โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ม.หอการค้าไทย หั่นจีดีพี ปี 68 เหลือ 1.7% ประเมินบนพื้นฐานความไม่แน่นอน หนี้ครัวเรือนสูงยังฉุดรั้ง กดดันกำลังซื้อครึ่งหลังของปี ท่องเที่ยวฟื้นช้า เจรจาภาษีสหรัฐ การเมืองกดดัน

BTimes

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 14.04 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 06.11 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2568 เผชิญแรงกดดันรุนแรง จากปัจจัยภายนอก มาตรการภาษีของสหรัฐฯ และความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศ ได้แก่ เสถียรภาพของรัฐบาล ความตึงเครียดของพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยหนุนจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท ประเมินว่า มาตรการภาษีของสหรัฐฯ จะกระทบการส่งออกหนัก คาดว่าจะลดการส่งออกลง 1.26-1.93% ขึ้นอยู่กับผลการเจรจา ขณะที่สินค้าจีนไหลทะลักเข้าไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การลงทุนเอกชนหดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 คาดหดตัว -1.2% ใน 2568 สะท้อนความเชื่อมั่นที่อ่อนแอและปัญหาโครงสร้างที่ลึกซึ้ง

รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ยอมรับว่าประมาณการเศรษฐกิจไทยครั้งนี้ เป็นการประเมินที่อยู่บนพื้นฐานความไม่แน่นอน หากการเมืองมีเสถียรภาพ และสามารถเบิกจ่ายงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท ได้ถึง 70% มีโอกาสที่จีดีพีจะขยับขึ้นไปแตะ 2- 2.3% ขณะที่มองว่าหากการเจรจากับสหรัฐไม่ทันภายในกรอบระยะเวลา 90 วัน หรือวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 เชื่อว่าสหรัฐฯ มีโอกาสที่จะขยายเวลาออกไป

อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าการเติบโตเศรษฐกิจปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยให้กรอบ 1.5-2.0% ค่ากลางที่ 1.7% ลดลงจากประมาณการเดิม 3.0% โดยอยู่ในกรณีฐานที่ไทยถูกเรียกเก็บภาษี (Tariff ) ในอัตรา 15-20% ความขัดแย้งอิหร่าน-อิสราเอล และความตึงเครียดไทย-กัมพูชา สามารถคลี่คลายได้เร็ว งบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท สามารถเบิกจ่ายได้ 50% และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งจนถึงสิ้นปี 2568 อย่างไรก็ตาม แนวโน้ม GDP สามารถผันผวนได้ในช่วง 0.9%- 2.3% ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัจจัยเสี่ยงต่างๆ

นอกจากนี้ ยังต้องจับตาในวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องกรณีคลิปเสียง และมีคำสั่งให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ส่วนกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับประมาณการเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นเป็น 2.3% มองว่าอาจจะเห็นโอกาสที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัว จึงยังไม่ลดดอกเบี้ย ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวานนี้ (25 มิ.ย.) อย่างไรก็ตาม มองว่า กนง.จะลดดอกเบี้ยนโยบายอีก 2 ครั้ง ในปีนี้ เหลือ 1.25%

สำหรับในภาคอุตสาหกรรมเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 65.1% เท่านั้น ขณะที่การผลิตฟื้นตัวช้ากว่าการส่งออก ,การบริโภคเอกชนชะลอเหลือ 2.4% จากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังสูงถึง 87.4% ต่อ GDP กดดันกำลังซื้อในช่วงที่เหลือของปี,ภาคท่องเที่ยวฟื้นตัวล่าช้า นักท่องเที่ยวจีนฟื้นตัวเพียง 40.3% เทียบก่อนโควิด-19 จากปัญหาความปลอดภัยและการแข่งขันในภูมิภาคที่รุนแรงขึ้น คาดว่าปี 2568 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงเหลือ 36 ล้านคน รวมถึง การปรับเปลี่ยนจากโครงการแจกเงินฯ ไปสู่โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท มี Fiscal Multiplier สูงกว่า (1.3 เท่า) แต่ประสิทธิผลขึ้นอยู่กับความสามารถในการเบิกจ่าย

ทั้งนี้ ยังเสนอให้รัฐเร่งเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ, เร่งรัดการเบิกจ่าย, ดูแลกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบ, แก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือน, กระตุ้นการลงทุนเอกชน และเสริมสร้างความยืดหยุ่นของระบบเศรษฐกิจเพื่อรับมือความไม่แน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...