โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หอการค้าฯ-พันธมิตร จัด “มหกรรม SMEs หอการค้า 5 ภาค” ปลดล็อกยกระดับ SMEs ไทย

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 21.02 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 14.02 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 19 มิ.ย.- หอการค้าไทยจับมือพันธมิตรทั้งรัฐและเอกชน จัด “มหกรรม SMEs หอการค้า 5 ภาค” ลงพื้นที่ เดินหน้าปลดล็อก สร้างศักยภาพ ยกระดับ SMEs ทั้งการเข้าถึงแหล่งทุน-องค์ความรู้ และคลินิก SMEs เปิดทางเข้าสู่โมเดิร์นเทรด เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย แต่การเติบโตของ SMEs ยังคงเผชิญกับข้อจำกัดหลายประการ โดยเฉพาะเรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ความสามารถในการแข่งขัน การเข้าถึงและขยายตลาด รวมทั้งการขาดองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ

จากรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า ความต้องการสินเชื่อภาคธุรกิจในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันผลสำรวจก็ยังพบว่า มาตรฐานการให้สินเชื่อภาคธุรกิจโดยรวม ยังมีความเข้มงวดมากขึ้นด้วย ส่งผลให้สินเชื่อภาคธุรกิจในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ติดลบ 0.8% สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การเข้าถึงแหล่งเงินทุนยังเป็นปัญหาที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ไม่นับรวมปัญหาอุปสงค์และกำลังซื้อการบริโภคที่ลดลง สินค้าจากต่างประเทศที่ทะลักเข้ามามากขึ้น ปัญหาการขยายตลาด และปัญหาต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของ SMEs โดยเฉพาะในพื้นที่ภูมิภาค โดยปี 2568 เดิมทีหลายหน่วยงานมองว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น แต่ด้วยปัจจัยภายนอกหลาย ๆ อย่าง ทำให้สถานการณ์ไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ โดยเฉพาะในเรื่องสงครามการค้า และการขึ้นภาษีตอบโต้จากสหรัฐ กลายเป็นปัจจัยบั่นทอนที่ทำให้ภาคธุรกิจเดินหน้าได้ลำบากยิ่งขึ้น ซึ่งทางออกของปัญหานี้ ทุกฝ่ายคงต้องช่วยกัน โดยหอการค้าไทยนั้น นอกจากการนำเสนอแนวทางให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ ไปยังภาครัฐแล้ว เรายังผลักดันแนวทางในการปรับตัวไปยังภาคเอกชนด้วยกันเองด้วย

หอการค้าไทย เล็งเห็นถึงความสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพของ SMEs จึงร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรต่าง ๆ จัดงานมหกรรม SMEs หอการค้า 5 ภาค “Unlocking SME for Sustainable Future” ขึ้น เพื่อส่งเสริมความรู้ทางการเงิน และความรู้ในด้านอื่น ๆ ที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะเป็นการวางรากฐานและและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจให้แข็งแกร่ง, SME คลินิก ที่ให้คำปรึกษาในการขอสินเชื่อ การบริหารจัดการและการตลาด กิจกรรมโครงการดี ๆ จาก SME Development Center ของหอการค้าไทย ที่ช่วยในการขยายธุรกิจของ SMEs และการจับคู่ธุรกิจ ที่จะช่วยให้ SMEs ขยายโอกาสทางการตลาดเข้าสู่ Modern Trade โดยคณะกรรมการจับคู่ธุรกิจ ซึ่งจะช่วยยกระดับและปรับเปลี่ยน SMEs ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืนต่อไป

นายธวัชชัย เศรษฐจินดา กรรมการเลขาธิการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดงานมหกรรม SME หอการค้า 5 ภาค Unlocking SME for Sustainable Future “ ปรับเปลี่ยนธุรกิจให้อยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน” เป็นโครงการที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบ SMEs ในภูมิภาคอย่างครบวงจร โดยภายในงานจะแบ่งออกเป็น 2 โซน
1.โซนให้องค์ความรู้ ประกอบด้วย การบรรยายในหลากหลายหัวข้อ เช่น
-วิทยากรผู้ประกอบการ SME ที่ประสบความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนธุรกิจ และสามารถขยายธุรกิจไปในระดับประเทศและต่างประเทศได้ การบรรยายให้ความรู้ในด้านการเงิน และการเตรียมความพร้อมเพื่อขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน
-องค์ความรู้ที่จำเป็นในการพัฒนาและปรับเปลี่ยนธุรกิจในอนาคต ได้แก่ Digital AI Robot & ESG และ ธุรกิจสีเขียว Green Economy
-หลักสูตรและกิจกรรมของศูนย์ SME Development Center ของหอการค้าไทย เช่น โครงการ Big Brother พี่ช่วยน้อง ที่จะทำให้ผู้ประกอบการ SME สามารถขยายและ Scale up ธุรกิจได้
-การสร้างโอกาสในการขยายตลาดของ SME เข้าสู่ Modern Trade โดยคณะกรรมการจับคู่ธุรกิจ Business Matching ของหอการค้าไทย

2.โชน SME Clinic ที่จะให้คำปรึกษากับผู้ประกอบการ SME โดยหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ที่จะไขปัญหาในการขอสินเชื่อ การแก้ปัญหาติดเครดิตบูโร การบริหารจัดการ, บัญชีและภาษี รวมทั้งการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) กับห้าง Modern Trade นอกจากนั้นยังมีบูธของสถาบันการเงินที่จะนำเสนอสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษ และสิทธิประโยชน์ให้กับสมาชิกเครือข่ายหอการค้าไทย และผู้ประกอบการ SME ในภูมิภาค

สำหรับการงานมหกรรม SMEs หอการค้า 5 ภาค มีเป้าหมายผู้ประกอบการ SMEs เข้าร่วมงานจำนวน 1,000 ราย โดยกำหนดสถานที่การจัดงาน ดังนี้

  • ครั้งที่ 1 ภาคเหนือ (จ.กำแพงเพชร) วันที่ 4 กรกฎาคม 2568
  • ครั้งที่ 2 ภาคใต้ (จ.พังงา) วันที่ 4 สิงหาคม 2568
  • ครั้งที่ 3 ภาคกลาง (จ.นครปฐม) วันที่ 12 กันยายน 2568
  • ครั้งที่ 4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จ.ขอนแก่น) วันที่ 3 ตุลาคม 2568
  • ครั้งที่ 5 ภาคตะวันออก (จ.ระยอง) วันที่ 23 มกราคม 2569

โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานพันธมิตร ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้แก่

  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
  • สำนักงานวิสาหกิจกลางและขนาดย่อม
  • บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด
  • ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย
  • บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม
  • ธนาคารออมสิน
  • ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย
  • ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน)

รวมทั้งจังหวัดกำแพงเพชร และหอการค้าจังหวัดกำแพงเพชร ที่ร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดงานครั้งแรก รวมทั้งหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพื่อส่งเสริมและผลักดันให้ผู้ประกอบการSME ได้พัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืน.-516 สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...