โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กล้วยห่าม ประโยชน์เกินคาดที่หลายคนไม่รู้ วันนี้มีคำตอบ

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 02.33 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 09.20 น.

กล้วยห่าม” ไม่ใช่แค่กล้วยที่ยังไม่สุก แต่เต็มไปด้วย แป้งทนย่อย ที่ช่วย คุมน้ำตาลในเลือด, ดีต่อลำไส้, แก้ท้องเสีย, และยังช่วย ลดน้ำหนัก ได้อีกด้วย บอกเลยว่ามีดีกว่าที่คิดเยอะ

กล้วยห่าม ประโยชน์เกินคาดที่หลายคนไม่รู้ วันนี้มีคำตอบ

ประโยชน์ของกล้วยห่าม กล้วยห่าม คือ กล้วยที่ยังไม่สุกเต็มที่ เปลือกอาจจะยังเขียวอยู่ หรือเริ่มมีสีเหลืองแซมเขียวเล็กน้อย เนื้อจะแข็งและมีรสฝาดกว่ากล้วยสุก

กล้วยห่ามที่นิยมนำมาใช้ประโยชน์และพบได้ทั่วไป ได้แก่

  • กล้วยน้ำว้าห่าม: เป็นที่นิยมมากที่สุดในการนำมาทำแป้งกล้วยห่าม หรือนำมาต้ม เพราะหาง่ายและมีคุณสมบัติที่ดี
  • กล้วยดิบ/กล้วยหิน: บางครั้งก็ใช้กล้วยดิบ ซึ่งหมายถึงกล้วยที่ยังไม่สุกเลย มีรสฝาดจัดมาก
  • ไม่ว่าจะเป็นกล้วยชนิดใด เมื่ออยู่ในสภาพ "ห่าม" หรือ "ดิบ" คุณสมบัติทางโภชนาการบางอย่างจะโดดเด่นเป็นพิเศษ
กล้วยห่าม ประโยชน์เกินคาดที่หลายคนไม่รู้ วันนี้มีคำตอบ

กล้วยห่ามดีอย่างไร? ประโยชน์ที่เหนือความคาดหมาย

แหล่งชั้นดีของแป้งทนย่อย (Resistant Starch): นี่คือหัวใจสำคัญของกล้วยห่าม! แป้งทนย่อยเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ถูกย่อยในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก แต่จะถูกส่งตรงไปยังลำไส้ใหญ่ ซึ่งทำหน้าที่เป็นอาหารของแบคทีเรียดี (Probiotics) ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบลำไส้ให้สมดุลและแข็งแรง เปรียบเสมือนเป็น "พรีไบโอติก" ชั้นยอด

ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด: เนื่องจากมีแป้งทนย่อยสูง กล้วยห่ามจึงมีค่าดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index - GI) ต่ำกว่ากล้วยสุกมาก ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ และคงที่มากขึ้น จึงเป็นผลไม้ที่ดีสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

บรรเทาอาการท้องเสีย: ด้วยคุณสมบัติของสารแทนนิน (Tannins) ที่ให้รสฝาดสมาน และแป้งทนย่อยที่ช่วยดูดซับน้ำในลำไส้ กล้วยห่ามจึงมีฤทธิ์ช่วยจับอุจจาระ ลดการบีบตัวของลำไส้ และบรรเทาอาการท้องเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ตรงข้ามกับกล้วยสุกที่ช่วยระบาย)

ดีต่อการลดน้ำหนัก: แป้งทนย่อยช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มนานขึ้น ลดความอยากอาหารและลดปริมาณการรับประทานอาหารโดยรวม นอกจากนี้ยังอาจช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานในร่างกายอีกด้วย

อุดมด้วยโพแทสเซียม: กล้วยห่ามยังคงเป็นแหล่งที่ดีของโพแทสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญในการรักษาสมดุลของของเหลวในร่างกาย ควบคุมความดันโลหิต และช่วยให้กล้ามเนื้อและระบบประสาททำงานได้ปกติ

ส่งเสริมภูมิคุ้มกัน: สุขภาพลำไส้ที่ดีจากการได้รับพรีไบโอติกอย่างเพียงพอ ส่งผลโดยตรงต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรงและลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อต่างๆ

ใครบ้างที่ไม่ควรกินกล้วยห่าม?

แม้กล้วยห่ามจะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็มีข้อควรระวังสำหรับบางกลุ่มคน

  • ผู้ที่มีปัญหาท้องผูกเรื้อรัง: เนื่องจากกล้วยห่ามมีฤทธิ์ในการช่วยจับอุจจาระและบรรเทาอาการท้องเสีย หากผู้ที่มีปัญหาท้องผูกอยู่แล้วรับประทาน อาจทำให้อาการท้องผูกแย่ลงได้
  • ผู้ที่เพิ่งผ่าตัดเกี่ยวกับทางเดินอาหาร: การรับประทานอาหารที่มีแป้งทนย่อยสูง หรืออาหารที่ย่อยยาก อาจไม่เหมาะในช่วงฟื้นตัว
  • ผู้ที่มีปัญหาลำไส้อุดตันบางชนิด: ควรปรึกษาแพทย์ก่อนบริโภค เนื่องจากใยอาหารและแป้งทนย่อยอาจเพิ่มปริมาณกากในลำไส้
  • เด็กเล็กมาก ๆ: ระบบย่อยอาหารของเด็กเล็กยังไม่พัฒนาเต็มที่ อาจย่อยแป้งทนย่อยในกล้วยห่ามได้ไม่ดีนัก

ข้อแนะนำ: การบริโภคกล้วยห่ามที่ดีที่สุดคือการนำไปแปรรูป เช่น ต้ม นึ่ง หรือทำเป็นแป้งกล้วยห่าม เพื่อลดรสฝาดและช่วยให้ย่อยได้ง่ายขึ้น ควรบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากจนเกินไป และสังเกตปฏิกิริยาของร่างกายเสมอ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...