โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

7 สินค้าไทยขึ้นรถไฟจีน-ลาว “หน้ากากอนามัย” ประเดิมรุกส่งออกยุโรป

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 เม.ย. 2565 เวลา 08.21 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2565 เวลา 08.21 น.

ทูตพาณิชย์คุนหมิง เปิดลิสต์ส่งออกสินค้าไทย-จีน เริ่มขยับใช้รถไฟจีน-ลาวคึกคักขึ้น วันละ 3 ขบวน “หน้ากากอนามัย” ประเดิมนำร่องส่งข้ามไทยไปถึงยุโรปครั้งแรก เร่งทลายอุปสรรคการขนส่ง เชื่อมสิ่งก่อสร้าง-โลจิสติกส์ อำนวยความสะดวกขาเข้า-ขาออก นำเข้าวัตถุดิบจากจีน

ด้านสมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์เส้นทางรถไฟจีน-ลาว มั่นอีก 2 เดือนลานตรวจพืชด่านรถไฟโมฮานเสร็จพร้อมรับสินค้าเกษตรไทยดันยอดค้าพุ่ง

นายณัฐ วิมลจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ เมืองคุนหมิง ประเทศจีน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันการขนส่งสินค้าผ่านเส้นทางรถไฟจีน-ลาว มีจำนวนเฉลี่ย 3 ขบวนต่อวัน ซึ่งขณะนี้การขนส่งรถไฟจีน-ลาวที่ต้องเข้าผ่านด่านรถไฟโมฮานยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบ

เนื่องจากยังขาดความพร้อมในด้านสิ่งอำนวยความสะดวก (ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการขออนุมัติจากหน่วยงาน GACC อยู่) จึงยังไม่สามารถนำเข้าสินค้าเกษตรและสินค้าอื่น ๆ ที่ต้องใช้ระบบควบคุมความเย็น (cold chain)

ไทยเริ่มมีการทดลองขนส่งสินค้า noncold chain ผ่านเส้นทางรถไฟจีน-ลาวเป็นลอตแรก คือ ปลายข้าวเหนียวหัก 500 ตัน (20 ตู้) ไปยังมหานครฉงชิ่ง ในเดือนมกราคม 2565 ที่ผ่านมา และในภายหลังมีการขนส่งสินค้าบางประเภทจากไทยเข้าจีน ผ่านเส้นทางรถไฟจีน-ลาวเพิ่มขึ้น ได้แก่ แป้งมันสำปะหลัง สินค้าเทกอง เม็ดพลาสติก สบู่ ผลิตภัณฑ์จากยางพาราและสินค้าทั่วไป

และล่าสุดพบว่ามีสินค้าหน้ากากอนามัยของไทยที่ส่งผ่านทางเส้นทางรถไฟต่อไปยังยุโรปด้วย ส่วนสินค้าที่จีนส่งเข้าไทยผ่านเส้นทางดังกล่าว ได้แก่ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ เคมีภัณฑ์ ปุ๋ย สินค้าทั่วไป และผักของจีน เป็นต้น

ซึ่งหากด่านรถไฟโมฮานเปิดใช้บริการเต็มรูปแบบแล้ว ไทยจะสามารถอาศัยเส้นทางการขนส่งรถไฟจีน-ลาว ในการขยายตลาดสินค้าไทยที่มีศักยภาพสู่ตลาดจีน โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค ผลไม้ สินค้าแปรรูป และยังมีโอกาสในการขยายการขนส่งไปทั่วภูมิภาคจีน และภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลกอีกด้วย

และไทยสามารถพึ่งพาสินค้าวัตถุดิบนำเข้าจากจีนที่มีต้นทุนต่ำมาผลิตในอุตสาหกรรมต่อเนื่องได้อีก โดยเฉพาะสินค้าส่งออกที่สำคัญของมณฑลยูนนาน ได้แก่ ผัก ผลไม้ ผ้าผืน เคมีภัณฑ์ รวมถึงสินค้าไอทีต่าง ๆ ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมบางประเภท

สำหรับความท้าทายรถไฟจีน-ลาวที่ต้องเร่งแก้ไขคือ การผลักดันการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกด่านนำเข้าสินค้าผ่านเส้นทางรถไฟจีน-ลาว โดยเฉพาะการก่อสร้างลานผลไม้ให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด ซึ่ง สคต.คุนหมิง ร่วมกับสถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง กงสุล (ฝ่ายเกษตร) ณ นครกว่างโจว รวมทั้ง สคต.เวียงจันทน์ ในการผลักดันประเด็นดังกล่าวทุกช่องทาง ทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ

พร้อมกันนี้ สคต.คุนหมิงมีนโยบายเร่งสร้างเครือข่ายโลจิสติกส์ระหว่างไทยกับจีน เพื่อเตรียมเส้นทางขนส่งสินค้าทางรถไฟจีน-ลาว ให้มีประสิทธิภาพ เกิดความสมดุลทั้งขาเข้าและขาออก

โดย สคต.คุนหมิงได้จัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจโลจิสติกส์ทางออนไลน์ 2 ครั้ง ระหว่างผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทย 16 บริษัท และบริษัท Yunnan Tengjin Logistics Incorporated Co., Ltd. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจจีนที่ขนส่งสินค้าผัก 33 ตู้ สามารถสร้างมูลค่าการค้ารวม 374 ล้านบาท และกับบริษัท New Land-Sea Corridor Operation Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทขนส่งปลายข้าวเหนียวหักของไทย 500 ตัน (ตู้) สามารถสร้างมูลค่าการค้ากว่า 330 ล้านบาท

ประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ชี้การใช้ประโยชน์เส้นนี้ต้องใช้เวลา

ด้านนายสุวิทย์ รัตนจินดา ประธานสมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์เส้นทางรถไฟจีน-ลาว คณะทำงานภาคเอกชนร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เส้นทางรถไฟลาว-จีน ทำให้ธุรกิจโลจิสติกส์ฝั่งลาวคึกคัก เพราะการส่งออกสินค้าเกษตร อาหารของไทย ซึ่งการใช้เส้นทางลาว-จีน-คุนหมิง ใช้เวลา 2-3 วัน รวดเร็วกว่าขนส่งทางเรือ

เส้นนี้จะเป็นเกตเวย์การส่งออกของไทย และเชื่อมโยงเศรษฐกิจของประเทศ

ล่าสุดจีนจะก่อสร้างอาคารและลานตรวจโรคพืชที่ด่านรถไฟโมฮานเเล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน ระหว่างที่เส้นทางนี้ยังไม่แล้วเสร็จ ไทยต้องทดลองส่งสินค้าจากท่านาแล้ง สปป.ลาว ถึงปลายทายด่านโมฮาน มณฑลยูนนาน เข้าจีน โดยเสริมทั้งทางราง รถ เครื่องบิน ทางเรือ ซึ่งได้มีการทดลองไปแล้ว 2 ตู้ ทั้งทางรางไปถึงบ่อเต็น ทางรถทางถนนไปโม่ฮาน

ส่วนเส้นทางอื่น ๆ อย่างที่ด่านโหย่วอี้กวน การจราจรคับคั่งมาก หน้าด่าน R3A จึงเป็นเส้นทางระบายสินค้าที่ส่งออกได้ 200-250 คัน ปัจจุบันมีล็อกดาวน์และดีเลย์บ้าง ตอนนี้เซี่ยงไฮ้มีปัญหาท่าเรือ แต่เสิ่นเจิ้นก็กลับมาบริหารตามสถานการณ์ จึงต้องคอยประเมินเป็นระยะ เนื่องจากจีนใช้มาตรการ Zero COVID

ขณะที่ทางเครื่องบินก็มีลูกค้าส่งออกไปเสิ่นเจิ้น กว่างโจว ฮ่องกง เป็นระยะเช่นกัน แม้ราคาสูงกว่าแต่ยังไปได้ ถ้าผู้ส่งออกสามารถจ่ายได้ หรือลูกค้าต้องการสินค้ายอมจ่ายในราคาสูงก็ส่งได้ปกติ คาดว่าปีนี้การส่งออกผลไม้ในฤดูที่กำลังจะออกเป็นความท้าทายทุกภาคส่วนอย่างมากเช่นกัน หรือแม้กระทั่งทางเรือเองก็ต้องยอมจ่าย คาดว่าฤดูทุเรียนจะมีการขนส่งทางเรือจ่ายค่าระวางเรือสูงถึง 4,000 เหรียญต่อตู้

“ผมมองว่ารถไฟจีน-ลาวต้องใช้เวลา ต้องเข้าใจสถานการณ์ สปป.ลาวเองก็เพิ่งจะเริ่มเมื่อธันวาคม ต้องดูพิธีการ อย่างของ สปป.ลาว จากประเทศอื่นมาไทยและลาว แต่ ณ วันนี้ บริบทเปลี่ยนจากเริ่มจาก สปป.ลาว ไปจีน ต้องโดยตรง เจ้าหน้าที่ลาวเองก็ต้องปรับบทบาท มีตรวจต้องผ่านเอกสาร ขั้นตอนพอสมควร 3 เดือนที่ผ่านมา รถไฟจีน-ลาวอาจจะมีปัญหาบ้าง บวกกับมาตรการ Zero COVID อีก

“เราก็ต้องปรับเปลี่ยน ไม่ใช่เข้มงวดแค่เรา เท่าที่ทราบมา ทางจีนเองก็ตรวจละเอียด หากเจ้าหน้าที่จีนละเลยก็ดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นกัน กฎของรัฐบาลจีนเขาเข้มงวดมาก ทั้งหมดจึงเป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้และแก้ไขไปตามสถานการณ์ ส่วนบริการต่าง ๆ พอเปิดเเล้ว แน่นอนมีผู้สนใจใช้บริการมาก คงต้องค่อย ๆ ปรับระบบกันไป”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...