โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

NIA ผนึกกำลัง CBiS-วิศวะ จุฬาฯ ปลุกพลังนวัตกรรมสีเขียวสู่ภาคธุรกิจไทย เปิดตัวหลักสูตรออนไลน์ “Greentech & Innovation Program”

TODAY

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 11.38 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 04.38 น. • workpointTODAY

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ผนึกกำลังกับสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (CBiS) ภายใต้การสนับสนุนของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเวทีดึงผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมสีเขียวจากเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ปลุกพลังผู้ประกอบการภาคธุรกิจไทยให้เตรียมพร้อมปรับตัวและขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคตที่ยั่งยืนด้วยนวัตกรรมสีเขียว ผ่านเวทีเสวนา “นวัตกรรมสีเขียว: Green Innovation Forum”

พร้อมเปิดตัวหลักสูตร Greentech & Innovation Program เทคโนโลยีและนวัตกรรมสีเขียว” ที่เน้นเชื่อมโยงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนสตาร์ตอัป กิจการเพื่อสังคม และผู้ประกอบการไทยให้เป็นผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสีเขียว เพื่อยกระดับและพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจอย่างยั่งยืน

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติกล่าวว่า ปัจจุบันแนวโน้มเทรนด์โลกมุ่งให้ความสำคัญไปที่ “เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)” อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นผลมาจากปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมการผลิตทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ส่งผลให้ภาคธุรกิจจำเป็นต้องเริ่มปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม ขณะเดียวกันความต้องการเทคโนโลยีและนวัตกรรมสีเขียว รวมถึงบุคลากรที่มีทักษะสีเขียว หรือ Green Talent ก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ผลสำรวจกลับพบว่าตลาดแรงงานในปัจจุบันยังขาดแคลนผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านทักษะสีเขียวอยู่เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับความท้าทายในการพัฒนาองค์กรให้สอดคล้องกับมาตรฐานความยั่งยืน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาด และกฎกติกาใหม่ ๆ ในการทำธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงแนวทางการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐ และภาคการเงิน

จากสถิติภาพรวมเศรษฐกิจปี 2567พบว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีการขยายตัวถึงร้อยละ 3.1โดยคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 34.9ต่อ GDP รวมทั้งหมด ซึ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจถึง 6,480,183ล้านบาท จะเห็นได้ว่าจำนวนธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีมากขึ้นส่งผลต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและความต้องการคาร์บอนเครดิตในประเทศไทยไม่ต่างกับอุตสาหกรรมรายใหญ่ ดังนั้น เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ประกอบการให้สามารถรับมือความเปลี่ยนแปลง และไปถึงเป้าหมายการเติบโตในระดับโลกได้อย่างยั่งยืน “

“NIA ภายใต้บทบาทผู้กำหนดทิศทางนวัตกรรม (Focal Conductor) ที่มีการส่งเสริมผู้ประกอบการในหลากหลายมิติทั้ง Groom Grant Growth และ Global พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนสตาร์ตอัป กิจการเพื่อสังคม และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยให้เป็นผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม โดยเฉพาะนวัตกรรมสีเขียว เพื่อยกระดับและพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการให้สามารถแข่งขันทางธุรกิจได้ไปพร้อมกับการดูแลโลก รวมถึงร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความตระหนักรู้และสร้างเครื่องมือการเรียนรู้แก่ผู้ประกอบการ ในเรื่องของเทคโนโลยีและนวัตกรรมสีเขียว ที่จะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพ สร้างแรงบันดาลใจและแนวทางการพัฒนาธุรกิจไปสู่ความยั่งยืนต่อไป

สำหรับหลักสูตร Greentech & Innovation Program เทคโนโลยีและนวัตกรรมสีเขียว” แบ่งเนื้อหาเป็น 8 หัวข้อ อย่างเช่น

  • เทคโนโลยีและนวัตกรรมสีเขียวคืออะไร
  • ความสำคัญของคาร์บอนฟุตพรินท์เพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน
  • เทคโนโลยีและนวัตกรรมสีเขียวเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและการบูรณาการยานยนต์ไฟฟ้า
  • เทคโนโลยีและนวัตกรรมสีเขียวเพื่อการจัดการของเสียและเศรษฐกิจหมุนเวียน
  • เทคโนโลยีและนวัตกรรมสีเขียวเพื่อระบบน้ำ เกษตร และอาหาร
  • นวัตกรรมสีเขียวกับอนาคตแห่งความยั่งยืน

โดยเนื้อหาการนำเสนอในแต่ละบทจะประกอบด้วย 2 ส่วนคือ Academic Study จะเป็นการสอนเนื้อหาเชิงลึกโดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ และ Case Study กรณีศึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Greentech & Innovation ดร.กริชผกา กล่าวทิ้งท้าย

รศ.ดร.วิทยา สุวัณณโภประสิทธิ์ คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวว่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เพราะนับเป็นภารกิจสำคัญที่จะช่วยส่งต่อองค์ความรู้ ปลุกแรงบันดาลใจให้นิสิตและบุคลากรเกิดการพัฒนานวัตกรรมแห่งอนาคตในการรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อม และสังคมที่โลกกำลังเผชิญอยู่

กิจกรรมวันนี้จัดขึ้นเพื่อให้เห็นความท้าทายของภาคธุรกิจในการรับมือความเปลี่ยนแปลง ซึ่งล้วนมาจากการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค ทิศทางการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล รวมถึงมาตรการทางการค้าต่างๆ เช่น CBAM จากความท้าทายเหล่านี้ นำมาสู่แนวทางการปรับตัวของภาคธุรกิจเพื่อเตรียมความพร้อมและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาด โดยเราเชื่อว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะพาธุรกิจไทยรอดพ้นและรับมือการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นคือการนำ “เทคโนโลยีสีเขียว” และ “นวัตกรรมสีเขียว” มาเป็นส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการขับเคลื่อนธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันองค์กรทั้งขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

คณะวิศวกรรมศาสตร์ฯ รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับปณิธานขององค์กรที่มุ่งเสริมสร้างขีดความสามารถให้กับบุคลากรทุกภาคส่วนในด้านการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดบุคลากรในองค์กรที่มีทักษะจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมสีเขียว เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน เพราะวันนี้โลกอยู่ในภาวะที่เต็มไปด้วยสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเท่านั้นที่จะช่วยให้โลกกลับมาสดใสและเป็นสีเขียวดังเดิมได้ สิ่งสำคัญอยู่ที่ความร่วมมือร่วมใจขององค์กรทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ที่จะร่วมกันคิดและผลักดันให้เกิดนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีสีเขียวให้มากขึ้น”

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนสมัครเรียนหลักสูตร “เทคโนโลยีและนวัตกรรมสีเขียว Greentech & Innovation” ได้ฟรี ตั้งแต่วันนี้ที่แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ด้านนวัตกรรมด้วยตนเอง NIA MOOCs หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://moocs.nia.or.th/greentech-and-innovation

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...