โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไม่เน้นขายต่อ เน้นทำบุญ สำนักงานประกันสังคม กับ ‘รถหรู’ จากเงินผู้ประกันตน

The Momentum

อัพเดต 28 พ.ค. 2568 เวลา 19.58 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 09.37 น. • THE MOMENTUM

ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก สำหรับสำนักงานประกันสังคมที่จู่ๆ ก็มีเรื่องใหม่อย่าง ‘งบซื้อรถหรู’ เข้ามาพร้อมกับประเด็นปฏิทินประกันสังคม ที่ล่าสุดยังยืนยันเดินหน้าทำปฏิทินต่อโดยใช้งบ 55 ล้านบาท สวนทางผลประชาพิจารณ์ผู้ประกันตนร้อยละ 62 ที่ต้องการยกเลิกทำปฏิทิน

จากเอกสาร ‘รายงานทรัพย์สินคงเหลือ’ ของสำนักงานประกันสังคมที่มีรายการทรัพย์สินของสำนักงานกว่าพันหน้ากระดาษ แต่สิ่งที่เตะตาคือ ‘รถของประกันสังคม’ ที่มีบางคันเป็นรถหรู ทั้ง Toyota Alphard และ Volkswagen ที่ราคาคันละเกือบ 4 ล้านบาท

ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าว มาจากเงินของผู้ประกันตนที่สมทบเข้าไปในกองทุน แต่เมื่อใช้เสร็จกลับบริจาคทำบุญให้วัดแทนการขายมือสองให้เต็นท์รถ ขณะที่บางวัดเมื่อได้รับบริจาคก็โอนรถต่อให้บุคคลที่สาม หลังได้รับรถมาเพียง 6 เดือนเท่านั้น

ตั้งแต่ซื้อรถทำงานจากเงินของผู้ประกันตน ไปจนถึงการโอนรถต่อให้บุคคลที่สาม รถหรูของสำนักงานประกันสังคมมีที่มาที่ไปอย่างไร The Momentum ขอสรุปเรื่องราวดังนี้

1. สหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน ออกมาแฉว่า สำนักงานประกันสังคมเอาเงินของผู้ประกันตนไปซื้อ ‘รถหรู’ มีทั้ง Toyota Alphard และ Volkswagen ราคาคันละเกือบ 4 ล้านบาท ทั้งที่ปัจจุบันตำแหน่งอธิบดีและข้าราชการการเมืองไม่มีรถประจำตำแหน่ง แต่สำนักงานฯ ใช้วิธีตั้งชื่อโครงการจัดซื้อว่า ‘รถเพื่อสนับสนุนภารกิจกระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคม’ จึงเบิกเงินมาซื้อรถหรูได้ ส่วนคนที่มีสิทธิใช้ก็เป็น ‘นาย’ ในกระทรวงและสำนักงานฯ เพราะพนักงานข้าราชการคงไม่กล้าเบิกรถราคาเกือบ 4 ล้านบาทมาใช้ ด้าน พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ออกมายืนยันว่า คนที่ ‘มีสิทธิ’ เบิกรถหรูประกันสังคมมาใช้คือ ปลัดกระทรวงแรงงาน

2. เรื่องยิ่งน่าสนใจขึ้นไปอีกเมื่อพบว่า ในปี 2565 สำนักงานประกันสังคมสกลนครมีประวัติโอนรถที่ใช้มาได้ 3 ปี ให้กับวัดสระแก้ว แต่ผ่านไป 6 เดือนวัดโอนต่อไปให้บุคคลที่สาม

3. มีการติดตามเส้นทางการโอนไปยังมือที่สาม จนไปเจอรถยี่ห้อ Ford 4 WHEEL RBS ที่คาดว่า เป็นรถที่สำนักงานประกันสังคมสกลนครบริจาคให้กับวัดสระแก้ว อยู่ในสภาพที่ถูกถอดล้อ กำลังซ่อมแซม ส่วนบุคคลที่ 3 ที่รับโอนกรรมสิทธิ์รถต่อจากวัด เป็นผู้อำนวยการของวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่สกลนคร มีนามสกุลเดียวกันกับผู้อำนวยการกองงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร ยืนยันไม่ใช่การซื้อขาย แต่วัดเอารถมาซ่อมบ่อยและไม่มีงบดูแลจึงโอนให้ตนนำไปใช้ประโยชน์ที่วิทยาลัย โดยเอาบิลเงินสดที่ไม่ลงวันที่ ไม่ใส่ชื่อสถานที่ซ่อม แต่มีค่าซ่อมระบุไว้ในบิลเป็นหลักฐานว่า วัดเอารถมาซ่อมจริง ส่วนการโอนกรรมสิทธิ์ของวัดไม่ได้ชื่อสถานศึกษาแต่เป็นชื่อของบุคคล

ทั้งนี้หญิงผู้รับกรรมสิทธิ์รถประกันสังคมต่อจากวัดชี้แจงว่า กรณีวัดโอนกรรมสิทธิ์รถเป็นชื่อของตนเนื่องจากวิทยาลัยเป็นสถานศึกษาเอกชน ทำให้การโอนย้ายต้องผ่านคณะกรรมการหลายขั้นตอน บวกกับความรู้เท่าไม่ถึงการของตัวเอง และมองว่าตนเป็นตัวแทนของสถานศึกษาอยู่แล้วจึงให้วัดโอนเป็นชื่อตน ส่วนประเด็นใช้นามสกุลเดียวกันกับผู้อำนวยการองค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้น มองว่า มีการใช้นามสกุลนี้แพร่หลายในจังหวัดอยู่แล้ว

4. บุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงานและประธานบอร์ดประกันสังคม ให้สัมภาษณ์สื่อในวันที่ 24 พฤษภาคม 2568 ว่า การบริจาครถให้วัด ‘ย่อมดีกว่า’ เอาไปขายทอดตลาด ที่ผ่านมาประกันสังคมก็บริจาครถหรูไปให้ส่วนราชการ มูลนิธิ และหน่วยงานการกุศลตลอด ไม่เคยเอาไปขาย เนื่องจากมองว่าไม่ได้ราคา แต่รถที่จะบริจาคต้องเป็นรถที่ปลดประจำการ ใช้งานมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ปีและเสื่อมสภาพตามกฎหมาย โดยสำนักงานฯ ไม่สามารถบริจาครถใหม่ที่เพิ่งซื้อได้

บุญสงค์ให้ข้อมูลว่า เมื่อสำนักงานบริจาคให้กับวัดแล้วจะไม่เข้าไปติดตามรถอีก โดยให้เป็นความรับผิดชอบของวัด เนื่องจากมีสถานะเป็นนิติบุคคล ทั้งนี้กรณีที่วัดโอนรถหรูต่อไปยังบุคคลที่สาม มองว่า ไม่สามารถทำได้ แต่เนื่องจากไม่มีข้อมูลดังกล่าวจึงขอตรวจสอบเพิ่มเติม

5. สำนักงานประกันสังคมและกระทรวงแรงงาน ยังมีการบริจาครถให้องค์กรการกุศลโดยเฉพาะและวัดอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งอยู่ในระหว่างการตรวจสอบของ สส.พรรคประชาชนและจะเปิดข้อมูลออกมาทีเดียว ขณะเดียวกันก็มีข้อสงสัยว่า เป็นการ ‘ฟอก’ พัสดุหรือไม่ เพราะมีการโอนไปเป็นทอดๆ แล้วถึง 3 ครั้ง ซึ่งขณะนี้ สส.พรรคประชาชนกำลังตรวจสอบความสัมพันธ์ของหญิงบุคคลที่สามกับสำนักงานประกันสังคม ขณะที่มีวงในบอกกับ สส.ว่า มีการส่งคนเข้าไปในพื้นที่วัดและบอกให้วัดออกมาบอกว่า ที่โอนรถไปเพราะไม่มีใครดูแลจึงต้องขายออกไปให้กับบุคคลที่สาม ที่สำคัญก็ต้องไปเช็กสภาพของรถที่โอนออกไปด้วยว่า ‘เสื่อมสภาพ’ จริงหรือหลอก

6. ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี เปิดเผยว่า ประกันสังคมซื้อรถครั้งหนึ่งใช้งบประมาณราว 100 ล้านบาท และคาดหวังให้ใช้งานไปได้ 5-8 ปี แต่ถึงจะใช้งานมาได้ 8 ปี หากเอาไปขายก็จะยังมีมูลค่าร้อยละ 20 ของราคาที่ซื้อครั้งแรก ขายครั้งหนึ่งน่าจะได้เงินสัก 20-30 ล้านบาท ซึ่งเกือบเทียบเท่ากับเงินที่เอามาทำปฏิทินประกันสังคม เขายังตั้งคำถามว่า เอารถหรูไปบริจาคอาจจะได้ ‘บุญ’ แต่ผู้ประกันตนจะได้อะไร

“อย่าลืมว่ากองทุนประกันสังคมเป็นกองทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และเกี่ยวข้องกับผู้คนจำนวนมาก เงินที่ได้กลับคืนมา 10-20 ล้านบาท ที่เราได้ใช้ไปมันก็มีค่านะ อย่างน้อยก็ทำให้ท่านได้ทำปฏิทินต่อก็แล้วกัน เอาเงินจากการขายรถมาทำปฏิทินก็ได้ เป็นเรื่องที่น่าเศร้าเหมือนกันที่กลไกการใช้งานงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนหลัก 10 ล้านคนไม่ได้ถูกคิดคำนึงอยากรอบคอบ” ษัษฐรัมย์ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2568

อ้างอิง

https://www.facebook.com/photo?fbid=1323084719178464&set=pcb.1323084815845121

https://docs.google.com/spreadsheets/d/1RuKmSggn82Nm849hl72NK-VtvZXxxOvyM-e_fvEPe7U/edit?gid=537059493#gid=537059493

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...