โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฟอสซิลไดโนเสาร์ยังคงอยู่ให้เห็นได้อย่างไร? แม้เหล่ากิ้งก่ายักษ์จะสูญพันธุ์ไปแล้วเมื่อหลายล้านปีก่อน

Manager Online

เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 13.55 น. • MGR Online

“ฟอสซิลไดโนเสาร์” เป็นหนึ่งในหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าในยุคดึกดำบรรพ์หลายล้านปีก่อน “ไดโนเสาร์” ได้มีชีวิตอยู่บนโลกของเราจริง และฟอสซิลไดโนเสาร์ยังถือเป็นพื้นฐานของจินตนาการและการคาดเดารูปลักษณ์และลักษณะการใช้ชีวิตของเหล่ากิ้งก่ายักษ์ชนิดต่างๆ เมื่อครั้งยังมีชีวิต

“ไดโนเสาร์” เป็นสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่งที่เคยอาศัยอยู่บนโลกของเราและสูญพันธุ์ไปเมื่อหลายล้านปีมาแล้วในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องฟอสซิล ได้ค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์มานานแล้ว หลังจากฟอสซิลของสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ที่ได้ค้นพบกันมานานเป็นที่รู้จักแพร่หลาย จึงได้มีการตั้งชื่อไดโนเสาร์ครั้งแรกเมื่อ ค.ศ.1841 ในการประชุมของสมาคมวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าในประเทศอังกฤษ โดย ศาสตราจารย์ริชาร์ด โอเวน (Richard Owen)

คำว่า “ไดโนเสาร์” (dinosaur) มาจากภาษากรีก โดยคำว่า ”ไดโน” (deinos) แปลว่าน่ากลัวมาก และ ”ซอรอส” หมายถึงสัตว์เลื้อยคลาน

แม้ว่าเหล่ากิ้งก่ายักษ์จะสูญพันธุ์ไปแล้วเมื่อหลายล้านปีก่อน แต่ปัจจุบันก็ยังมีการค้นพบฟอสซิลของไดโนเสาร์อยู่ในหลายพื้นที่ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยเราเองก็ยังมีการค้นพบด้วยเช่นกัน และคำถามที่มักจะพบบ่อยคือ การที่เหล่าสัตว์เลื้อยคลานยักษ์ได้สูญพันธุ์ไปเมื่อหลายสิบล้านปีก่อน แต่ทำไมฟอสซิลของสัตว์เหล่านี้ยังคงอยู่

อ่าน :ปักหมุด 5 พิกัด ตะลุยดินแดนไดโนเสาร์ ตามรอยหนัง “Jurassic World”

นักธรณีวิทยาได้อธิบายว่า เมื่อไดโนเสาร์ตาย ส่วนอ่อนๆ เช่น เนื้อและหนังจะเน่าเปื่อยหลุดไป แต่ส่วนที่แข็ง เช่น กระดูก - ฟัน จะถูกโคลนและทรายทับถมเอาไว้ กระบวนการทางธรรมชาตินี้ ถูกเรียกว่ากระบวนการ Permineralization หรือการแทนที่ของเซลล์ต่างๆ ด้วยแร่ธาตุจนกลายสภาพเป็นก้อนหินที่คงรูปร่างของสิ่งมีชีวิตและถ้าการทับถมของโคลนทรายเกิดขึ้นอย่าวรวดเร็วก็จะคงเรียงรายต่อกันในตำแหน่งที่มันเคยอยู่เป็นโครงร่าง แต่หากการทับถมเกิดขึ้นอย่าง ช้าๆ กระดูกก็จะมีโอกาสถูกทำให้กระจัดกระจายปะปนกัน

การทับถมของโคลนทรายทำให้อากาศและออกซิเจนซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเติบโตของแบคทีเรียไม่สามารถเข้าถึง ซากได้ ขณะเดียวกันน้ำและโคลนที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ เช่น แคลไซต์ เหล็กซัลไฟด์และซิลิก้า จะค่อยๆ ซึมเข้าไปในเนื้อกระดูก อุดตันโพรงและช่องว่างที่มีอยู่ ทำให้กระดูกเหล่านั้นแกร่งขึ้น สามารถรับน้ำหนักของหิน ดิน ทรายที่ทับถมต่อมาภายหลังได้ เมื่อเวลาผ่านไปกระดูกจะกลายเป็นหิน ซึ่งในส่วนของฟันจะยังคงรูปลักษณ์เดิมมากว่ากระดูกเนื่องจากฟันเป็นส่วนที่แข็งที่สุด จากกระบวนการทางธรรมชาติที่น่ามหัศจรรย์นี้ จึงทำให้เราได้เห็นฟอสซิลของไดโนเสาร์ในปัจจุบัน แม้ว่าเวลาจะผ่านมานานนับหลายสิบล้านปีก็ตาม

และเนื่องจากไดโนเสาร์ส่วนใหญ่มีชีวิตอยู่ในช่วงยุค Triassic ถึง Cretaceous หรือประมาณ 245 - 65 ล้านปีก่อน ฟอสซิลของไดโนเสาร์จึงถูกพบอยู่ในชั้นหินตะกอนที่สะสมตัวบนบกในช่วงยุค Triassic ถึง Cretaceous ซึ่งเป็นช่วงเวลาทางธรณีวิทยาที่เรียกว่า มหายุคมีโซโซอิก (Mesozoic) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ยุคกลางของสัตว์เลื้อยคลาน"

ฟอสซิลไดโนเสาร์ที่พบในปัจจุบันเป็นหลักฐานสำคัญที่บอกเล่าเรื่องราวสภาพแวดล้อมของโลกในอดีตของโลก และยังช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาและทำความเข้าใจให้ได้ทราบถึงชนิดรูปลักษณ์และวิวัฒนาการในช่วงระยะเวลาที่ไดโนเสาร์ยังมีชีวิตอยู่อีกด้วย

ข้อมูล - รูปอ้างอิง

- - - - - - - - - - - - - - -

- dmr.go.th (กรมทรัพยากรธรณี)

- theprincipia.co (dinosaur fossil)

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...