โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครบรอบ 50 ปี ตลท. คลังมอบภารกิจฟื้นฟูความเชื่อมั่น

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 21.49 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 14.49 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 30 มิ.ย. – คลังมอบภารกิจให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ฟื้นฟูความเชื่อมั่น ให้กลับมาแข็งแรง ดูแลนักลงทุนรายย่อย ด้านประธานบอร์ด ตลท. – ผจก.ตลท. พร้อมเดินหน้าสร้างโอกาสและทางเลือกการลงทุน ใช้เทคโนโลยีพัฒนาแพลตฟอร์ม-ผลิตภัณฑ์การลงทุน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จัดงานสัมมนา “Legacy & Future : 50 Years of Thai Capital Market” เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในปี 2568 เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองด้านพัฒนาการบรรษัทภิบาลตลาดทุนไทย วิเคราะห์อดีตเพื่อก้าวสู่อนาคตอันจะนำไปสู่การสร้างความยั่งยืนของเศรษฐกิจ สังคมโดยรวม

ภายในงานนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์บันทึกเทป ร่วมกับนายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยได้กล่าวแสดงความยินดีในโอกาสที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ครบรอบ 50 ปี ตลาดหลักทรัพย์ฯ เริ่มต้นเมื่อปี 2518 จากบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จำนวน 8 บริษัท กระทั่งปัจจุบันมีมากกว่า 800 บริษัท ระดมทุนได้มากกว่า 6 ล้านล้านบาท และในอนาคตจะมีมากกว่านี้ ถือเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพยฯ ผ่านวิกฤตมาหลายครั้ง ดัชนีขึ้น – ลง อย่างน่าใจหาย คำถามที่น่าคิด การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาเป็นสิ่งสำคัญ ตลาดหลักทรัพย์ต้องพัฒนาให้สอดคล้องกับนวัตกรรม และพัฒนา วันนี้ตรอบรอบ 50 ปี มองไปใน 50 ปีข้างหน้า หรือ เป็นตลาดหลักทรัพย์ฯ จะครบ 100 ปี อยากเห็นการพัฒนาฟื้นฟูความเชื่อมั่น ( Trust and Confident ) ให้กลับมาแข็งแรงให้ได้ ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ มีหน้าที่สำคัญในการส่งเสริมผู้ระดมทุน ส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งจัดทำโครงสร้างพื้นฐานให้อำนวยความสะดวกในการลงทุน รวมทั้งให้ประสานการทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ( ก.ล.ต.) ปรับปรุงหลักเกณฑ์และลดอุปสรรค เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และเป็นผลดีต่อนักลงทุนรายย่อยและประชาชน ในการสร้างโอกาสและทางเลือกที่หลากหลาย เพื่อให้นักลงทุนมีข้อมูลที่เพียงพอในการลงทุน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนระยะยาวที่ดีและยั่งยืน

ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาตลาดทุนเจอวิกฤตหลายครั้งก็ต้องปรับตัวให้ทันซึ่งตลาดทุนมีมาตรการมากมายที่ต้องสร้างความมั่นคง ความเชื่อมั่นทำคนเดียวไม่ได้ หน่วยงานต้องร่วมกันรวมทั้ง ก.ล.ต.ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแล ต้องทำงานใกล้ชิดมากขึ้น ร่วมมือกันปรับเปลี่ยนนโยบายให้รวดเร็ว พร้อมย้ำว่านักลงทุนต้องวิเคราะห์และใช้ดุลยพินิจให้ดีตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางพร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลมากที่สุด เพื่อให้ข้อมูลเป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องศึกษาปัจจัยพื้นฐานหุ้นก่อนจะตัดสินใจลงทุน และที่สำคัญอย่าลงทุนเกินตัว ไม่ควรไปกู้ยืมมาลงทุน

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงทิศทางการพัฒนาตลาดทุนว่า ภารกิจสำคัญในปัจจุบันคือการสร้างโอกาสให้กับทุกภาคส่วน ทั้งนักลงทุนและผู้ประกอบการ โดยเน้นให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เพียงพอ ตัดสินใจลงทุนได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งส่งเสริมให้ธุรกิจสามารถระดมทุนจากตลาดทุนเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเครื่องมือการลงทุนใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น Depository Receipts (DR), DRx, และกองทุน ETF เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับนักลงทุนในการกระจายความเสี่ยงและเข้าถึงตลาดต่างประเทศ โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลที่ใช้เทคโนโลยี AI ช่วยให้ผู้ลงทุนเข้าถึงข้อมูลและวิเคราะห์ได้สะดวกยิ่งขึ้น

แม้ในระยะสั้นตลาดจะมีความผันผวนสูงจากปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ แต่มองว่าในวิกฤตยังแฝงด้วยโอกาส โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจที่ยังมีศักยภาพสูง อาทิ กลุ่มสุขภาพ (Healthcare), สินค้าอุปโภคบริโภคที่มีแบรนด์ไทย และภาคการท่องเที่ยวซึ่งยังเป็นจุดแข็งของประเทศ

“ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังคงเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่น เสริมสร้างเสถียรภาพ และพัฒนาระบบการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนและธุรกิจสามารถใช้ตลาดทุนเป็นเครื่องมือในการสร้างอนาคตได้อย่างมั่นคง” นายอัสสเดช กล่าว.-516-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...