‘ค่าเงินบาท’ เปิดเช้านี้ที่ 32.43 บาท/ดอลลาร์ ‘อ่อนค่าลงเล็กน้อย’ กรอบวันนี้ 32.35-32.55 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.43 บาท/ดอลลาร์ ‘อ่อนค่าลงเล็กน้อย’ จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.37 บาท/ดอลลาร์ ‘กรุงไทย’ ประเมินกรอบวันนี้ที่ 32.35-32.55 บาท/ดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยแนวโน้มค่าเงินบาทวันที่ 4 ก.ค. 2568 ว่า เงินบาทอาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways ไปก่อน เนื่องจากช่วงนี้จะเข้าสู่ช่วงวันหยุด 4th of July ของฝั่งสหรัฐฯ ทำให้ปริมาณการทำธุรกรรมในตลาดจะเบาบางลง และเราเชื่อว่า ภาพดังกล่าวก็มีส่วนทำให้ ในช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทไม่ได้อ่อนค่าไปมากนัก (อ่อนค่าน้อยกว่า ค่าสถิติระดับ +1SD หรือ +0.5% เล็กน้อย) แม้ว่ารายงานข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ จะออกมาดีกว่าคาด จนทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดโอกาสเฟดเดินหน้าลดดอกเบี้ย 3 ครั้ง พอสมควร
อนึ่ง ในช่วงระหว่างวัน เงินบาทอาจพอได้แรงหนุนบ้าง หากราคาทองคำยังสามารถทรงตัว หรือปรับตัวสูงขึ้นได้บ้าง เนื่องจากในช่วงนี้ ผู้เล่นในตลาดอาจรอทยอยซื้อทองคำ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่หลายประเทศคู่ค้า รวมถึงไทย เสี่ยงที่จะเผชิญการเรียกเก็บภาษีนำเข้าตอบโต้ในอัตราที่สูง หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ได้ก่อนครบกำหนด 90 วัน พักมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าตอบโต้ดังกล่าว เว้นแต่ ทางการสหรัฐฯ จะขยายเวลาพักมาตรการดังกล่าวเพิ่มเติม ซึ่งเรามองว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิดภาพดังกล่าวเช่นกัน เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจเผชิญปัจจัยเสี่ยงด้านลบพอสมควร หากเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราที่สูงมากกว่าปัจจุบัน
นอกจากนี้ การอ่อนค่าลงบ้างของเงินบาทในช่วงคืนที่ผ่านมา อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดบางส่วนรอจังหวะทยอยขายเงินดอลลาร์เพิ่มเติมได้ โดยเฉพาะหากเงินบาทอ่อนค่าลงใกล้โซนแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์
อย่างไรก็ดี เรามีความกังวลว่า ในช่วงระยะสั้นราว 1 เดือน ข้างหน้า เงินบาทมีความเสี่ยงผันผวนอ่อนค่าลงได้ หากทางการสหรัฐฯ เดินหน้าขึ้นภาษีนำเข้ากับไทยในอัตราที่สูงขึ้นกว่าปัจจุบัน เช่น แม้จะเจรจาการค้าได้แล้ว แต่ไทยก็ถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 15%-18% (ครึ่งหนึ่งของ 36% ที่สหรัฐฯ เคยประกาศไว้) หรือในกรณีเลวร้ายสุด ไทยถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 36% ขณะที่บรรดาประเทศคู่ค้าอื่นๆ อาจบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ และถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราที่สูงกว่าปัจจุบันไม่มาก เราประเมินว่า กรณีดังกล่าว อาจเห็นเงินบาททยอยอ่อนค่าลงได้ไม่ยาก ท่ามกลางแรงขายสินทรัพย์ไทย โดยเฉพาะหุ้นจากบรรดานักลงทุนต่างชาติ
ทั้งนี้ เราจะมั่นใจมากขึ้น ว่าเงินบาทได้กลับเข้าสู่แนวโน้มทยอยอ่อนค่าลงอีกครั้ง หากเงินบาทสามารถอ่อนค่าทะลุโซน 32.80-32.90 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน ตามการประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend Following
เรายังคงมีความกังวลเดิม คือ ความผันผวนของเงินบาทที่อาจกลับมาสูงขึ้นได้ โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์หน้าที่ ตลาดการเงินไทยอาจเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองไทย ซึ่งเรามองว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ Options เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.35-32.55 บาท/ดอลลาร์