“อนุสรณ์” ชี้ พรรคไหนร่วมรบ.ไม่มีความสุขก็ไขก๊อกได้
“วรชัย” บอกเดินร่วมกันไม่ได้ก็ควรแยกย้าย ขณะที่ “อนุสรณ์” ชี้ พรรคไหนร่วมรบ.ไม่มีความสุขก็ไขก๊อกได้ ชี้ มติแพทยสภา กับคดีในศาลคนละเรื่องกัน
นายวรชัย เหมะ อดีตสส.สมุทรปราการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ออกมาให้สัมภาษณ์ พร้อมเป็นฝ่ายค้าน มองอย่างไรว่า สิ่งที่ประชาชนเห็นอยู่วันนี้เขาเห็นว่ารัฐบาลทำงานกันคนละทิศละทาง ความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทย กับภูมิใจไทย มีให้เห็นหลายครั้งในการพิจารณากฎหมายต่างๆ รวมถึงการทำงานของแต่ละกระทรวงก็ไม่สอดประสานกัน ถ้ายังเป็นอยู่อย่างนี้ประเทศชาติและประชาชนเสียประโยชน์ เมื่ออยู่กันไม่ได้ก็ควรต่างคนต่างเดินไม่ควรทำงานด้วยกันต่อ เพราะเห็นว่าความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทย และภูมิใจไทย มีแต่จะลุกลามขยายตัวขึ้นทุกวันไม่มีท่าทีจะกลับมาดีเหมือนเดิม ทำให้เห็นว่าประเทศไทยไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้เลย เมื่อนายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ขู่ว่าพร้อมเป็นฝ่ายค้าน ตนว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุด เพราะนายอนุทินก็อยู่ในภาวะที่อยู่อย่างอึดอัดทำงานด้วยกันไม่ได้ควรจะแยกกันเดินต่างคนต่างทำหน้าที่ให้ประชาชนในบทบาทที่เลือก ไม่ว่าเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็ทำงานให้ประชาชนได้ ในอนาคตหากพรรคภูมิใจไทย สามารถเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนจนชนะเลือกตั้งได้วันนั้น นายอนุทิน ก็สามารถเป็นนายกฯทำงานให้ประชาชนได้ จึงควรถือโอกาสนี้จังหวะนี้ที่สถานการณ์สุกงอมในการปรับคณะรัฐมนตรีแยกทางในจังหวะที่ประชาชนก็ไม่ได้ต่อว่าทำให้นายอนุทินจะไม่เสียหายทางการเมือง
นายอนุสรณ์ กล่าวถึงกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เลื่อนประชุมครม.สัญจร พิษณุโลก 23-24 มิ.ย. ออกไป เป็นเพราะต้องการรอให้การปรับครม.แล้วเสร็จก่อนหรือไม่ ว่าการปรับคณะรัฐมนตรีจะปรับเมื่อไหร่ ไม่มีผู้ใดทราบ เพราะเป็นอำนาจของนายกฯเพียงผู้เดียว ขอให้เชื่อมั่น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯหากปรับครม.การทำงานของรัฐบาลก็จะดีขึ้นด้วย เพราะมีรัฐมนตรีใหม่ วิธีคิด วีธีนำการทำงานแบบใหม่ หากยังไม่ปรับรัฐมนตรีชุดปัจจุบันก็ยังสามารถทำงานได้ และถ้าสังเกตดีดีจะพบว่านายกฯไม่ติดยึดเรื่องปรับหรือไม่ปรับครม. แต่สถานการณ์โลก สถานการณ์ประเทศ ณ เวลานี้ การแข่งขันสูง ทุกคนจึงต้องตั้งตนบนความพร้อมสูงสุด ใช้เวลาในการเป็นรัฐมนตรีให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน ส่วนรัฐมนตรีที่จะปรับเข้ามาใหม่ ก็ขอให้ตั้งตนบนความพร้อม เพราะงานของรัฐบาลรอไม่ได้ ความทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้ ส่วนการที่พรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคจะมีปัญหาภายในก่อนการปรับครม.หรือไม่นั้น ถือเป็นวิถีของแต่ละพรรคที่จะต้องบริหารจัดการแก้ไขปัญหาภายในพรรคของตัวเองให้ดี อย่าให้ส่งผลกระทบต่อรัฐบาล ส่วนกรณีที่บางพรรคแสดงอาการไม่พอใจ หากถูกปรับเปลี่ยนกระทรวงนั้น ขอให้เชื่อมั่นนายกฯ แต่หากพรรคร่วมพรรคนั้น อยู่เป็นรัฐบาลร่วมกันแล้วไม่มีความสุข ไม่สามารถพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงเพื่อยกระดับให้งานของรัฐบาลขับเคลื่อนได้ดีขึ้น ก็สามารถตัดสินใจออกไปเป็นฝ่ายค้านได้ ถือว่าเป็นวิถีของการเมืองในระบอบประชาธิปไตย อยู่ตรงไหนก็สามารถทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนได้
นายอนุสรณ์ กล่าวถึงกรณี แพทยสภาโหวตเกิน 2 ใน 3 ยืนยันมติเดิมลงโทษ 3 แพทย์ ปม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่รักษาอาการป่วยที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ว่า ประเด็นแพทยสภา กับประเด็นที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดพร้อมหรือนัดไต่สวนคดีชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ เป็นคนละประเด็นกัน เรื่องแพทยสภาตรวจสอบจริยธรรม 3 แพทย์ มติที่ออกมาจะมีความชัดเจนหรือมีข้อเคลือบแคลงใจสงสัยถึงอคติในใจ หรือมีความไม่เป็นกลางหรือนัยฃใดหรือไม่ บางส่วนก็สะท้อนผ่านผลโพลออกมาแล้ว ส่วนแพทย์ 3 ท่านก็ยังมีสิทธิเรียกร้องเพื่อเข้าถึงความเป็นธรรมให้กับตัวเองและสามารถสู้ต่อ รวมถึงกระบวนการในการยื่นศาลปกครองได้ กรณีนี้จึงอาจยังไม่จบแค่ในชั้นแพทยสภานี้ แต่ขอยืนยันว่าประเด็นของแพทยสภากับประเด็นของศาลฯเป็นคนละกรณีกัน ไม่เกี่ยวข้องกัน ไม่เชื่อมโยงกัน ไม่ควรนำมาเชื่อมโยงให้เกิดความสับสน และเท่าที่ติดตามข่าว ทีมงานฝ่ายกฎหมายของนายทักษิณ มีความเชื่อมั่นว่า กระบวนการทางราชทัณฑ์มันจบแล้ว ถือว่านายทักษิณ ถูกคุมขังและเป็นการคุมขังในโรงพยาบาล ซึ่งครบถ้วนแล้ว แต่ทั้งนี้สุดแต่ดุลยพินิจของศาล ไม่มีใครไปก้าวล่วงได้