กยศ.ขอแบ่งงบฯ 1.57 แสนล้าน เติมสภาพคล่อง-ปล่อยกู้นักศึกษาปี2568
กยศ.เสนอของบฯกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม 1.1 หมื่นล้านบาท จากวงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้าน ชี้นำมาใช้ปล่อยกู้ให้ “นักเรียน-นักศึกษา” ที่ผ่านคุณสมบัติเพิ่มเติมในปีการศึกษา 2568 หนุนช่วยเหลือกลุ่มขาดแคลนทุนทรัพย์ 3,000 บาท/เดือน ฟากคลังกลั่นกรองโครงการใช้เงิน 1.57 แสนล้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว ชงบอร์ดชุดใหญ่ “นายกฯ” เป็นประธานเคาะ 18 มิ.ย.นี้ คาดชง ครม.ไฟเขียวได้ 24 มิ.ย.
ดร.นันทวัน วงศ์ขจรกิตติ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตามที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2568 มีมติเห็นชอบแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 งบฯกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยทาง กยศ.ได้เสนอขอใช้งบฯกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าว วงเงิน 11,588 ล้านบาท เพื่อนำมาให้กู้ยืมแก่นักเรียน นักศึกษาที่ผ่านคุณสมบัติ ในปีการศึกษา 2568 นี้
“ตอนนี้ยังไม่ทราบตัวเลขงบประมาณที่จะได้รับจัดสรร เนื่องจากยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งหาก กยศ.ได้รับงบฯจำนวนดังกล่าว จะสามารถให้กู้ยืมได้ตามแผนงานและกรอบวงเงินที่วางแผนไว้ โดยดำเนินให้กู้ยืมกับนักเรียน นักศึกษาที่มีคุณสมบัติตามที่กองทุนกำหนดไว้”
สำหรับปีการศึกษา 2568 ทางกองทุนได้ตั้งเป้าหมายในการให้กู้ยืมแก่นักเรียน นักศึกษาอยู่ที่ 630,000 ราย โดยที่ผ่านมา กยศ.ได้เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณปี 2568 ไว้ที่วงเงิน 1.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2568 ได้อนุมัติงบฯกลางให้จำนวน 2,838 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาด้วยการให้เงินกู้ยืม ซึ่งเมื่อผ่านกระบวนการแปรญัตติแล้ว กยศ.จะมีเงินอยู่ที่ประมาณ 7,400 ล้านบาท
นอกจากนี้ ปัจจุบันรายรับของ กยศ.ลดลงเหลืออยู่ประมาณปีละ 20,000 ล้านบาท จากเดิมที่มีรายรับเข้ามาปีละ 25,000 ล้านบาท เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจ และการบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กยศ.ฉบับใหม่ ที่ทำให้ยอดหนี้ของผู้กู้ยืมลดลง หลังมีการคำนวณใหม่ การชําระเงินคืนจึงลดน้อยลง
“การของบฯในครั้งนี้ กยศ.ต้องการที่จะนำไปสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาด้วยการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาแก่นักเรียนหรือนักศึกษา รวมไปถึงการให้เงินสำหรับคนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งจะมีเงินค่าเบี้ยเลี้ยงให้รายเดือน อยู่ที่เดือนละ 3,000 บาท ตรงนี้ก็จะไปกระตุ้นเศรษฐกิจได้ด้วย”
อย่างไรก็ตาม ทาง กยศ.เองก็พยายามจัดหาเงินรายรับเข้ามาเพิ่มเติมอยู่เสมอ ไม่ว่าจะมาจากการชำระหนี้ของลูกหนี้ปกติ หรือการกระตุ้นให้เกิดการชำระหนี้มากขึ้น ซึ่งในวันที่ 5 ก.ค. 2568 นี้ จะเป็นวันครบรอบการชำระหนี้ กยศ.รายปี ก็คาดหวังว่าจะมีเงินไหลเวียนกลับเข้ามาในระบบและสามารถปล่อยกู้ยืมได้มากขึ้น
ผู้จัดการ กยศ.กล่าวด้วยว่า จากที่กรณี กยศ.ประกาศชะลอการหักเงินเดือนผู้กู้ยืมรายเดือน ในส่วนที่เพิ่มขึ้นอีก 3,000 บาทออกไป โดยเลื่อนออกไปให้มีผลตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2568 เพื่อให้ผู้กู้มีโอกาสได้ชําระเงินด้วยตัวเองนั้น
อย่างไรก็ตาม ก็อยากเชิญชวนให้ผู้กู้ที่ยังมีหนี้ค้างชำระ มาใช้สิทธิในการปรับโครงสร้างหนี้กับกองทุน ซึ่งจะช่วยลดภาระและได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ เพื่อจะได้รับการขยายระยะเวลาผ่อนชำระหนี้ออกไปยาวขึ้นสูงสุดถึง 15 ปี เหมือนทําสัญญาใหม่และปลดภาระผู้ค้ำประกันทันที
ก่อนหน้านี้ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ในฐานะประธานการประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ภายใต้กรอบวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท ระบุว่า ที่ผ่านมา ยังไม่ได้ข้อสรุปโครงการที่ขอใช้เงิน เพราะต้องพิจารณาอย่างละเอียด เพื่อให้โครงการเข้าเงื่อนไข 4 กลุ่มเป้าหมายที่กำหนด ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้แก่ 1.โครงสร้างพื้นฐาน 2.ด้านน้ำและคมนาคม 3.การพัฒนาภาคการท่องเที่ยว ลดผลกระทบภาคการส่งออก 4.เศรษฐกิจชุมชน
ขณะที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ระบุว่า การพิจารณาโครงการ ต้องดูอย่างละเอียดรอบด้าน โดยเฉพาะเมื่อมีข้อเสนอมากกว่า 10,000 โครงการ ขณะที่วงเงินที่มีอยู่จริงมีเพียง 1.57 แสนล้านบาท จากยอดคำขอกว่า 400,000 ล้านบาท ทำให้คณะกรรมการต้องพิจารณาอย่างเข้มข้นและคัดเลือกโครงการที่เหมาะสมที่สุด
นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่มีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธาน ได้พิจารณาแผนงานและคำของบประมาณภายใต้กรอบวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจระยะสั้นของรัฐบาลเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว
หลังจากนี้เตรียมนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่มีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในการประชุมวันที่ 18 มิ.ย.นี้ และนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 24 มิ.ย. ต่อไป
“คาดว่าบอร์ดชุดใหญ่น่าจะพิจารณาเห็นชอบในวันเดียวเลย และนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. นัด 24 มิ.ย.นี้เลย เพื่อเร่งเบิกจ่ายให้ทันสิ้นปีงบประมาณ 2568 หรือ 30 ก.ย.นี้ และเพื่อให้โครงการสามารถเริ่มต้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเร็ว”
“อย่างไรก็ตาม แม้ว่าวงเงินที่วางกรอบไว้จะอยู่ที่ 1.57 แสนล้านบาท แต่การพิจารณาใช้งบฯ ครั้งนี้ไม่ได้พิจารณาเต็มวงเงิน ส่วนรายละเอียดว่าใช้งบฯ จำนวนเท่าใด หรือกับโครงการใดบ้าง ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ โดยขอให้เรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการชุดใหญ่เสียก่อนจึงจะสามารถแถลงรายละเอียดอย่างเป็นทางการได้อีกครั้ง”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กยศ.ขอแบ่งงบฯ 1.57 แสนล้าน เติมสภาพคล่อง-ปล่อยกู้นักศึกษาปี2568
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net