โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมอตุลย์ โต้เลขาฯ รมว.สธ. ลั่นแชตดังกล่าว เป็นไลน์กลุ่มบุคคล

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 07 มิ.ย. 2568 เวลา 09.48 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2568 เวลา 02.47 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กทม. 7 มิ.ย.-หมอตุลย์ โต้ หลังเลขาฯ รมว.สาธารณสุข ส่งบันทึกถึง ผอ.ศูนย์ปอท. ให้ตรวจสอบจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ปมแชตไลน์ ชี้ รมว.สาธารณสุข ไม่มีอำนาจตรวจสอบ และแชตดังกล่าว เป็นไลน์กลุ่มบุคคลไม่ใช่กลุ่มกรรมการแพทยสภา ย้ำการพิจารณาของแพทยสภาเป็นไปตามหลักฐาน ปราศจากอคติ

ตามที่นายกิตติกร โล่ห์สุนทร เลขานุการ รมว.สาธารณสุข ได้ส่งบันทึกถึงผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้ตรวจสอบจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม และกรรมการแพทยสภา กรณีส่งข้อความในกลุ่มไลน์แพทยสภาเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และมีอคติในการวินิจฉัยการรักษาอาการป่วยของนายทักษิณ ชินวัตร โดยอ้างถึงหนังสือร้องเรียนของนายชวภณ กมลคณาวุฒิ ถึงนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ขอให้พิจารณาตรวจสอบจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม และกรรมการแพทยสภา

นายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ จึงขอเรียนชี้แจงว่า
1.นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ไม่มีอำนาจหน้าที่ใดๆ ในการพิจารณาจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม และกรรมการแพทยสภา

2.แพทยสภามีอำนาจหน้าที่พิจารณาจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพเวชกรรมเท่านั้น หากเป็นการกระทำผิดจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในเรื่องอื่นใด ที่ไม่ใช่การประกอบวิชาชีพเวชกรรม แพทยสภาไม่มีอำนาจพิจารณาในเรื่องนี้ เช่นการฉ้อโกง หนีภาษี ขโมยของ หรือทำร้ายร่างกาย อันเป็นการกระทำผิดกฎหมายแพ่งและอาญาที่เสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของวิชาชีพแพทย์ เมื่อหน่วยงานอื่นได้สอบสวนลงโทษแล้ว และมีผู้กล่าวโทษต่อแพทยสภา แพทยสภาจึงจะพิจารณาว่าผู้ประกอบวิชาชีพนั้นจะต้องถูกลงโทษหรือไม่ในสถานใด

3.เป็นที่ปรากฏชัดแล้วว่า มีการอ้างถึง แชตไลน์ 2 กลุ่ม แชตดังกล่าวที่พาดพิงนายทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่ไลน์กลุ่มของกรรมการแพทยสภา ซึ่งในสื่อถูกตัดชื่อกลุ่มออกไป โดยเป็นแชตไลน์ที่เขียนโดยแพทย์ท่านหนึ่งที่ไม่ใช่กรรมการแพทยสภา หากจะมีการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ ผอ.ศูนย์ปอท. ก็ต้องเป็นผู้เสียหายโดยตรง คือนายทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้ร้องเรียน หรือกล่าวได้ว่า เลขานุการ รมว.สาธารณสุข ไม่มีอำนาจหรือสิทธิใดๆ ในการร้องต่อ ผอ.ศูนย์ปอท. อนึ่งศูนย์ปอท. มีหน้าที่สอบสวนคดีที่เป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญาด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ไม่ใช่ตรวจสอบจริยธรรมของแชตไลน์ และกรรมการแพทยสภา

4.เมื่อแชตดังกล่าวไม่ได้อยู่ในไลน์กลุ่มของแพทยสภา แม้กรรมการแพทยสภาท่านหนึ่งจะมากดตอบ Yesss ก็ไม่ได้มาตอบในฐานะกรรมการแพทยสภา แต่เป็นเพียงสมาชิกคนหนึ่งใน Line group นี้

5.การที่นายธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรี ก. สาธารณสุข นำแชตไลน์ที่พาดพิงในทางลบต่อนายทักษิณ ชินวัตร ก็น่าจะมีการส่งต่อจากผู้ที่เป็นสมาชิกในกลุ่มไลน์นั้นส่งมาให้ จึงนับเป็นการเสียมารยาทในการอยู่ในไลน์กลุ่มอย่างร้ายแรง

6.เมื่อตรวจสอบแชตกลุ่มไลน์ของกรรมการแพทยสภา ที่นายธนกฤต นำมาเปิดเผย พบว่า เป็นข้อความที่ส่งต่อมาจากกลุ่มแพทย์และประชาชนที่สนับสนุนการลงมติของแพทยสภา เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 68 และเรียกร้องให้กรรมการแพทยสภามาร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกันในวันที่ 12 มิ.ย. 68 และออกเสียงยืนยันมติเดิมที่ถูกยับยั้งโดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน สภานายกพิเศษ เพราะแพทย์และประชาชนจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับเหตุผลในการยับยั้งมติของแพทยสภา

7.กรรมการแพทยสภาพิจารณาและลงมติการรักษานายทักษิณ ชินวัตร โดยแพทย์ทั้ง 4 ท่านที่ถูกกล่าวโทษตามพยานหลักฐานจากการสอบปากคำพยานบุคคลจำนวนหลายปาก และเอกสารที่ได้จากกรมราชทัณฑ์ และรพ.ตำรวจ พร้อมด้วยความเห็นจากราชวิทยาลัยแพทย์ที่เกี่ยวข้อง จนได้ข้อสรุปว่า เมื่อไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ ที่ชี้ชัดว่า (นายทักษิณ ชินวัตร) มีการป่วยวิกฤต ตามการออกความเห็นทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน หรือการเขียนเอกสารแสดงความเห็นทางการแพทย์ที่ไม่ตรงตามความเป็นจริง เช่น ระบุว่าป่วยหนัก ต้องรักษาต่อเนื่องที่รพ.ตำรวจ ไม่สามารถส่งกลับไปรักษาที่ รพ.ราชทัณฑ์ได้ ทั้งๆที่ไม่มีความจำเป็นต้องรับไว้รักษาในรพ.ตำรวจแล้ว และสามารถส่งตัวกลับไปรักษาที่รพ.ราชทัณฑ์ได้ การดำเนินการพิจารณาจริยธรรมของแพทย์ผู้ตรวจรักษานายทักษิณ ชินวัตร จึงมีความจริงจากหลักฐานประกอบการพิจารณา โดยปราศจากอคติ ไม่ได้เบี่ยงเบนไปจากมาตรฐานตามคำร้องเรียนแต่อย่างใด

อนึ่ง แถลงการณ์ให้กำลังใจแพทยสภาที่ปรากฏในไลน์กลุ่มแพทยสภา เกิดขึ้นหลังจากนายสมศักดิ์ เทพสุทิน มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณามติแพทยสภา จนนายสมศักดิ์ เทพสุทิน สภานายกพิเศษมีมติยับยั้งมติเดิมของแพทยสภาเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 68 แชตดังกล่าวจึงไม่มีผลต่อการลงมติเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 68 อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ นายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ยังทิ้งท้ายว่า ขอย้ำว่า รมว.สาธารณสุข มีอำนาจต่อการทำหน้าที่ของแพทย์ และบุคลากรในสังกัด ก.สาธารณสุข เท่านั้น ไม่มีอำนาจสอบสวนผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในสังกัดอื่น และไม่มีอำนาจในการตรวจสอบกรรมการแพทยสภาแต่อย่างใด.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...