งานวิจัยใหม่คาดว่า สิ่งมีชีวิต 60 สปีชีส์ เสี่ยงสูญพันธุ์ได้ หากพายุพัดถล่มเพียงลูกเดียว
ท่ามกลางวิกฤตโลกเดือดที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกังวลว่า พายุรุนแรงจะเกิดบ่อยขึ้น หนักขึ้น และคาดเดาได้ยากขึ้น โดยสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ (International Union for Conservation of Nature หรือ IUCN) ชี้ว่าพายุเป็นหนึ่งในปัจจัยที่คุกคามสิ่งมีชีวิต ตั้งแต่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง จนถึงความสูญเสียต่อชีวิตมนุษย์และสัตว์นานาชนิด
ไม่เพียงเท่านั้น พายุยังสร้างผลกระทบร้ายแรงต่อ ‘ความหลากหลายทางชีวภาพ’ โดยความเสียหายจากพายุมักเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน กระจายเป็นวงกว้าง และตรวจสอบได้ยาก ซึ่งในบางกรณีอาจถึงขั้นทำให้สิ่งมีชีวิต ‘การสูญพันธุ์’ โดยที่ไม่มีใครสังเกตได้เลย
ยกตัวอย่าง พายุเฮอริเคนโดเรียน (Hurricane Dorian) ในปี 2019 ที่นับเป็นภัยธรรมชาติครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งของบาฮามาส โดยพายุลูกนี้ ไม่เพียงแค่ทำให้คนอย่างน้อย 70,000 คนไม่มีที่อยู่อาศัย และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์ แต่ยังทำให้ Bahama nuthatch หรือนกสายพันธุ์เฉพาะถิ่นของเกาะแกรนด์บาฮามา (Grand Bahama Island) ต้องสูญพันธุ์โดยสมบูรณ์
ไม่นานมานี้ นักวิจัยกลุ่มหนึ่งได้พยายามประเมินภัยคุกคามจากพายุหมุนเขตร้อน (tropical cyclones) ที่มีต่อความหลากหลายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และสัตว์เลื้อยคลานทั่วโลก โดยทำแผนที่พายุที่มีความเร็วลมเกิน 130 ไมล์ต่อชั่วโมง (หรือราว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ที่เกิดขึ้นระหว่างปี 1972 ถึง 2022 เพื่อตรวจสอบว่ามีพายุกี่ลูก ที่ทับซ้อนกับจุดรวมความหลากหลายทางชีวภาพ (biodiversity hotspots)
สิ่งที่พบผู้วิจัยพบถือว่าน่ากังวล เพราะ 3 ใน 4 ของจำนวนพายุที่ศึกษา พัดถล่มจุดที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ที่ประกอบด้วย ‘เกาะ’
โดยปกติแล้ว พื้นที่เกาะถือเป็นจุดเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในระดับสูงอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นแหล่งอาศัยของพืชและสัตว์หลายสายพันธุ์ที่ไม่พบในพื้นที่อื่น อีกทั้งยังวิวัฒนาการขึ้นอย่างโดดเดี่ยว จนทำให้สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์เหล่านี้ มักมีจำนวนน้อยมาก และไม่มีที่หลบภัยเมื่อเกิดภัยพิบัติ
ไม่เพียงเท่านั้น งานวิจัยยังพบว่าพายุถึง 95% พัดถล่มจุดที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ‘เพียง 5 จุด’ แบบซ้ำๆ โดยเรียงตามลำดับความถี่ ได้แก่ ญี่ปุ่น โพลินีเซีย-ไมโครนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาดากัสการ์และหมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดีย และหมู่เกาะแคริบเบียน
อย่างไรก็ตาม จุดที่พบพายุรุนแรงบ่อยที่สุด ไม่ได้เป็นจุดที่มีสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์มากที่สุดเสมอไป ตัวอย่างเช่น ญี่ปุ่นเผชิญพายุมากที่สุด แต่มีสายพันธุ์เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์น้อยที่สุด ในขณะที่แถบแคริบเบียนมีพายุน้อยกว่า แต่พบสายพันธุ์ที่เสี่ยงสูญพันธุ์จากพายุมากกว่า 128 สายพันธุ์
นอกจากนี้สิ่งที่ถูกจับตามองในงานวิจัยนี้คือ สายพันธุ์ที่พบได้แค่ใน ‘เกาะแห่งเดียว’ เพราะหากพืชและสัตว์เหล่านี้เผชิญพายุรุนแรงเพียงแค่ลูกเดียว ก็อาจทำให้สูญพันธุ์ได้เลย โดยผู้วิจัยพยายามรวบรวมรายชื่อสายพันธุ์ดังกล่าว และพบว่ามีอยู่ราว 60 สายพันธุ์
ทั้งนี้ในจำนวน 60 สายพันธุ์นี้ มีเพียง 24 สายพันธุ์เท่านั้น ที่เป็นถูกอนุรักษ์อย่างจริงจัง ในขณะที่อีก 6 สายพันธุ์ อยู่ในโครงการเพาะพันธุ์ในกรงขัง ผู้วิจัยจึงเสนอให้จัดตั้งคณะทำงานภายใต้ IUCN เพื่อเตรียมรับมือการสูญพันธุ์จากพายุรุนแรง ในระดับนานาชาติ อีกทั้งยังย้ำให้นักอนุรักษ์วางแผนช่วยสายพันธุ์เหล่านี้ไม่ให้สูญพันธุ์ ท่ามกลางวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
อ้างอิงจาก