โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นักร้องมาแล้ว! เรืองไกร ยื่น กกต. ชี้ขาดคุณสมบัติ นายกฯ อิ๊งค์ ปมคลิปเสียงฮุนเซน

Khaosod

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 06.15 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 04.41 น.
นักร้องมาแล้ว! เรืองไกร ยื่น กกต. ชี้ขาดคุณสมบัติ นายกฯ อิ๊งค์ ปมคลิปเสียงฮุนเซน

นักร้องมาแล้ว! “เรืองไกร” ยื่น กกต. ชี้ขาดคุณสมบัติ นายกฯ อิ๊งค์ ไม่ซื่อสัตย์สุจริต ปมคลิปเสียงฮุนเซน อ้างเทคนิคเจรจาฟังไม่ขึ้น

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อขอให้ กกต. ตรวจสอบ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่า มีความไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ อันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) หรือไม่

และเข้าข่ายเป็นเหตุให้ความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 (4) หรือไม่ กรณีมีการเผยแพร่คลิปเสียงสนทนากับสมเด็จ ฮุนเซน ประธานวุฒิสภา และอดีตนายกฯ กัมพูชา

นายเรืองไกร กล่าวว่า ที่ตนมายื่นหนังสือวันนี้เพราะเห็นว่าเป็นกรณีเร่งด่วน ซึ่งนายกฯ ได้ยอมรับเองว่าเป็นคลิปเสียงการพูดคุยกับสมเด็จฮุนเซนจริง

ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้ตนต้องมายื่นร้องต่อกกต.ว่าพฤติกรรมดังกล่าว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (4) ระบุว่า เหตุความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เนื่องจากความไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ โดยศาลรัฐธรรมนูญได้วางแนววินิจฉัยไว้ เหมือนกรณีคดีของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ ซึ่งสามารถยึดเป็นแนวบรรทัดฐานได้

“ในคลิปเสียง น.ส.แพทองธาร ก็ยอมรับแล้ว มีการพูดถึงเจ้าหน้าที่ของเรา มีการเอ่ยชื่อตำแหน่งด้วย ในลักษณะว่าไม่ใช่พวกเรา ทำให้สังคมตั้งคำถามตรงนี้ว่า ตกลงนายกฯ ของเราเป็นพวกกับใคร เป็นพวกทหารของเรา หรือพวกกับเพื่อนบ้าน

แล้วคำขอให้เปิดชายแดน เปิดด่านกันเลยนั้น ก็คงต้องรอฟังจากฝ่ายความมั่นคง นายกฯ คงไม่มีหน้าที่จะไปดู ไปรับปากตรงนั้น ซึ่งคำต่างๆ ที่สื่อถอดออกมาก็เป็นตัวอย่างที่ผมนำมาให้กกต.ดูว่า ในกรณีนี้จะเข้าข่ายว่านายกฯ ไปทำการที่ไม่ซื่อสัตย์ สุจริต ทำให้เสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่งและเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามมาตรฐานจริยธรรมหรือไม่” นายเรืองไกร กล่าว

นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า นี่ยังไม่ได้พูดถึงการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงที่จะเป็นดุลยพินิจของ กกต. หรือจะมีการส่งต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายอาญาเรื่องความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร กับความมั่นคงที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร เช่น มาตรา 116 และมาตรา 119 ซึ่งไม่ใช่หน้าที่และอำนาจของกกต. ซึ่งอาจจะมีการรวบรวมพยานหลักฐาน หรือหากมีพรรคการเมือง หรือสมาชิกวุฒิสภา เข้าชื่อยื่นโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ หรือกลุ่มบุคคลที่จะยื่น ก็ถือเป็นสิทธิ

ซึ่งนายกฯ ก็จะต้องเหนื่อยหน่อย ท่านบอกเองว่าเรื่องนี้ทำให้ลำบากที่สุดตั้งแต่ที่เป็นนายกฯ มา ท่านก็ต้องมาชี้แจง แต่ข้อเท็จจริงแทบจะไม่ต้องหายากอะไร มีเยอะมาก โดยเอกสารหลักฐานต่างๆ ตนจะส่งตามมาเพิ่มเติม

เมื่อถามว่านี่ถือเป็นการใช้ตำแหน่งหน้าที่ก้าวก่ายงานราชการหรือไม่ นายเรืองไกร กล่าวว่า มันจะมากกว่านั้น นี่เป็นเรื่องที่กระทบกับความมั่นคง เพราะคลิปเสียงมีการไปพูดว่าฝั่งไทยไม่ได้อยู่กับพวกเรา แล้วท่านไปอยู่กับพวกเพื่อนบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ คำพูดของท่านมันชัด ท่านต้องพึงระวัง ดังนั้น ข้อเท็จจริงแทบจะได้ความแล้ว อยู่ที่กกต.จะดำเนินการ

เมื่อถามว่าปัจจุบันมีการเรียกร้องให้ยุบสภาหรือลาออก คิดว่านายกฯ ควรเลือกทางไหน นายเรืองไกร กล่าวว่า ตนพูดหลายครั้งแล้วว่า การที่ท่านขึ้นมานั้น คะแนนหลายๆ เรื่องไม่ผ่าน อภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา ท่านได้เพราะเสียงเกินจึงอยู่ได้ แต่สิ่งที่สังคมประชาชนรับรู้ คือความรู้ความสามารถของนายกฯ ท่านควรจะพิจารณาตัวเอง

อยู่ตรงนี้รังแต่จะก่อให้เกิดความรู้สึกลำบากใจตัวเองหรือไม่ อยู่ที่ว่าท่านจะไปไหวไหม เพราะหลายพรรคการเมือง รวมถึงประชาชนก็เรียกร้องความรับผิดชอบจากตัวนายกฯ อย่างภูมิใจไทยก็แสดงจุดยืนและลาออกไปแล้ว แค่นี้ก็เหนื่อยแล้ว

“ดังนั้น นายกฯ มีทางเลือกอยู่ 2 ทาง ไม่ยุบสภาก็ลาออกแล้วให้คนใหม่ที่เหมาะสมกว่ามาทำหน้าที่ เพราะเรายังมีบัญชีนายกฯ อยู่ เพื่อไทยยังมีนายชัยเกษม นิติสิริ อยู่ในบัญชี ขณะที่อายุสภาก็ยังเหลืออยู่ แต่ถ้าท่านมั่นใจว่าจะให้ประชาชนตัดสิน ท่านก็ต้องยุบ ถ้าคิดว่าไปไม่ไหว แล้วสภายังไม่มีความเห็นอะไร ท่านก็ลาออก” นายเรืองไกร กล่าว

เมื่อถามว่าขณะนี้กระแสสังคมมีการพูดถึงการปฏิวัติ นายเรืองไกร กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในครรลองประชาธิปไตย แต่ถ้าความรู้สึก การประเมินตัวเองของนายกฯ และมีเสียงสะท้อนแบบนี้ ท่านก็ควรจะรับรู้ว่าควรจะพิจารณาตัวเองดีที่สุด แต่ถ้ารอจนเป็นคดีความต่างๆ ท่านอายุยังน้อย ลูกยังเล็ก เพราะความมั่นคงเป็นเรื่องใหญ่มาก

เมื่อถามว่า นายกฯ ระบุว่าการพูดคุยเพื่อให้เกิดผลดีต่อประเทศไม่ให้เกิดการสู้รบ และเป็นเทคนิคการเจรจา นายเรืองไกร กล่าวว่า ฟังไม่ขึ้น การโทรคุยกันลับๆ ในตำแหน่งนายกฯ กับนายฮุนเซน และมีข่าวรั่วออกมา ยืนยันว่าการคุยแบบทวิภาคีต้องเปิดเผย ฝ่ายความมั่นคงต้องทราบ

แต่ท่านไปตกลง และพูดจาเอาใจเขา แล้วบอกว่าแม่ทัพของเราเป็นฝ่ายตรงข้าม คำว่าพวกเราคือใคร ท่านนายกฯ กับฝ่ายกัมพูชาเป็นพวกเดียว แล้วฝ่ายคนไทยไม่ใช่พวกท่าน มันทำให้คนไทยรู้สึก บางครั้งการพูดต้องคิด ทักษะการพูดหากคนที่เรียนการทูตมาจะเข้าใจมากกว่า ที่ว่าพูดให้ใจเย็นนั้น เป็นแค่การพูดแก้ทีหลัง แต่ขั้นตอนที่ไปคุยกัน กับเสียงที่ออกมาไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักร้องมาแล้ว! เรืองไกร ยื่น กกต. ชี้ขาดคุณสมบัติ นายกฯ อิ๊งค์ ปมคลิปเสียงฮุนเซน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...