“ปกรณ์วุฒิ” เผย ฝ่ายค้านยังเดินหน้าต่อ ชี้จับมือ “ภูมิใจไทย” ไร้แรงเสียดทาน
“ปกรณ์วุฒิ” เผย ฝ่ายค้านยังเดินหน้าต่อ แม้นายกฯ หยุดทำงาน ชี้จับมือ “ภูมิใจไทย” ไร้แรงเสียดทาน
วันที่ 2 ก.ค.68 ที่ ทำการพรรคอนาคตใหม่ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองล่าสุด โดยระบุว่า การที่พรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ ซึ่งจำเป็นต้องมีการปรับสมดุลบทบาทและการจัดสรรตำแหน่งภายในฝ่ายค้านให้เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยยังไม่ได้เสนอรายชื่อหรือจำนวนตำแหน่งที่ต้องการ ทำให้ต้องใช้เวลาในการหารือและตกลงร่วมกันอีกระยะหนึ่ง คาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นภายในไม่กี่วันนี้ หรืออย่างช้าภายในสัปดาห์หน้า
ในเบื้องต้น มีข้อสรุปว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้รับสิทธิ์ในการตั้งกระทู้ถามสดในสภาจำนวน 2 กระทู้ โดยมีการประชุมร่วมกับวิปรัฐบาลและตัวแทนจากพรรคภูมิใจไทยเพื่อวางแนวทางความร่วมมือในสภา
นอกจากนี้ ยังมีการหารือล่วงหน้าเกี่ยวกับการอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันพรุ่งนี้ โดยจะมีการหยิบยกประเด็นสำคัญเข้าสู่วาระ เช่น โครงการ Entertainment Complex และปัญหาความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมากในขณะนี้
นายปกรณ์วุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัดว่าฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ เนื่องจากยังต้องรอคำวินิจฉัยเบื้องต้นจากศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะมีผลต่อการกำหนดท่าทีของฝ่ายค้าน โดยยืนยันว่า ไม่มีการกำหนดทิศทางล่วงหน้า และจะดำเนินการอย่างรอบคอบเมื่อข้อมูลครบถ้วน
ส่วนร่างโครงการ Entertainment Complex ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ยังไม่มีมติจากคณะรัฐมนตรีว่าจะถอนร่างออกหรือเดินหน้าต่อ เบื้องต้นได้รับรายงานว่ามีการหารือในบางหน่วยงานแล้ว แต่ต้องรอผลการประชุม ครม. อย่างเป็นทางการอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้
สำหรับกลไกในการตรวจสอบการทำงานของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีนั้น ฝ่ายค้านยังคงใช้ช่องทางรัฐสภาเป็นเครื่องมือหลัก ทั้งการตั้งกระทู้ การอภิปราย รวมถึงการยื่นญัตติต่าง ๆ โดยไม่ได้จำกัดแค่การยื่นตามมาตรา 151 เท่านั้น แม้ว่ามาตราดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบรัฐบาลก็ตาม
นายปกรณ์วุฒิ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยชี้ว่าไม่ส่งผลกระทบต่อกลไกทางนิติบัญญัติ เนื่องจากรัฐสภายังคงสามารถตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้ตามปกติ พร้อมเสนอว่า ทางออกของวิกฤตการณ์การเมืองในขณะนี้ อาจต้องพิจารณาทางเลือกการยุบสภา เพื่อคืนอำนาจการตัดสินใจให้กับประชาชนผ่านการเลือกตั้ง
นายปกรณ์วุฒิ ยืนยันว่า ความร่วมมือกับพรรคภูมิใจไทยเป็นไปอย่างราบรื่น แม้จะมีบางประเด็นที่มีความเห็นแตกต่างกัน แต่สามารถพูดคุยและหาข้อสรุปร่วมกันได้ โดยจะไม่มีการกดดันหรือบีบบังคับกัน เว้นแต่กรณีที่เป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งจะต้องอาศัยฉันทามติร่วมจากทุกพรรคฝ่ายค้านก่อนยื่นญัตติหรือดำเนินการใด ๆ อย่างเป็นทางการ