โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ราคาทองคำโลก ขยับขึ้นจากวิกฤตตะวันออกกลาง แต่เฟด-BoE ยังไม่เร่งลดดอกเบี้ย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 11.09 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 04.09 น.

"ราคาทองคำโลก" ขยับขึ้นจากวิกฤตตะวันออกกลาง แต่เฟด-BoE ยังไม่เร่งลดดอกเบี้ย โดยราคาทองคำสปอตปรับขึ้น 0.2% อยู่ที่ 3,376.48 ดอลลาร์ต่อออนซ์

วันที่ 19 มิถุนายน 2568 เวลา 09.38 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาทองคำขยับขึ้นในวันพฤหัสบดี เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางหนุนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย แม้ท่าทีระมัดระวังของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต่อการลดดอกเบี้ยในอนาคตจะเป็นปัจจัยกดดัน

*ราคาทองคำสปอตปรับขึ้น 0.2% อยู่ที่ 3,376.48 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 02.15 GMT ขณะที่ สัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐ ลดลง 0.4% มาอยู่ที่ 3,393.70 ดอลลาร์*

โดยเศรษฐกิจหดตัวมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2566 ในเดือนเมษายน อันเป็นผลมาจากมาตรการเก็บภาษีการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และผลกระทบครั้งเดียวจากการสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษีการขายบ้าน

อย่างไรก็ตามก่อนที่ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านจะปะทุขึ้น ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น 8.5% ภายในไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) แอนดรูว์ เบลีย์ และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ก็มีแนวโน้มจะยังคงท่าทีระมัดระวังต่อการลดอัตราดอกเบี้ยอยู่แล้ว

นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ที่รอยเตอร์ สำรวจคาดการณ์ว่า การลงคะแนนของ MPC จะมีมติ 7 ต่อ 2 ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 4.25% โดยเกือบทุกคนในบรรดาผู้ตอบแบบสอบถาม 60 คน คาดว่าการลดดอกเบี้ย 0.25% ครั้งถัดไปจะเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม และส่วนใหญ่คาดว่าจะมีการปรับลดอีกครั้งเหลือ 3.75% ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568

MPC เคยลงมติในเดือนพฤษภาคมโดยเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 ให้ลดดอกเบี้ยลง 0.25% โดยมี 2 คนโหวตให้ลดแรงกว่านั้นที่ 05.0% และอีก 2 คนเสนอให้คงอัตราไว้เท่าเดิม

แมตต์ สวอนเนลล์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจอาวุโสของ EY ITEM Club กล่าวว่า “ความเห็นที่แตกต่างกันในหมู่คณะกรรมการและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ จะทำให้ MPC ยังไม่สามารถให้คำมั่นชัดเจนว่าจะลดดอกเบี้ยในเดือนสิงหาคม …พวกเขาน่าจะยังเปิดทางไว้สำหรับการลดดอกเบี้ยในเดือนสิงหาคม โดยยังคงใช้ถ้อยคำที่คลุมเครือว่า จะดำเนินการลดดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปและระมัดระวัง”

จนถึงตอนนี้ธนาคารกลางอังกฤษลดดอกเบี้ยเท่ากับธนาคารกลางสหรัฐนับตั้งแต่กลางปี 2567 แต่ยังลดน้อยกว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยไปก่อนหน้านี้ หลังเงินเฟ้อในยูโรโซนกลับสู่เป้าหมาย 2%

นักเศรษฐศาสตร์ที่รอยเตอร์สำรวจคาดว่าอัตราดอกเบี้ยในอังกฤษจะลดลงเร็วกว่ายูโรโซนในช่วงที่เหลือของปีนี้ แต่จะลดลงในอัตราที่ใกล้เคียงกับสหรัฐ เนื่องจากเฟดยังคงประเมินผลกระทบจากภาษีและความเสี่ยงเงินเฟ้อ

ธนาคารกลางสหรัฐคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 4.25% – 4.50% ตามคาดในวันพุธ โดยประธานเฟด นายเจอโรม พาวเวล ระบุว่า “ภาษีจะส่งผลให้ราคาผู้บริโภคสูงขึ้น” แต่เฟดก็อยู่ในสถานะที่พร้อมจะรอ ก่อนดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย

ทั้งนี้ความเป็นไปได้ที่ราคาพลังงานจะพุ่งขึ้นและต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน อาจสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมให้กับ BoE ซึ่งยังคงกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันเงินเฟ้อในเศรษฐกิจอังกฤษ

นักวิเคราะห์เตือนว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นเร็วนี้ อาจเป็นตัวถ่วงเศรษฐกิจที่อ่อนแอของอังกฤษเพิ่มขึ้นอีก

อิซาเบล มาเตโอส อี ลาโก หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ BNP Paribas กล่าวว่า “นี่คือชนิดของช็อกที่เลวร้ายที่สุดสำหรับธนาคารกลาง เพราะไม่สามารถตอบสนองต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจได้ เนื่องจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อกลับเพิ่มขึ้น …ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินว่าความขัดแย้งจะยืดเยื้อแค่ไหน และเรื่องนี้จะทำให้ BoE ยิ่งระมัดระวังและเลือกที่จะรอดูเหมือนที่พวกเขาแสดงท่าทีมาตั้งแต่ต้นปี”

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง-ราคาน้ำมัน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...