`เกรซ วอเทอร์ เมด (GWM)` จ่อยื่นไฟลิ่ง Q3/68 เข้าตลาดหุ้น ระดมเงินขยายธุรกิจดูแลผู้ป่วยไตครบวงจร
เกรซ วอเทอร์ เมด (GWM) จ่อยื่นไฟลิ่ง Q3/68 เข้าตลาดหุ้น ระดมเงินขยายธุรกิจดูแลผู้ป่วยไตครบวงจร
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -29 พ.ค. 68 15:17 น.
"เกรซ วอเทอร์ เมด (GWM)" เตรียมยื่นไฟลิ่งในไตรมาส 3/68 ระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ นำเงินใช้ขยายธุรกิจดูแลผู้ป่วยโรคไตครบวงจรเต็มสูบ ทั้งธุรกิจน้ำยาไตเทียมและน้ำยาทำความสะอาด ขยายการผลิตน้ำยาฟอกไตจากปัจจุบันผลิตได้ 180,000 แกลลอนต่อเดือน เป็น 240,000 แกลลอนต่อเดือนภายใน ไตรมาส 4/68 ตั้งเป้า 3 ปี รายได้เฉลี่ยโตปีละ 10% แตะ 200 ล้านบาท
นายธงชัย ปามิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เกรซ วอเทอร์ เมด จำกัด (มหาชน) หรือ GWM เปิดเผยว่า บริษัทฯมีแผนในการขยายธุรกิจให้เติบโตรองรับความต้องการของผู้ใช้บริการที่มีสัญญาณเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ผ่านธุรกิจทั้ง 4 ประเภท ดังนี้
1. ธุรกิจน้ำยาไตเทียมและน้ำยาทำความสะอาด โดยผลิตภัณฑ์ทุกชนิดผ่านการรับรองตามมาตรฐานการผลิตระดับสากลที่มีคุณภาพสูง ได้แก่ ระบบบริหารคุณภาพสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ (ISO 13485:2016) และมาตรฐานคุณภาพการผลิต (Good Manufacturing Practice: GMP) ที่กำกับการดูแลโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ภายใต้กระทรวงสาธารณสุข และ มาตรฐานรับรองผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ในการจัดจำหน่ายในกลุ่มประเทศอาเซียน (Common Submission Dossier Template: CSDT)
ทำให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาด และตามความจำเพาะของผู้ป่วยโรคไตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำลังการผลิตปัจจุบันสำหรับการผลิตน้ำยาฟอกไตอยู่ที่ประมาณ 180,000 แกลลอนต่อเดือน ซึ่งมีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 240,000 แกลลอนภายในไตรมาส 4 ปี 2568
2. ธุรกิจการจัดจำหน่ายและให้เช่าเวชภัณฑ์ในหน่วยไตเทียม ดำเนินธุรกิจด้วยการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศที่ได้มาตรฐานระดับสูง โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ 1. วัสดุสิ้นเปลืองสำหรับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ได้แก่ สายส่งเลือด เข็มฟอกไต ตัวกรองเลือดไตเทียม น้ำเกลือสำหรับฉีดเข้าเส้นเลือดชนิดนอร์มัลซาไลน์ เป็นต้น ซึ่งจำหน่ายควบคู่กับน้ำยาเข้มข้นสำหรับฟอกเลือด 2. เครื่องไตเทียมกลุ่มบริษัทยังเป็นตัวแทนจำหน่ายและให้เช่าเครื่องฟอกไต ที่มีจุดเด่นด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยเครื่องฟอกไตที่บริษัทนำมาจัดจำหน่ายผ่านการวิจัยและพัฒนามากว่า 10 ปี
3. ธุรกิจการให้บริการออกแบบ และติดตั้งระบบผลิตน้ำบริสุทธิ์สำหรับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม และการบำรุงรักษาระบบ ("ธุรกิจระบบน้ำ RO") ดำเนินการภายใต้ บริษัท วารี เมดิคอล จำกัด (WRM) เป็นบริษัทย่อย โดยบริษัทฯถือหุ้น 100% ให้บริการครบวงจรตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ ออกแบบติดตั้ง ให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า และเป็นไปตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกำหนด รวมทั้งการออกแบบและผลิตตู้ควบคุมและระบบไฟฟ้าที่ได้คุณภาพ และบำรุงรักษาเชิงป้องกันระบบผลิตน้ำบริสุทธิ์สำหรับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
4. ธุรกิจการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและเวชสำอางสำหรับผู้ป่วยโรคไต เพื่อให้การบริการของกลุ่มบริษัทครอบคลุมธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยโรคไตมากยิ่งขึ้น จึงได้เริ่มต้นขยายธุรกิจไปยังกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและเวชสำอางสำหรับผู้ป่วยโรคไต เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อการขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อการทำงานของร่ายกายโดยเฉพาะโปรตีน วิตามิน และเกลือแร่หลายชนิด จากการรับการบำบัดรักษาด้วยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม รวมทั้งผลข้างเคียงของการรักษาและยา ทำให้เกิดผิวแห้งและคันได้ง่าย บริษัทซึ่งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ร่วมมือกับบริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ("JSP") (บริษัทแม่และผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท) ซึ่งมีความโดดเด่นด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและเวชสำอางสำหรับผู้ป่วยโรคไต เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ป่วยโรคไตได้อย่างครอบคลุมครบวงจร
โดยข้อมูลสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงสถานการณ์ผู้ป่วยโรคไตในประเทศไทยว่า ปัจจุบันคนไทยป่วยด้วยโรคไตสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก โดยมีจำนวนผู้ป่วยประมาณ 11.6 ล้านคน และมีคนไทยกว่า 1.12 ล้านคนมีภาวะโรคไตเรื้อรัง ขณะที่ประเทศไทยมีเครื่องฟอกเลือดด้วยไตเทียม ประมาณเกือบ 5 หมื่นเครื่อง ซึ่งกระจายอยู่ที่คลินิกประมาณ 1,151 แห่ง และรถฟอกไตเคลื่อนที่อีกบางส่วน ซึ่งถือว่ายังไม่เพียงพอต่อความต้องการ
นายธนวรรธน์ พีระวีระภัทร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน GWM กล่าวว่า บริษัท มีแผนในการเข้าระดมทุนด้วยการจำหน่ายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีแผนจะยื่นไฟลิ่งในช่วงไตรมาส 3/2568 เพื่อนำเงินใช้ขยายธุรกิจ
ในปี 2567 ที่ผ่านมาบริษัทฯ มีรายได้รวม 142ล้านบาท รายได้หลักมาจากธุรกิจการผลิตน้ำยาฟอกไตสำหรับเครื่องไตเทียม คิดเป็น 70 % ของรายได้ทั้งหมด บริษัทตั้งเป้าว่าภายใน 3 ปีข้างหน้ารายได้รวมจะเติบโตขึ้นเป็น 200 ล้านบาท หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 10 % ซึ่งปัจจัยที่จะสนับสนุนการเติบโตของรายได้จะมาจากการขยายศูนย์ฟอกไต และการอัตราที่เพิ่มขึ้นของผู้ป่วยโรคไตในแต่ละปี ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง
เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ