โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วัดผล 5 ปี ธนาคารกรุงเทพ ผนึกเพอร์มาตา กำไรเพิ่ม 8,000 ล้าน เชื่อมการลงทุนไทย-อินโดนีเซีย-อาเซียน

Thairath Money

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 03.58 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 08.15 น.
ภาพไฮไลต์

หลังจากที่ธนาคารกรุงเทพ ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการธนาคารไทย เมื่อปี 2563 ด้วยการเข้าซื้อกิจการ ธนาคาร พีที เพอร์มาตา ทีบีเค (ธนาคารเพอร์มาตา) ภายใต้ดีลก้อนโต ที่มีมูลค่าเฉียด 100,000 ล้านบาท

โดยการควบรวมธนาคารกรุงเทพ 3 สาขา ได้แก่ สาขาจาการ์ตา สาขาสุรายาบา และสาขาเมดาน เข้ากับธนาคารเพอร์มาตาซึ่งแต่เดิมเป็นธนาคารพาณิชย์อันดับ 12 ในอินโดนีเซีย

การผนึกกำลังกันเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา เป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสองธนาคารเข้าด้วยกันเสริมศักยภาพบริการ มอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า อีกทั้งยังเป็นช่องทางการจับคู่ทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพภายใต้การสนับสนุนด้านการเงินอย่างครบวงจร ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ธนาคารกรุงเทพ และ ธนาคารเพอร์มาตา เติบโตอย่างแข็งแกร่งแล้ว ยังเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอินโดนีเซียให้แน่นแฟ้นมากขึ้นด้วย

ขับเคลื่อนสู่การเป็น “ยักษ์ใหญ่” แดนอิเหนา

ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เน้นย้ำถึงศักยภาพของอินโดนีเซียในฐานะคู่ค้าเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 การลงทุนของไทยในอินโดนีเซียพุ่งสูงถึง 225 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และในช่วงปี 2560-2565 นักลงทุนไทยมีการลงทุนรวม 1.52 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในกว่า 1,400 โครงการทั่วอินโดนีเซีย

สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนไทยในตลาดอินโดนีเซียที่แข็งแกร่ง และในปีที่ผ่านมา ไทยส่งออกสินค้าไปยังอินโดนีเซียมูลค่า 10.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ไทยเป็นจุดหมายส่งออกใหญ่อันดับ 4 ของอินโดนีเซีย ด้วยมูลค่า 7.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ธนาคารกรุงเทพในฐานะ “ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค” และธนาคารต่างชาติแห่งแรกของอาเซียนที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารในอินโดนีเซีย ตั้งแต่ปี 2511 เนื่องจากเล็งเห็นศักยภาพทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียในระยะยาว

และการที่อินโดนีเซียได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS อย่างเต็มรูปแบบในปีนี้ ยิ่งทำให้เป็นที่น่าสนใจสำหรับนักธุรกิจที่ต้องการลดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่น ชาติศิริ เผยว่า การตัดสินใจเข้าซื้อ PermataBank ไม่ใช่ความคิดเพียงแค่ชั่วข้ามคืน แต่มาจากการศึกษาและดำเนินการมาอย่างยาวนาน เนื่องจากธนาคารกรุงเทพเล็งเห็นอินโดนีเซียในฐานะหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจอาเซียน ด้วยฐานเศรษฐกิจที่กว้างขวางและกลุ่มประชากรที่มีกำลังซื้อสูง

แม้จะมีการแข่งขันจากธนาคารต่างชาติหลายแห่งที่ประสบความสำเร็จไม่มากนัก แต่ธนาคารกรุงเทพมั่นใจในกลยุทธ์ที่แตกต่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "โมเดลธุรกิจแบบ Family Banking และ Relationship Banking" ซึ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับลูกค้ากลุ่มนักธุรกิจชั้นนำของประเทศที่มีมายาวนานตั้งแต่ยุคบุกเบิก ช่วยให้ธนาคารเข้าถึงกลุ่มลูกค้าและโครงการขนาดใหญ่ที่ไม่ใช่แค่การแข่งขันด้านราคาแบบ Western Banking ส่งผลให้สามารถรักษาอัตรากำไรที่ดีและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและสนับสนุนการลงทุนระหว่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพได้สนับสนุน PermataBank จัดตั้ง "ฝ่ายพัฒนาและที่ปรึกษาธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Development and Advisory Directorate)" หน่วยงานนี้จะเป็นศูนย์กลางรองรับทั้งลูกค้าในเครือข่ายของธนาคารกรุงเทพในกลุ่มอาเซียน จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ที่ต้องการเข้ามาลงทุนในอินโดนีเซีย

และลูกค้าในอินโดนีเซียที่ต้องการไปลงทุนในประเทศอื่นในภูมิภาค โดยจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการพัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศ จัดหาเงินทุนสำหรับโครงการ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สอดคล้องกับหลัก ESG ซึ่งธนาคารกรุงเทพในฐานะผู้นำด้านการเงินสีเขียว พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน

ชาติศิริ เน้นย้ำว่า อินโดนีเซียมีโอกาสทางธุรกิจที่หลากหลายสำหรับนักลงทุนไทย ทั้งภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและการแปรรูป ซึ่งประเทศไทยมีความเชี่ยวชาญ และยังมีบริษัทไทยชั้นนำหลายแห่งได้เข้ามาลงทุนในอินโดนีเซียมาอย่างยาวนาน อาทิ กลุ่มซีพี, กลุ่มบ้านปู, ปตท., เอสซีจี (ทั้งเคมีภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์), ราชบุรีโฮลดิ้ง และบางจาก

นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่ธุรกิจไทยจะเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคการผลิตและพลังงาน ขณะเดียวกัน บริษัทอินโดนีเซียหลายแห่งก็เข้ามาลงทุนในประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ในเอเชียเช่นกัน อาทิ ธุรกิจขนมและอาหารสัตว์ สะท้อนถึงการเติบโตและการขยายตัวของธุรกิจอินโดนีเซียออกสู่ตลาดต่างประเทศมากขึ้น

ทั้งนี้ในปี 2567 ธนาคารเพอร์มาตา ได้ปรับเปลี่ยนมาใช้ตราสัญลักษณ์บัวหลวง เพื่อสะท้อนความเป็นหนึ่งเดียวในมาตรฐานการบริการ ภายใต้แนวคิด “One Family One Team” ของธนาคารกรุงเทพ โดย ณ สิ้นปี 2567 ธนาคารเพอร์มาตาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 38% เมื่อเทียบกับปี 2566 และธนาคารเพอร์มาตามีสัดส่วนสินเชื่อประมาณ 12% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมดของธนาคารกรุงเทพ

โดยตั้งแต่การเข้าซื้อกิจการในปี 2563 สัดส่วนสินเชื่อในต่างประเทศต่อสินเชื่อรวมของธนาคารกรุงเทพเพิ่มขึ้นจาก 17% เป็น 25% (ข้อมูล ณ ธันวาคม 2567) ส่งผลให้ปัจจุบันธนาคารเพอร์มาตาเป็น 1 ใน 10 ของธนาคารที่มีสินทรัพย์รวมใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย มีเครือข่ายสาขาให้บริการ 240 สาขา กระจายอยู่ใน 82 เมืองสำคัญทั่วประเทศ เพื่อรองรับการให้บริการลูกค้ากว่า 6.2 ล้านราย (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568)

กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่และเลขานุการบริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เสริมว่า ศักยภาพในการเติบโตของ PermataBank มาจากเศรษฐกิจอินโดนีเซียที่มีขนาดใหญ่ ประชากรมาก และโครงสร้างประชากรอยู่ในวัยทำงานสูง มีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา PermataBank สร้างผลกำไรให้ธนาคารกรุงเทพประมาณ 8,000 ล้านบาท และเชื่อว่าใน 3-5 ปี อาจแตะที่ระดับ 10,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ เมลิสา รุสลิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพอร์มาตา กล่าวว่า ประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูง พร้อมด้วยทรัพยากรและแรงงาน โดยปัจจุบันรัฐบาลได้ดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ “Golden Indonesia” ที่เน้นขับเคลื่อนโครงการเศรษฐกิจสีเขียว การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ และโครงการด้านเทคโนโลยีดิจิทัล มุ่งสู่การเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกภายในปี 2588 ด้วยจำนวนประชากรเกือบ 280 ล้านคน ซึ่งจากยุทธศาสตร์นี้ ธนาคารเพอร์มาตา ได้เล็งเห็นโอกาสสำคัญและผลักดันลูกค้าและพันธมิตรในภูมิภาคเพื่อคว้าโอกาสต่างๆที่จะเกิดขึ้น ผ่านบริการและผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างครบวงจร สำหรับกลุ่มลูกค้าบุคคลและกลุ่มลูกค้าธุรกิจ โดยมีทั้งบริการการเงินทั่วไปและระบบการเงินอิสลาม (Sharia)

“นโยบายของรัฐบาลอินโดนีเซียในขณะนี้ สอดคล้องกับการดำเนินงานของธนาคารเพอร์มาตาภายใต้การสนับสนุนของธนาคารกรุงเทพ เพื่ออำนวยความสะดวกลูกค้าในหลายด้าน เช่น บริการ Asia Same Day Payment ซึ่งให้บริการโอนเงินแก่ลูกค้านำเข้าและส่งออกได้ภายในวันเดียวแบบเรียลไทม์ระหว่างไทยกับอินโดนีเซียผ่านคิวอาร์โค้ด รวมทั้งเร่งผลักดันลูกค้าเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจสีเขียว โดยสนับสนุนสินเชื่อต่างๆ พร้อมทั้งดูแลและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ครบทุกมิติ” เมลิสา กล่าว

Synergy และการพัฒนาเทคโนโลยี

ความร่วมมือระหว่างธนาคารกรุงเทพและ PermataBank เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด โดยมีการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ ทั้งในด้าน SME Banking, Corporate Banking และการปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญที่น่าจับตาคือ นวัตกรรมด้าน Mobile Banking ของ PermataBank (Permata Me) ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในแอปพลิเคชันที่ดีที่สุดในภูมิภาค และเป็นระบบที่เปิดกว้างสามารถเชื่อมโยงกับพันธมิตรทางธุรกิจอื่น ๆ ได้ ซึ่งธนาคารกรุงเทพสามารถนำมาปรับใช้และเรียนรู้เพื่อพัฒนาบริการในประเทศไทยได้

เป้าหมายสู่ Regional Champion และแนวโน้มเศรษฐกิจ

ธนาคารกรุงเทพตั้งเป้าที่จะเป็น "Regional Champion" หรือธนาคารชั้นนำในภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง ด้วยเครือข่ายสาขาที่ครอบคลุมทั้งประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่และขนาดเล็กในอาเซียน ธนาคารกรุงเทพเชื่อมั่นว่าจะสามารถรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจอาเซียนในอนาคตได้อย่างสมบูรณ์แบบ และยังคงมุ่งมั่นที่จะพาธุรกิจไทยเข้ามาลงทุนในอินโดนีเซีย เพื่อคว้าโอกาสจากเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่รัฐบาลอินโดนีเซียกำลังลงทุน รวมถึงการเติบโตของกลุ่ม Startup และชนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อสูง ล้วนเป็นปัจจัยดึงดูดนักลงทุนไทย

สำหรับภาพรวมธุรกิจธนาคารในปีนี้ ชาติศิริ กล่าวว่า ธนาคารยังคงเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อโดยรวมอยู่ที่ 3-4% ซึ่งแม้จะเป็นเป้าหมายที่ท้าทาย แต่ยังไม่ได้ปรับเปลี่ยน และในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ยังไปได้พอสมควร โดยการเติบโตหลักจะมาจากธุรกิจ Corporate Banking และธุรกิจต่างประเทศ ขณะที่กลุ่มลูกค้าขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และลูกค้ารายย่อยอาจเติบโตในระดับที่ต่ำลงเล็กน้อย ทั้งนี้ PermataBank ตั้งเป้าสินเชื่อขยายตัว 8-10%

มุ่งพานักธุรกิจไทยสู่อินโดนีเซีย

ในอนาคต ธนาคารกรุงเทพยังคงมุ่งมั่นที่จะพาธุรกิจไทยเข้ามาลงทุนในอินโดนีเซีย เพื่อคว้าโอกาสจากเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่รัฐบาลอินโดนีเซียกำลังลงทุน รวมถึงการเติบโตของกลุ่ม Startup และ ชนชั้นกลาง ที่มีกำลังซื้อสูง ล้วนเป็นปัจจัยที่ดึงดูดนักลงทุนไทย

ขณะที่ โจโช พาร์เตเต หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารเพอร์มาตา วิเคราะห์ว่า การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของอินโดนีเซีย ในปี 2567 อยู่ที่ 5.03% และในปี 2568 คาดว่าจะอยู่ที่ 4.7% ส่วนในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 เศรษฐกิจอินโดนีเซียเติบโตถึง 4.87% ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์จากสถาบันการเงินระหว่างประเทศชั้นนำ เช่น IMF, World Bank, ADB และ OECD

ทั้งนี้ธนาคารกรุงเทพยังคงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อในปีนี้ไว้ที่ประมาณ 3-4% โดยการเติบโตหลักจะมาจากธุรกิจ Corporate Banking และ ธุรกิจต่างประเทศ ในขณะที่กลุ่มลูกค้าขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และลูกค้ารายย่อยอาจเติบโตในระดับที่ต่ำลงเล็กน้อย ทั้งนี้ธนาคารเพอร์มาตา ตั้งเป้าสินเชื่อขยายตัว 8-10%

เมื่อถูกถามถึงความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและหนี้ครัวเรือนที่สูงของไทย ชาติศิริ กล่าวว่า ธนาคารยังคงพิจารณาสินเชื่อตามปกติ และไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้นเป็นพิเศษ แม้จะมีการผันผวนบ้าง แต่ก็ไม่ได้แตกต่างจากช่วงเวลาอื่นๆ ที่ผ่านมา และยังไม่พบสัญญาณการผิดนัดชำระหนี้ในวงกว้างจากธุรกิจขนาดใหญ่

สะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนในธนาคารเพอร์มาตา ของธนาคารกรุงเทพ ไม่ใช่เพียงการขยายธุรกิจ แต่เป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งเพื่อรองรับการเติบโตของอาเซียนในฐานะภูมิภาคที่มีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจโลก และเป็นการสร้างสมดุลให้กับพอร์ตธุรกิจของธนาคารให้มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้นในอนาคต

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...