โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กยศ.ขอแบ่งงบฯ 1.57 แสนล้าน เติมสภาพคล่อง-ปล่อยกู้นักศึกษาปี2568

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 02.33 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 02.33 น.
ภาพจาก PIXABAY

กยศ.เสนอของบฯกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม 1.1 หมื่นล้านบาท จากวงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้าน ชี้นำมาใช้ปล่อยกู้ให้ “นักเรียน-นักศึกษา” ที่ผ่านคุณสมบัติเพิ่มเติมในปีการศึกษา 2568 หนุนช่วยเหลือกลุ่มขาดแคลนทุนทรัพย์ 3,000 บาท/เดือน ฟากคลังกลั่นกรองโครงการใช้เงิน 1.57 แสนล้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว ชงบอร์ดชุดใหญ่ “นายกฯ” เป็นประธานเคาะ 18 มิ.ย.นี้ คาดชง ครม.ไฟเขียวได้ 24 มิ.ย.

ดร.นันทวัน วงศ์ขจรกิตติ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตามที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2568 มีมติเห็นชอบแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 งบฯกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยทาง กยศ.ได้เสนอขอใช้งบฯกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าว วงเงิน 11,588 ล้านบาท เพื่อนำมาให้กู้ยืมแก่นักเรียน นักศึกษาที่ผ่านคุณสมบัติ ในปีการศึกษา 2568 นี้

“ตอนนี้ยังไม่ทราบตัวเลขงบประมาณที่จะได้รับจัดสรร เนื่องจากยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งหาก กยศ.ได้รับงบฯจำนวนดังกล่าว จะสามารถให้กู้ยืมได้ตามแผนงานและกรอบวงเงินที่วางแผนไว้ โดยดำเนินให้กู้ยืมกับนักเรียน นักศึกษาที่มีคุณสมบัติตามที่กองทุนกำหนดไว้”

สำหรับปีการศึกษา 2568 ทางกองทุนได้ตั้งเป้าหมายในการให้กู้ยืมแก่นักเรียน นักศึกษาอยู่ที่ 630,000 ราย โดยที่ผ่านมา กยศ.ได้เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณปี 2568 ไว้ที่วงเงิน 1.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2568 ได้อนุมัติงบฯกลางให้จำนวน 2,838 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาด้วยการให้เงินกู้ยืม ซึ่งเมื่อผ่านกระบวนการแปรญัตติแล้ว กยศ.จะมีเงินอยู่ที่ประมาณ 7,400 ล้านบาท

นอกจากนี้ ปัจจุบันรายรับของ กยศ.ลดลงเหลืออยู่ประมาณปีละ 20,000 ล้านบาท จากเดิมที่มีรายรับเข้ามาปีละ 25,000 ล้านบาท เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจ และการบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กยศ.ฉบับใหม่ ที่ทำให้ยอดหนี้ของผู้กู้ยืมลดลง หลังมีการคำนวณใหม่ การชําระเงินคืนจึงลดน้อยลง

“การของบฯในครั้งนี้ กยศ.ต้องการที่จะนำไปสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาด้วยการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาแก่นักเรียนหรือนักศึกษา รวมไปถึงการให้เงินสำหรับคนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งจะมีเงินค่าเบี้ยเลี้ยงให้รายเดือน อยู่ที่เดือนละ 3,000 บาท ตรงนี้ก็จะไปกระตุ้นเศรษฐกิจได้ด้วย”

อย่างไรก็ตาม ทาง กยศ.เองก็พยายามจัดหาเงินรายรับเข้ามาเพิ่มเติมอยู่เสมอ ไม่ว่าจะมาจากการชำระหนี้ของลูกหนี้ปกติ หรือการกระตุ้นให้เกิดการชำระหนี้มากขึ้น ซึ่งในวันที่ 5 ก.ค. 2568 นี้ จะเป็นวันครบรอบการชำระหนี้ กยศ.รายปี ก็คาดหวังว่าจะมีเงินไหลเวียนกลับเข้ามาในระบบและสามารถปล่อยกู้ยืมได้มากขึ้น

ผู้จัดการ กยศ.กล่าวด้วยว่า จากที่กรณี กยศ.ประกาศชะลอการหักเงินเดือนผู้กู้ยืมรายเดือน ในส่วนที่เพิ่มขึ้นอีก 3,000 บาทออกไป โดยเลื่อนออกไปให้มีผลตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2568 เพื่อให้ผู้กู้มีโอกาสได้ชําระเงินด้วยตัวเองนั้น

อย่างไรก็ตาม ก็อยากเชิญชวนให้ผู้กู้ที่ยังมีหนี้ค้างชำระ มาใช้สิทธิในการปรับโครงสร้างหนี้กับกองทุน ซึ่งจะช่วยลดภาระและได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ เพื่อจะได้รับการขยายระยะเวลาผ่อนชำระหนี้ออกไปยาวขึ้นสูงสุดถึง 15 ปี เหมือนทําสัญญาใหม่และปลดภาระผู้ค้ำประกันทันที

ก่อนหน้านี้ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ในฐานะประธานการประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ภายใต้กรอบวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท ระบุว่า ที่ผ่านมา ยังไม่ได้ข้อสรุปโครงการที่ขอใช้เงิน เพราะต้องพิจารณาอย่างละเอียด เพื่อให้โครงการเข้าเงื่อนไข 4 กลุ่มเป้าหมายที่กำหนด ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้แก่ 1.โครงสร้างพื้นฐาน 2.ด้านน้ำและคมนาคม 3.การพัฒนาภาคการท่องเที่ยว ลดผลกระทบภาคการส่งออก 4.เศรษฐกิจชุมชน

ขณะที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ระบุว่า การพิจารณาโครงการ ต้องดูอย่างละเอียดรอบด้าน โดยเฉพาะเมื่อมีข้อเสนอมากกว่า 10,000 โครงการ ขณะที่วงเงินที่มีอยู่จริงมีเพียง 1.57 แสนล้านบาท จากยอดคำขอกว่า 400,000 ล้านบาท ทำให้คณะกรรมการต้องพิจารณาอย่างเข้มข้นและคัดเลือกโครงการที่เหมาะสมที่สุด

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่มีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธาน ได้พิจารณาแผนงานและคำของบประมาณภายใต้กรอบวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจระยะสั้นของรัฐบาลเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว

หลังจากนี้เตรียมนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่มีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในการประชุมวันที่ 18 มิ.ย.นี้ และนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 24 มิ.ย. ต่อไป

“คาดว่าบอร์ดชุดใหญ่น่าจะพิจารณาเห็นชอบในวันเดียวเลย และนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. นัด 24 มิ.ย.นี้เลย เพื่อเร่งเบิกจ่ายให้ทันสิ้นปีงบประมาณ 2568 หรือ 30 ก.ย.นี้ และเพื่อให้โครงการสามารถเริ่มต้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเร็ว”

“อย่างไรก็ตาม แม้ว่าวงเงินที่วางกรอบไว้จะอยู่ที่ 1.57 แสนล้านบาท แต่การพิจารณาใช้งบฯ ครั้งนี้ไม่ได้พิจารณาเต็มวงเงิน ส่วนรายละเอียดว่าใช้งบฯ จำนวนเท่าใด หรือกับโครงการใดบ้าง ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ โดยขอให้เรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการชุดใหญ่เสียก่อนจึงจะสามารถแถลงรายละเอียดอย่างเป็นทางการได้อีกครั้ง”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กยศ.ขอแบ่งงบฯ 1.57 แสนล้าน เติมสภาพคล่อง-ปล่อยกู้นักศึกษาปี2568

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...