โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ปรากฏการณ์ 'Money Flood' ในตลาด ETF ไต้หวัน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 06 ก.ค. 2568 เวลา 19.44 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 02.05 น.

นักลงทุนแห่เข้าซื้อกองทุนหุ้นแบบ Exchange-Traded Fund (ETF) ที่จดทะเบียนในไต้หวันจนเกิดปรากฏการณ์ "Money Flood" หรือการไหลเข้าของเงินลงทุนอย่างล้นหลาม โดยดึงดูดเงินลงทุนมากกว่า 1.94 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2025 ตามข้อมูลจาก Bloomberg Intelligence

นอกจากนี้ จำนวนเงินลงทุนที่ไหลเข้าไต้หวันในปีนี้ยังมีมูลค่ามากกว่าเม็ดเงินที่ไหลเข้าเกาหลีใต้และจีน (1.73 หมื่นล้านดอลลาร์) รวมกัน ซึ่งเป็นจำนวนที่ใกล้เคียงกับปี 2024 แสดงให้เห็นถึงอัตราการเติบโตที่รวดเร็วอย่างไม่เคยมีมาก่อน

แรงขับเคลื่อนจากนักลงทุนรายย่อย

สาเหตุหลักของการไหลเข้าของเงินลงทุนมาจากพลังของนักลงทุนรายย่อยในประเทศ Eddie Cheng หัวหน้าเจ้าหน้าที่ลงทุนของ Cathay Securities Investment Trust อธิบายว่า"การไหลเข้าสู่ Taiwan stock ETFs มักเพิ่มขึ้นเมื่อตลาดปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนท้องถิ่นชอบซื้อในช่วงที่ราคาตกต่ำ" ขณะเดียวกันยังเป็นผลจากการที่นักลงทุนหนีจากการลงทุนในสินทรัพย์ดอลลาร์และหันมาลงทุนในหุ้นไต้หวันแทน

นักลงทุนรายย่อยไต้หวันประมาณ 2 ล้านคนเข้าร่วมในแผนการลงทุนแบบสมทบเงินคงที่เป็นประจำ ซึ่งทำให้มีเม็ดเงินประมาณ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือ 519 ล้านดอลลาร์ เข้าสู่Taiex ETFs ทุกเดือนตามที่ Julian Liu ประธานกรรมการ Yuanta Securities Investment Trust กล่าวไว้

ความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งคือความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน โดยเฉพาะ Taiwan Semiconductor Manufacturing Company(TSMC) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก น่าสนใจว่า ETF หุ้นที่มีสัดส่วนสินทรัพย์ภายใต้การดูแล (AUM) ลงทุนใน TSMC เกือบ 60% ของมูลค่าพอร์ตทั้งหมดและมีเงินไหลเข้าทั้งหมด 6.2 พันล้านดอลลาร์ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดในภูมิภาคสำหรับปี 2025

มากไปกว่านั้น การลดค่าธรรมเนียมและการแบ่งหุ้นที่ทำให้ราคาลดลงสำหรับนักลงทุนรายย่อยยังเป็นปัจจัยที่ช่วยดึงดูดเงินลงทุนเพิ่มขึ้น

ภาพรวมตลาดไต้หวันยังแข็งแกร่งแม้เงินทุนต่างชาติไหลออก

แม้ว่านักลงทุนต่างชาติจะขายสุทธิหุ้นไต้หวันไป 3 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ ซึ่งเป็นจำนวนมากอันดับสี่ของเอเชีย แต่ดัชนี Taiex กลับลดลงเพียงประมาณ 2% เท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของการสนับสนุนจากนักลงทุนในประเทศ

การฟื้นตัวของดอลลาร์ไต้หวันยังช่วยผลักดันการลงทุนในสกุลเงินท้องถิ่น โดยมีกระแส"Sell America" หรือการขายสินทรัพย์อเมริกันที่เป็นแรงผลักดันความคาดหวังให้เกิดการเติบโตเพิ่มเติม

การไหลออกของเงินลงทุนจากประเทศอื่นในเอเชีย

ในขณะที่ไต้หวันเป็นจุดหมายของเงินลงทุน หลายประเทศในเอเชียกลับประสบปัญหาการไหลออกของเงินลงทุนจาก ETF ตามข้อมูลจาก Bloomberg Intelligence ยกตัวอย่างเช่น “ประเทศไทย” ประสบการไหลออกสุทธิ 100 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ฮ่องกงมีการไหลออกมากกว่าคือ 700 ล้านดอลลาร์

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการหมุนเวียนของเงินลงทุนในภูมิภาคเอเชีย โดยนักลงทุนหันไปมองหาโอกาสใหม่ในตลาดที่มีศักยภาพสูงกว่า เช่น ไต้หวันที่มีพื้นฐานทางเทคโนโลยีแข็งแกร่ง รวมทั้งในประเทศไทยยังเผชิญกับความผันผวนจากปัจจัยในประเทศอย่างการเมืองที่ผันผวนจากการที่ล่าสุดนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ถูกศาลสูงสุดสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวขณะสอบสวนเรื่องคลิปเสียงหลุดกับผู้นำของกัมพูชาว่าผิดจริยธรรมหรือไม่

แนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง

สินทรัพย์รวมในตลาด ETF ของไต้หวันเพิ่มขึ้น 64% มาอยู่ที่ 6.4 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวันในปีที่แล้ว และปัจจุบันอยู่ในอันดับสามของภูมิภาค ผู้เชี่ยวชาญจาก Bloomberg Intelligence คาดการณ์ว่าการไหลเข้าที่แข็งแกร่งนี้จะดำเนินต่อไป โดยตลาดรายย่อยที่พัฒนาแล้วและนักลงทุนที่มีความรู้ความเข้าใจด้านการลงทุนของไต้หวันจะช่วยให้ ETF ท้องถิ่นเติบโตได้เร็วกว่าส่วนอื่นของภูมิภาค

หน่วยงานกำกับดูแลยังใช้มาตรการเพื่อกระตุ้นภาคการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเพิ่งอนุมัติ ETF ข้ามตลาดระหว่างไต้หวันและญี่ปุ่น ซึ่งอนุญาตให้ผลิตภัณฑ์สามารถจดทะเบียนในทั้งสองตลาดได้

ในขณะเดียวกัน นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อ ETF ของไต้หวันนี้เพื่อเก็งกำไรจากดอลลาร์ท้องถิ่น ขณะที่ธนาคารกลางกำลังขอความเห็นเกี่ยวกับแผนการเข้มงวดการซื้อสกุลเงินโดยนักลงทุนหุ้นต่างชาติ

จากข้อมูลที่อธิบายมาทั้งหมด “ตลาดไต้หวัน” จึงกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดเงินลงทุนในภูมิภาคเอเชียขณะที่ประเทศอื่นรวมทั้งไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายในการรักษาเงินลงทุนในตลาดกองทุนของตนเอง

อ้างอิง: Bloomberg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...