โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จุลพันธ์ ชี้การเมืองไม่ถึง "ทางตัน" มั่นใจงบ 1.15 แสนล.ดัน GDP โตเกิน 2%

PostToday

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 01.23 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 06.19 น.

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "เชื่อมั่นประเทศไทย : โจทย์ใหญ่รัฐบาล?" โดยยืนยันว่า แม้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีชั่วคราว แต่กลไกรัฐธรรมนูญยังทำหน้าที่ได้เต็มที่ และสถานการณ์ในขณะนี้ "ไม่ใช่ทางตันทางการเมือง" อย่างที่หลายฝ่ายกังวล

การขับเคลื่อนประเทศต้องอาศัย ความเชื่อมั่น เป็นพื้นฐาน และเรายังเดินต่อได้ เพราะกลไกรัฐธรรมนูญไม่ได้หยุดอยู่ตรงนี้ โดยคณะรัฐมนตรียังทำงานได้เต็มที่ โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่รักษาการแทน และสามารถบริหารงานต่อได้ตามปกติ

ขณะนี้ยังไม่มีเหตุการณ์ใดที่บ่งชี้ว่าเป็นภาวะทางตันจริง เพราะรัฐธรรมนูญยังมีช่องทางรองรับ เช่น หากศาลมีคำวินิจฉัยออกมาในทางลบ พรรคเพื่อไทยก็ยังสามารถเสนอชื่อบุคคลอื่นที่อยู่ในบัญชารายชื่อนายกรัฐมนตรี เช่น นายชัยเกษม นิติสิริ เข้าสู่กระบวนการโหวตได้ตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทน

นายจุลพันธ์ยังกล่าวด้วยว่า แม้จะมีเสียงเรียกร้องจากบางฝ่ายให้ตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจ หรือสลับขั้วทางการเมือง แต่รัฐบาลยังมีเสียงเกินครึ่งในสภาผู้แทนราษฎร และสามารถบริหารประเทศได้โดยไม่ต้องพึ่งพาฝ่ายค้าน วันนี้เรายังไม่มีเหตุการณ์ใดที่ต้องนำไปสู่การยุบสภาหรือเปลี่ยนแปลงขั้วการเมือง สิ่งสำคัญคือต้องไม่ปล่อยมือจากพวงมาลัย เพราะปัญหาประชาชนยังรอการแก้ไข

แม้สถานการณ์ทางการเมืองจะมีความไม่แน่นอน แต่สิ่งที่นายจุลพันธ์เน้นย้ำคือ การเดินหน้าเศรษฐกิจยังคงเป็นภารกิจหลักของรัฐบาลในเวลานี้ โดยยืนยันว่า รัฐบาลยังตั้งเป้าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ปีนี้ไว้ที่ 5% แม้จะยอมรับว่า เป็นเป้าหมายที่ท้าทาย และมีโอกาสยากที่จะบรรลุผลเต็ม 100% หากถ้าได้ถึง 2% ก็ดีแล้ว อย่างน้อยเรายังพยายามขับเคลื่อน นโยบายยังไม่หยุด

พร้อมกันนี้ชี้ว่า งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 115,000 ล้านบาท ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีไปแล้ว จะนำไปใช้ในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ระบบน้ำ และสาธารณูปโภคพื้นฐาน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 80–90% ของงบทั้งหมด ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อการจ้างงานในระดับท้องถิ่น และช่วยเพิ่มการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

ขณะนี้ยังไม่มีเหตุการณ์ใดที่บ่งชี้ว่าเป็นภาวะทางตันจริง เพราะรัฐธรรมนูญยังมีช่องทางรองรับ เช่น หากศาลมีคำวินิจฉัยออกมาในทางลบ พรรคเพื่อไทยก็ยังสามารถเสนอชื่อบุคคลอื่นที่อยู่ในบัญชารายชื่อนายกรัฐมนตรี เช่น นายชัยเกษม นิติสิริ เข้าสู่กระบวนการโหวตได้ตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทน

นายจุลพันธ์ยังกล่าวด้วยว่า แม้จะมีเสียงเรียกร้องจากบางฝ่ายให้ตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจ หรือสลับขั้วทางการเมือง แต่รัฐบาลยังมีเสียงเกินครึ่งในสภาผู้แทนราษฎร และสามารถบริหารประเทศได้โดยไม่ต้องพึ่งพาฝ่ายค้าน วันนี้เรายังไม่มีเหตุการณ์ใดที่ต้องนำไปสู่การยุบสภาหรือเปลี่ยนแปลงขั้วการเมือง สิ่งสำคัญคือต้องไม่ปล่อยมือจากพวงมาลัย เพราะปัญหาประชาชนยังรอการแก้ไข

แม้สถานการณ์ทางการเมืองจะมีความไม่แน่นอน แต่สิ่งที่นายจุลพันธ์เน้นย้ำคือ การเดินหน้าเศรษฐกิจยังคงเป็นภารกิจหลักของรัฐบาลในเวลานี้ โดยยืนยันว่า รัฐบาลยังตั้งเป้าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ปีนี้ไว้ที่ 5% แม้จะยอมรับว่า “เป็นเป้าหมายที่ท้าทาย” และมีโอกาสยากที่จะบรรลุผลเต็ม 100% หากถ้าได้ถึง 2% ก็ดีแล้ว อย่างน้อยเรายังพยายามขับเคลื่อน นโยบายยังไม่หยุด

พร้อมกันนี้ชี้ว่า งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 115,000 ล้านบาท ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีไปแล้ว จะนำไปใช้ในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ระบบน้ำ และสาธารณูปโภคพื้นฐาน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 80–90% ของงบทั้งหมด ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อการจ้างงานในระดับท้องถิ่น และช่วยเพิ่มการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...