักเราตอบแนวคิดพวกนี้ทำให้เราเข้าใจ ความอ่อนแอของจิตใจของเราได้เป็นอย่างดี
และสำหรับใครที่กำลังไปวิ่งตามคนที่เขาไม่รักและไม่สนใจเราอยู่ตอนนี้ พี่หวังว่าทุกคนจะวิ่งตามเขาอย่างมีสติ และไม่ลืมที่จะรักตัวเองกันนะคะ ไว้เจอกันใหม่บทความหน้านะคะ