โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เกษตรฯผุดนวัตกรรมเครื่องวัดน้ำทำนาช่วยชาวนายุคใหม่เข้าถึงเทคโนโลยี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 เม.ย. 2565 เวลา 05.47 น. • เผยแพร่ 15 เม.ย. 2565 เวลา 05.25 น.

กรมชลประทาน ผนึก ”กรมข้าว-กรมพัฒนาที่ดิน” คิดเครื่องวัดระดับน้ำในนาข้าวหวังทำนาแม่นยำลดการใช้น้ำ 30-50% รองรับชาวนายุคใหม่เข้าถึงเทคโนโลยีอีก 2 ปีข้างหน้า

วันที่ 15 เมษายน 2565 นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานร่วมกับกรมการข้าว และกรมพัฒนาที่ดิน (พด.) ร่วมวิจัยและพัฒนาเครื่องวัดระดับน้ำในนาข้าว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้น้ำแก่พื้นที่เกษตรของประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ลดปริมาณการสูญเสียน้ำ เบื้องต้นลดการใช้น้ำลง 30-50% เมื่อเทียบกับการทำนาน้ำขังแบบเดิม โดยการศึกษามุ่งเน้นศึกษาและวิจัยในแปลงนาข้าว เพราะทำนาเป็นกิจกรรมการเกษตรที่ใช้น้ำค่อนข้างมาก

“สภาพอากาศที่ผันผวนเกิดความไม่แน่นอน ของสภาวะของสภาพอากาศทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง มีผลกระทบต่อการบริหารต้นทุนน้ำของกรมชลประทาน กรมชลประทานจึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการทำนา ช่วยเหลือชาวนา เพื่อลดปริมาณการสูญเสียน้ำในการทำนา ล่าสุดได้เริ่มวิจัยในแปลงนาของกรมการข้าวแล้ว การทำนาด้วยตัวช่วยอุปกรณ์วัดระดับน้ำในนาข้าวเพื่อเปลี่ยนการทำนาแบบดั้งเดิมเป็นการทำนาแบบแม่นยำ ประหยัดน้ำได้ 30-50% จากการทำนาในอดีตใช้น้ำประมาณ 1,200-1,600 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่”

นายชวกร ริ้วตระกูลไพบูลย์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาวิศกรรมการป้องกันและบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำ สำนักวิจัยและพัฒนา กรมชลประทาน กล่าวว่า หลังจากสถานการณ์โควิด-19 ระบาด ส่งผลให้หลายกิจการปิดตัว การทำงานหลายอย่างนำเรื่องเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เกิดแรงงานคืนถิ่นจำนวนมาก

ดังนั้นเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต อีก 1-2 ปี ข้างหน้า หลังจากแรงงานคืนถิ่นคนยุคใหม่ เข้าถึงเทคโนโลยี รวมถึงกระแสความสนใจทำการเกษตรกรไทยมีมากขึ้น กรมชลประทานจึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการวิจัยและพัฒนาตัวช่วยให้การทำนาได้มีประสิทธิภาพขึ้น

“ไทยใช้น้ำทำนาในฤดูแล้ง ประมาณ 11,700 ล้าน ลบ.ม. ส่วนทำนาในฤดูฝน ประมาณ 21,800 ล้าน ลบ.ม. เนื่องจากฤดูฝนจะมีพื้นที่ปลูกมากกว่าฤดูแล้งเกือบเท่าตัว หากใช้เครื่องมือวัดระดับน้ำในนาข้าว เพื่อทำนารักษาระดับความชื้นของดิน จะสามารถคาดการณ์ได้แม่นยำ ประหยัดน้ำในการทำนาได้จำนวนมาก”

ทั้งนี้ การศึกษาวิจัยเชิงบูรณาการของ 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการข้าว กรมพัฒนาที่ดินและกรมชลประทาน โดยได้รับทุนอุดหนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยกรมการข้าวดูแลภาระกิจการดูแลข้าว การจัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ อาทิ การเจริญเติบโตของข้าว วัชพืช แมลงและศัตรูพืช ผลผลิตข้าวและความเครียดของข้าว กรมพัฒนาที่ดินดูแลภาระกิจการสำรวจ วิเคราะห์ข้อมูลชุดดิน การวิเคราะห์ความอุดมสมบูรณ์ของดิน

กรมชลประทานดูแลภาระกิจ การพัฒนานวัตกรรมการตรวจวัดและติดตามปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำในแปลง รวมถึงติดตั้งและการบำรุงรักษาอุปกรณ์ นำข้อมูลปัจจัยด้านน้ำมาวิเคราะห์ปริมาณการใช้น้ำของนาข้าวทุกรูปแบบ โดยการศึกษาและวิจัย มีเป้าหมายศึกษามีการพัฒนาอุปกรณ์เพื่อตรวจวัดและเฝ้าติดตามปัจจัยด้านการจัดการน้ำในแปลงนาในทุกมิติ ได้แก่ ปัจจัยน้ำที่เติมเข้าแปลง ปัจจัยน้ำที่สูญเสียภายในแปลง

อาทิ อุปกรณ์วัดระดับน้ำในนาข้าว อุปกรณ์วัดการระเหย อุปกรณ์วัดความชื้นในดิน รางวัดน้ำแบบไม่มีคอและอุปกรณ์วัดสภาพอากาศ ทุกอุปกรณ์จะทำการตรวจวัดตามช่วงเวลาที่กำหนดและจัดส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลรวมถึงไลน์แอปพลิเคชั่น ทำให้การติดตามการใช้น้ำของข้าวมีความแม่นยำ ส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้น้ำต่อไปในการขยายผล คาดว่าอีกไม่เกิน 1 ปีครึ่ง งานวิจัยร่วมครั้งนี้จะสำเร็จและใช้งานในที่นาของชาวนาได้จริง

ส่วนการทำนาปกติ มีอยู่ 2 แบบ ที่ชาวนานิยมทำกัน คือ 1.นาน้ำขังตลอดเวลา (Continuous Flooding) เป็นวิธีการให้น้ำที่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวด้วยระบบชลประทานนิยมปฏิบัติกัน โดยมีการให้น้ำในนาที่ระดับแตกต่างกัน โดยหลังจากที่เริ่มหว่านข้าว จะเริ่มให้น้ำหลังจากหว่านข้าวไปแล้ว 10 วัน ให้น้ำที่ระดับ 5 เซนติเมตร จนข้าวเริ่มแตกกอจึงมีการเพิ่มความสูงของระดับน้ำให้คงที่ที่ 10 เซนติเมตร ตลอดฤดูปลูก จนก่อนการเก็บเกี่ยว ประมาณ 10 วัน มีการระบายน้ำออกจากแปลง

และ 2.นาเปียกสลับแห้ง (Alternative Wetting and Drying) เป็นการให้น้ำที่สลับดินเปียกกับดินแห้ง โดยจะเริ่มมีการให้น้ำ หลังจากหว่านข้าวแล้ว 10 วัน โดยให้น้ำที่ระดับ 5 เซนติเมตร จากนั้นรอจนระดับน้ำลงไปใต้ผิวดินประมาณ 15 เซนติเมตร จากนั้นจึงให้น้ำระดับ 5 เซนติเมตร สลับแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนถึงระยะข้าวสร้างรวงอ่อน จึงมีการรักษาระดับน้ำประมาณ 10 เซนติเมตร ทำแบบนี้ตลอดฤดูปลูก จนก่อนการเก็บเกี่ยว ประมาณ 10 วัน จึงมีการระบายน้ำออกจากแปลง

ส่วนการทำนาแบบสุดท้ายที่ต้องใช้เครื่องมือวัดระดับน้ำในนาข้าว คือ 3.นารักษาระดับความชื้นของดิน (Saturated Soil) เป็นการให้น้ำแบบไม่มีน้ำท่วมขัง โดยหลังจากที่เริ่มหว่านข้าว จะเริ่มให้น้ำหลังจากหว่านข้าวไปแล้ว 10 วัน ให้น้ำจนดินชุ่ม และจะมีการให้น้ำอีกที เมื่อดินเริ่มแห้ง โดยรักษาความชื้น แบบให้ดินอิ่มตัวเท่านั้น ทำแบบนี้ตลอดฤดูปลูก จนก่อนการเก็บเกี่ยว ประมาณ 10 วัน จึงมีการระบายน้ำออกจากแปลง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...