โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ปิดด่านช่องจอมวันแรก ทำตลาดเช้าเงียบเหงา แม่ค้าโอด วอนสองประเทศเจรจาดีต่อกัน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 08 มิ.ย. 2568 เวลา 07.18 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 06.55 น.

ปิดด่านช่องจอมวันแรก ทำตลาดเช้าเงียบเหงา แม่ค้าโอด วอนสองประเทศเจรจาดีต่อกัน

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เป็นวันแรกที่มีการปิดด่านชายแดน จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ หลังจากไทยมีมาตรการตอบโต้กัมพูชา โดยมีหนังสือคำสั่งจาก กกล.สุรนารี ลงวันที่ 7 มิถุนายน 2568 เรื่องมาตรการควบคุมจุดผ่านแดนถาวร, จุดผ่อนปรนการค้าในพื้นที่ชายแดน ถึง ผวจ.อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ตามคำสั่งกองทัพบกและกองทัพภาคที่ 2 ระบุถึงรายละเอียด การประชุมของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่ได้จัดเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามที่ได้รับมอบหมาย กกล.สุรนารี ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ได้พิจารณาถึงผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชนชาวไทยและกัมพูชา ไม่ให้ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดของสถานการณ์ดังกล่าว กกล.สุรนารีจึงกำหนดมาตรการควบคุมจุดผ่านแดนถาวร, จุดผ่อนปรนการค้า ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

ทั้งนี้ การกำหนดมาตรการของวันเปิด-ปิดดังกล่าว แต่ละจุดผ่านแดนถาวรและจุดผ่อนปรนการค้าก็มีรายละเอียดวันเปิด-ปิดที่แตกต่างกัน ขณะที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ได้มีการปรับเวลาวันในการเปิด-ปิด จากเปิดทุกวัน เป็น 3 วันต่อสัปดาห์ ได้แก่ วันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น.ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ประชาชนทั้งสองประเทศผ่านเข้า-ออกได้ ใช้พาสปอร์ต หรือบอร์เดอร์พาสเท่านั้น จำกัดการส่งออกสินค้ายุทธภัณฑ์ตามกฎหมาย งดการส่งออกสินค้าเพื่อการก่อสร้าง เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็กเส้น หรือสินค้าอื่นตามดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจ ณ เวลานั้น ยานพาหนะทุกประเภทเข้า-ออกได้ตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้ปฏิบัติตามระเบียบและตามหลักสากล โดยผ่านการพิจารณาจากหน่วยประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำพื้นที่ 2 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน เวลา 06.30 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังประตูด่าน จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม พบว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา เส้นทางเข้า-ออกด่านไม่พบรถรถยนต์สัญจรไปมาแม้แต่คันเดียว โดยที่ฐานกลาง จนท.ทหารได้มีการปิดกั้นไม่อนุญาตให้ประชาชนผ่าน ขณะที่ด้านหน้าประตูด่าน มีการปิดประตูหลัก พร้อมทั้งคล้องล็อกกุญแจจากฝั่งไทยอย่างมิดชิด โดยมี จนท.เกี่ยวข้องคอยดูแลพื้นที่ ส่วนฝั่งกัมพูชาสังเกตเห็น จนท.หน้าด่านของกัมพูชาพากันมายืนถ่ายภาพหมู่ โดยมีการพูดคุยกับ จนท.ไทยและชวนให้บันทึกภาพร่วมกัน แต่ถูก จนท.ไทยปฏิเสธ เนื่องจากผู้บังคับบัญชาสั่งการไม่ให้ถ่ายภาพร่วมแต่อย่างใด

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังตลาดโอท็อป อบจ.สุรินทร์ ฝั่งไทย ใกล้กับตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ซึ่งเป็นตลาดเช้าที่ขายของสดส่งให้กับชาวไทยและชาวกัมพูชา พบว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงาเช่นกัน จากปกติมีชาวกัมพูชาข้ามแดนเข้ามาซื้ออาหารสดที่ตลาดเช้าอย่างคึกคักทุกวัน กลับเงียบเหงาไปถนัดตาและมีชาวไทยมาซื้อของบางตา เนื่องจากไม่มั่นใจในสถานการณ์

นางวันดี สกุลพรหม อายุ 62 ปี อยู่บ้านห้วยสิงห์ ต.ตาตุม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ แม่ค้าขายมันเผาของปิ้ง ที่ตลาดโอท็อป อบจ.สุรินทร์ กล่าวว่า วันนี้เงียบมาก ชาวเขมรเข้ามาซื้อไม่ได้เพราะด่านปิด ตนก็เพิ่งมาทราบข่าวด่านปิดที่นี่เมื่อเช้า ไม่รู้จะขายของให้ใคร อยากให้สองประเทศดีกัน ถูกกัน อย่าให้มีปัญหาอะไร อยู่เป็นบ้านพี่เมืองน้อง หากเกิดปัญหา ทำมาหากินยาก ถ้าเกิดสงครามก็จะทำมาหากินยังไง อพยพก็ไม่รู้จะไปอยู่ยังไง ถ้ามีสงครามก็จะลำบากชาวบ้านตาดำๆ สองประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ส่วนบรรยากาศที่ตลาดการค้าชายแดนช่องจอม พบว่าเป็นไปอย่างเงียบเหงา ร้านค้าปิดหลายร้าน เนื่องจากพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชาที่ข้ามแดนกลับไปยังกัมพูชาช่วงเย็นวานนี้ (7 มิ.ย.68) หลังขายของเสร็จ ต่างไม่สามารถข้ามแดนในช่วงเช้ากลับมาขายของที่ฝั่งไทยได้ เนื่องจากบางคนไม่ทราบว่าด่านจะปิด ขณะที่ชาวกัมพูชาบางส่วนที่พักอยู่ฝั่งไทยก็จะสามารถเปิดร้านค้าขายได้ตามปกติ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปิดด่านช่องจอมวันแรก ทำตลาดเช้าเงียบเหงา แม่ค้าโอด วอนสองประเทศเจรจาดีต่อกัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...