“สหรัฐ-อินเดีย” เร่งเจรจาลดภาษี หวังบรรลุก่อนเส้นตาย 9 ก.ค. ปมสินค้าเกษตรยังตึงเครียด
"สหรัฐ-อินเดีย" เร่งเจรจาลดภาษี หวังบรรลุก่อนเส้นตาย 9 ก.ค. แต่ข้อพิพาทสินค้าเกษตร-นมยังเป็นอุปสรรคใหญ่ ด้านอินเดียย้ำไม่ยอมลดภาษีสินค้าดัดแปลงพันธุกรรม หวั่นกระทบเกษตรกรในประเทศ
วันที่ 3 กรกฎาคม 2568 เวลา 05.47 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้แทนการค้าสหรัฐและอินเดียเร่งเจรจาเมื่อวันพุธที่ผ่านมา หวังบรรลุข้อตกลงลดภาษีก่อนเส้นตายวันที่ 9 กรกฎาคม ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดไว้ แต่ยังติดปัญหาข้อพิพาทด้านสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์นมจากสหรัฐที่ยังตกลงกันไม่ได้ แหล่งข่าวซึ่งใกล้ชิดกับการเจรจาเปิดเผย
ความพยายามครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากที่ทรัมป์ประกาศข้อตกลงการค้ากับเวียดนาม ลดภาษีนำเข้าสินค้าจากเวียดนามลงเหลือ 20% จากระดับที่เคยขู่ไว้ว่าจะเก็บ 46% โดยสินค้าสหรัฐจะสามารถส่งออกไปเวียดนามได้โดยปลอดภาษี แม้ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจน
สำหรับอินเดีย ทรัมป์เคยขู่จะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากอินเดีย 26% ภายใต้มาตรการภาษีตอบโต้ เมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ก่อนจะลดลงชั่วคราวเหลือ 10% เพื่อเปิดทางให้มีการเจรจา
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ของอินเดีย เผยว่า คณะเจรจาจากอินเดียยังคงอยู่ที่กรุงวอชิงตันตั้งแต่เดินทางมาร่วมเจรจาเมื่อวันพฤหัสบดีและศุกร์ที่แล้ว และอาจอยู่ต่อเพื่อหาทางบรรลุข้อตกลง แต่ยืนยันว่าจะไม่ยอมประนีประนอมในประเด็นสำคัญด้านการเกษตรและผลิตภัณฑ์นม โดยเฉพาะการลดภาษีข้าวโพด ถั่วเหลือง ข้าว และข้าวสาลีดัดแปลงพันธุกรรมจากสหรัฐ ซึ่งรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ไม่ต้องการถูกมองว่ายอมสยบต่อผลประโยชน์ของเกษตรกร ซึ่งเป็นกลุ่มการเมืองสำคัญในประเทศ
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า อินเดียเปิดรับข้อเสนอการลดภาษีสินค้าบางประเภท เช่น วอลนัท แครนเบอร์รี และผลไม้อื่นๆ รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ รถยนต์ และผลิตภัณฑ์ด้านพลังงาน
แหล่งข่าวฝั่งสหรัฐที่ใกล้ชิดกับการเจรจายืนยันว่า มีสัญญาณว่าใกล้จะตกลงกันได้ โดยผู้เจรจาถูกสั่งให้เตรียมพร้อมสำหรับการประกาศข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้น พร้อมระบุว่า “ทั้งสองฝ่ายต่างตระหนักถึงความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของข้อตกลงนี้ ซึ่งมีมากกว่าประเด็นเศรษฐกิจล้วนๆ”
ทรัมป์กล่าวในลักษณะเดียวกันเมื่อวันอังคาร ระหว่างเดินทางด้วยเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันว่า เขาอาจบรรลุข้อตกลงกับอินเดียเพื่อลดภาษีระหว่างกัน และช่วยให้บริษัทอเมริกันแข่งขันในตลาดอินเดียที่มีประชากรกว่า 1.4 พันล้านคนได้ดีขึ้น
ในขณะเดียวกัน ทรัมป์ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของข้อตกลงกับญี่ปุ่น โดยขู่จะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าญี่ปุ่น 30% หรือ 35% ซึ่งสูงกว่าระดับ 24% ที่ประกาศเมื่อวันที่ 2 เมษายน ขณะที่ญี่ปุ่นพยายามเจรจาเพื่อลดภาษีนำเข้ารถยนต์และเหล็ก 25% ที่สหรัฐบังคับใช้ไปก่อนหน้านี้
ทั้งนี้โฆษกของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง ยังไม่ได้ให้ความเห็นต่อความคืบหน้าการเจรจากับอินเดียและประเทศอื่นๆ ขณะที่โฆษกสถานทูตอินเดียในกรุงวอชิงตันก็ยังไม่ได้ตอบกลับคำร้องขอความคิดเห็นเช่นกัน
อ้างอิง : reuters.com