โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ" ศรัทธาเหนือกาลเวลา แห่งเมืองอุบลฯ

Manager Online

เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 04.36 น. • MGR Online

สัมผัสความศักดิ์สิทธิ์และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ณ วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ หนึ่งในวัดเก่าแก่ของจังหวัดอุบลราชธานี ที่หลอมรวมพลังศรัทธา ศิลปะ และตำนานไว้ได้อย่างงดงาม

วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ หรือ วัดใต้เทิง เป็นวัดราษฎร์ ตั้งอยู่ที่ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ใกล้ริมฝั่งแม่น้ำมูล แต่เดิมวัดใต้มี 2 วัด คือ วัดใต้เทิงกับวัดใต้ท่า วัดใต้ท่า (วัดร้าง) ตั้งอยู่ริมน้ำมูล ทางทิศใต้ท่าน้ำ ส่วนวัดใต้เทิง (คำว่าเทิง ความหมายว่า ที่สูง ข้างบนหรืออยู่สูง อยู่เหนือขึ้นไป) ตั้งอยู่ถัดขึ้นไปจากวัดใต้ท่าที่อยู่ใกล้ริมแม่น้ำมูล ต่อมาได้นำวัดใต้ท่าไปรวมกับวัดใต้เทิง และเพื่อให้สื่อความหมายถึงพระประธานในอุโบสถพระนามว่าพระเจ้าองค์ตื้อ จึงได้นำพระนามของพระพุทธรูปมาต่อกับชื่อวัด กลายเป็น "วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ"

ภายในวัดแห่งนี้มีปูชนียวัตถุที่สำคัญ คือ พระพุทธประธานในพระอุโบสถนามว่า "พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ" เป็นพระพุทธรูปเนื้อทองสำริด ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 51 นิ้ว สูง 85 นิ้ว (รวมฐาน) ตามประวัติในประเทศไทย มีพระเจ้าใหญ่องค์ตื้ออยู่ 5 องค์ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช เดิมทีประดิษฐานอยู่บนแท่นพระอุโบสถหลังเก่า ภายหลังอุโบสถทรุดโทรม พระเจ้าองค์ตื้อจึงอยู่กลางแจ้ง ตากแดด ตากฝน เป็นเวลานานทำให้องค์พระพุทธรูปองค์ตื้อมีรอยแตก เป็นสะเก็ดออกมา จึงได้พอกพระพุทธรูปด้วยเปลือกไม้ ยางบด ผสมผงอิทธิเจ และทองคำ เงิน นาก สัมฤทธิ์ เงิน รางกาชาดซะพอก ให้น้ำเกลี้ยง น้ำชาดผสมทาปอมพอก แล้วลงรักปิดทองที่เข้าเมืองอุบลราชธานี แต่เนื่องจากกลัวข้าศึกขนเอาพระพุทธรูปไปจึงได้พอกปิดไว้ และปล่อยทิ้งเป็นวัดร้างนานถึง 200 ปี

ต่อมาราว พ.ศ. 2507–2508 สมัยพระภิกษุสวัสดิ์ ทสฺสนีโย เป็นเจ้าอาวาสวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ รูปที่ 13 ได้ทำการก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่ขึ้น ก่อสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2519 เมื่อสร้างฐานแท่นพระพุทธรูปพระประธานเสร็จจึงได้ยกพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อขึ้นประดิษฐานที่แท่นจนถึงปัจจุบันนี้

อุโบสถมณฑปเพชรเจ็ดแสงพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อเป็นศิลปะขอมผสมเวียดนาม ส่วนฐานเป็นศิลปะไทยภาคอีสาน ขนาดกว้าง 9 เมตร ยาว 11 เมตร หน้าต่าง 5 ช่อง ประตู 2 ประตู เริ่มก่อสร้าง พ.ศ. 2509 จัดงานฉลองพิธีผูกพัทธสีมา วันที่ 1–5 มีนาคม พ.ศ. 2523 ผนังทุกด้านของอุโบสถเขียนภาพจิตรกรรมพุทธประวัติและทศชาติชาดก

พระอุโบสถของวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ โดดเด่นด้วยซุ้มขอบประตูและหน้าต่างที่ตกแต่งด้วยสีทองอร่าม เพิ่มความวิจิตรตระการตา แต่ยังคงไว้ซึ่งความเรียบง่ายของผนังด้านนอกอย่างกลมกลืน

ภายในอุโบสถประดับด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังอย่างวิจิตรงดงาม ด้านหลังองค์พระประธาน พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ เป็นภาพ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ อันดูคล้ายกับพระพุทธเจ้าประทับนั่งใต้ร่มโพธิ์ใหญ่ ผนังโดยรอบถ่ายทอดเรื่องราว พุทธประวัติ และ ทศชาติชาดก อย่างประณีต สะท้อนถึงพลังแห่งศรัทธาและภูมิปัญญาของช่างในท้องถิ่น

บริเวณมุมด้านข้างของอุโบสถยังมีองค์ประกอบศิลป์ที่น่าสนใจ อาทิ รูปปูนปั้นยักษ์ ยืนเฝ้าอยู่ทั้งสองฝั่ง และรูปปั้นท้าวจตุคาม-รามเทพ ซึ่งเป็นที่เคารพบูชา มีมณฑปพระอุปคุต จุดศูนย์รวมจิตใจที่ผู้คนมักจุดธูปเทียนสักการะกัน ณ บริเวณนี้

นอกจากนี้บริเวณสองข้างของอุโบสถวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ จะมีหลักศิลาจารึกเป็นหินทรายตั้งอยู่ ที่ฐานของหลักจารึกมีข้อมูลชี้แจงว่า จารึกหลักที่ 1 อบ.13 วัดใต้ “เทิง” อักษรธรรมอีสาน วัตถุจารึกไม้ ประเภทสักทอง ลักษณะรูปใบเสมา กว้าง 55 ซ.ม. สูง 143 ซ.ม. หนา 9 ซ.ม. และจารึกหลักที่ 2 อบ. 14 วัดใต้ “เทิง” เป็นอักษรธรรมอีสาน วัตถุจารึกศิลาประเภทหินทรายสีแดง ลักษณะรูปใบเสมา กว้าง 67 ซม. สูง 82 ซม. หนา 7 ซม.

ส่วนวิหารเฉลิมพระเกียรติ 200 ปี เป็นที่ประดิษฐานของพระประธาน คือ พระพุทธมงคลรัตนสิริธัญสถิต เจดีย์พระบรมสารีริกธาตุ ตั้งอยู่ด้านหลังพระอุโบสถพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ภายในเจดีย์เป็นที่สถานที่เก็บพระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธรูปเก่าแก่ เช่น พระบรมสารีริกธาตุ พระแก้วจักรพรรดิโกเมน พระแก้วจักรพรรดิมรกต พระแก้วจักรพรรดิบุษราคัม และสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ

การเดินทางมายังวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ไม่เพียงแต่ได้สักการะองค์พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังเป็นการเปิดโลกสู่ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศิลปกรรมแห่งเมืองอุบลฯ อย่างแท้จริง เหมาะสำหรับทั้งสายบุญและผู้ที่สนใจเรื่องราวของท้องถิ่น

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...