โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

แยกไม่ออก AI ป่วนตลาดแรงงาน ใบสมัครเกินครึ่งใช้ ChatGPT

Techhub

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 13.25 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 13.25 น.

โลกของการจ้างงานกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อเรซูเม่ที่เราคุ้นเคยกันมานานอาจกำลังจะหมดความหมายลงอย่างช้าๆ เพราะ AI ได้เข้ามาป่วนตลาดแรงงาน

เกิดอะไรขึ้น?

ทุกวันนี้ บริษัทต่างๆ กำลังจมอยู่กับกองทัพใบสมัครงานที่สร้างโดย AI จำนวนมหาศาล ข้อมูลล่าสุดจาก The New York Times ระบุว่า แพลตฟอร์มอย่าง LinkedIn มีการส่งใบสมัครสูงถึง 11,000 ครั้งต่อนาที เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 45%

สาเหตุหลักมาจากเครื่องมือ AI อย่าง ChatGPT ที่ช่วยให้ผู้หางานสามารถสร้างเรซูเม่ AI ที่ปรับแต่งให้เข้ากับรายละเอียดของแต่ละตำแหน่งงานได้อย่างสมบูรณ์แบบในเวลาไม่กี่วินาที แค่ใส่คำสั่งง่ายๆ AI ก็สามารถดึงคีย์เวิร์ดทั้งหมดที่บริษัทต้องการมาใส่ในเรซูเม่ได้ทันที ทำให้การส่งใบสมัครที่เคยเป็นเรื่องต้องใช้ความพยายามและความตั้งใจจริง กลายเป็นแค่เกมตัวเลขที่ใครส่งเยอะกว่าก็มีโอกาสมากกว่า

ปัญหานี้หนักหน่วงถึงขั้นที่ว่า บางบริษัทต้องยกเลิกประกาศรับสมัครงานไปเลย เพราะมีใบสมัครส่งเข้ามาเป็นพันๆ ฉบับสำหรับตำแหน่งเดียว แต่กลับหาผู้สมัครที่เหมาะสมจริงๆ ได้ยาก เพราะใบสมัครส่วนใหญ่มีหน้าตาและเนื้อหาคล้ายกันไปหมด จนแยกไม่ออกว่าใครมีความสามารถจริงหรือใครแค่ใช้บอทสมัครงาน

สงครามบอท ในโลกการจ้างงาน

สถานการณ์ปัจจุบันได้ทวีความรุนแรงจนกลายเป็นสงครามเทคโนโลยี ระหว่างผู้สมัครงานและฝ่ายบุคคล (HR)

ฝั่งผู้สมัครใช้ AI สมัครงาน เพื่อสร้างเรซูเม่และส่งใบสมัครจำนวนมากโดยอัตโนมัติ บางคนถึงกับยอมจ่ายเงินให้ AI Agent ทำหน้าที่หาและสมัครงานแทนทั้งหมด

ฝั่งบริษัท เมื่อถูกถล่มด้วยใบสมัครจำนวนมาก ก็ต้องหันมาใช้ เครื่องมือ AI สำหรับ HR เพื่อช่วยคัดกรองใบสมัครเช่นกัน ตัวอย่างเช่น ร้านอาหาร Chipotle ใช้แชทบอท AI ที่ชื่อว่า Ava Cado ช่วยลดเวลาในกระบวนการจ้างงานได้ถึง 75%

สุดท้ายแล้ว กระบวนการนี้จึงกลายเป็นเครื่องจักรคุยกับเครื่องจักร โดยที่มนุษย์แทบไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กันอย่างแท้จริง

ความเสี่ยงที่มากกว่าแค่ใบสมัครล้นระบบ

นอกเหนือจากปริมาณใบสมัครแล้ว การใช้ AI ในการสมัครงาน ยังมาพร้อมกับความเสี่ยงอื่นๆ ที่น่ากังวลเช่น

1.การฉ้อโกงและตัวตนปลอม มีการใช้ AI เพื่อสร้างโปรไฟล์ปลอมในการสมัครงาน และคาดการณ์ว่าภายในปี 2028 ผู้สมัครงาน 1 ใน 4 อาจเป็นตัวตนปลอม

2.การใช้อุบายเพื่อหลอกระบบ โดยมีการค้นพบเทคนิคซ่อนข้อความหรือคำสั่งที่มองไม่เห็นไว้ในใบสมัคร เพื่อหลอกระบบคัดกรองของ AI โดยที่ฝ่ายบุคคลไม่สามารถตรวจจับได้

3.อคติของ AI ระบบ AI ที่ใช้คัดกรองก็ยังมีอคติไม่ต่างจากมนุษย์ โดยมักจะให้น้ำหนักกับชื่อของผู้สมัครที่เป็นผู้ชายผิวขาวมากกว่า ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาการเลือกปฏิบัติและประเด็นทางกฎหมายได้

เมื่อเรซูเม่ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดความสามารถหรือความตั้งใจที่แท้จริงอีกต่อไป อนาคตของการจ้างงาน อาจต้องหันไปพึ่งพาวิธีการที่ AI เลียนแบบได้ยาก เช่น

– การทดสอบแก้ปัญหาเฉพาะหน้า (Live Problem-Solving)

– การพิจารณาจากแฟ้มผลงาน (Portfolio Review)

– การให้ทดลองงานในระยะสั้น (Trial Work Periods)

ที่มา

arstechnica


⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวัน

กดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...