โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ชาญชัย” ยื่นหลักฐานเพิ่ม จี้ ป.ป.ช.ฟันไม่เลี้ยง ครม.นิด-อิ๊งค์, สส., สว.

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 08.21 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 08.21 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(2 ก.ค. 68) นายชาญชัย อิสระเสรีรักษ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์, นายสมชาย แสวงการ อดีต ส.ว., นายเจษฎ์ โทณะวณิก และนายนิติธร ล้ำเหลือ (ทนายนกเขา) เดินทางมายื่นหลักฐานและเอกสารเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีการกระทำผิดฝ่าฝืนมาตรา 144 ของรัฐธรรมนูญ

เรื่องดังกล่าวเกี่ยวกับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 โดยกล่าวอ้างว่า คณะรัฐมนตรีของรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร รวมถึงคณะกรรมาธิการงบประมาณฯ ส.ส. และ ส.ว. มีการลงมติสั่งตัดงบประมาณ 35,000 ล้านบาท ให้ 5 ธนาคารของรัฐไปกู้ยืม รวมถึงมีการโยกเงินไปใช้ในโครงการ Digital Wallet โดยไม่ได้มีการสั่งระงับหรือยับยั้ง

นายชาญชัยกล่าวว่า ได้นำเอกสารเพิ่มเติม 11 รายการมามอบให้ ป.ป.ช. เพื่อเร่งรัดการทำงาน โดยเอกสารประกอบด้วย เรื่องการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ปี 2567 และ 2568, สำเนาเอกสารจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับแนวทางการเสนอและการเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ที่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 144 และ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด รวมถึงบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2568 ซึ่งเป็นหลักฐานการกู้เงินตามมติ ครม. ของ 5 ธนาคารรัฐวิสาหกิจ ทั้งนี้ นายชาญชัยมั่นใจว่าพยานหลักฐานเหล่านี้เพียงพอที่จะเอาผิดได้

เมื่อถูกถามถึงกรณีที่อาจเกิดสุญญากาศทางการเมืองหากมีการถอดถอนคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ส.ส. และ ส.ว. นายเจษฎ์ระบุว่าจะไม่เกิดสุญญากาศ เนื่องจากมีทางออก 2 ทาง หากมีการพิจารณาแล้วพบว่ามีความผิดจนนำไปสู่การพ้นจากตำแหน่ง

ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีทำผิดและไม่สามารถรักษาการได้ จะต้องให้ปลัดกระทรวงต่างๆ ขึ้นมาทำหน้าที่รักษาการ โดยเลือกปลัดหนึ่งท่านทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี แต่จะไม่สามารถบริหารงานได้เต็มที่ พรรคการเมืองสามารถลาออก ทำให้จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งไม่ใช่การปฏิวัติรัฐประหารหรือการเสนอชื่อนายกฯ พระราชทาน โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องสอบถามศาลรัฐธรรมนูญเพื่อจัดการเลือกตั้งโดยเทียบเคียงกับกรณียุบสภา ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดสุญญากาศ นายเจษฎ์ยืนยันว่าการดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาให้เกิดสุญญากาศหรือการปฏิวัติรัฐประหาร

นายสมชาย แสวงการ ยังกล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี โดยชี้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักเลขาธิการรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย และฝ่ายพิธีการ จะต้องตรวจสอบคำวินิจฉัยของศาลให้ชัดเจน

นายสมชายระบุว่า จากการตรวจสอบแล้ว นางสาวแพทองธารไม่สามารถเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้ เนื่องจากตำแหน่งที่ผู้ร้องร้องคือตำแหน่งรัฐมนตรีที่ประพฤติมิชอบไม่สุจริต ซึ่งศาลเริ่มวินิจฉัยว่าต้องพ้นจากตำแหน่ง

ดังนั้น จึงขอให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบให้ชัดเจนและอย่าตีความกฎหมายตามฝ่ายการเมือง โดยเน้นย้ำว่า หากภายหลังศาลมีคำสั่งว่านางสาวแพทองธารไม่มีความผิด ก็ยังไม่สายที่จะเข้าถวายสัตย์ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...