"บัวหลวง" เจาะหุ้นกลุ่มพลังงาน โอกาสเก็งกำไร จากภาวะสงคราม
#ทันหุ้น - บล.บัวหลวง ส่องหุ้น "กลุ่มพลังงาน ความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน–อิสราเอลอาจลุกลามจนกระทบการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีปริมาณขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์รวมกว่า 20% ของการบริโภคน้ำมันทั่วโลก และ LNG อีก 20% ของโลก โดยแม้บางประเทศมีท่อส่งน้ำมันทางเลือก แต่กำลังการขนส่งยังไม่เพียงพอ หากเกิดการปิดช่องแคบ ราคาน้ำมันและก๊าซจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
จากข้อมูลในอดีต ราคาน้ำมันในช่วงเกิดสงครามมักพุ่งขึ้นทันที 10–119% และยืนในระดับสูงต่อเนื่อง 2–24 เดือน แม้เหตุการณ์ล่าสุด เช่น สงครามอิสราเอล-ฮามาสในปี 2566 จะส่งผลต่อราคาน้ำมันเพียง 10–20% แต่ความเสี่ยงกรณีอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซจะมีนัยสำคัญมากกว่า
การวิเคราะห์เชิง Sensitivity ชี้ว่า หากราคาน้ำมันดิบดูไบสูงกว่าสมมติฐานในกรณีฐานที่ $66/bbl ทุก ๆ $1/bbl จะเปิด Upside ต่อกำไรปี 2568 ของหุ้นกลุ่มพลังงานไทย 2–13% และหากค่าการกลั่น (GRM) สูงกว่าฐานที่ $5/bbl ทุก ๆ $0.5/bbl จะเพิ่มกำไรปี 2568 ได้อีก 2–51% สำหรับกลุ่มโรงกลั่น ขณะที่ PTT อาจเผชิญ Downside ราว 3% ต่อทุกๆ การเพิ่มขึ้นของ pooled gas price ที่ $0.3/MMbtu
ด้านปัจจัยพื้นฐาน ฝ่ายวิจัยมองเหตุการณ์นี้เป็นโอกาสเชิง Tactical สำหรับการเก็งกำไรระยะสั้นในหุ้นพลังงาน PTT, PTTEP และกลุ่มโรงกลั่น (TOP BCP IRPC SPRC) จากโอกาสราคาน้ำมันและ GRM ปรับตัวขึ้น แต่ต้องจับตาว่าเหตุการณ์จะลุกลามหรือคลี่คลายเพียงใดในช่วง 2H68