บลจ.กรุงศรี เปิดตัว KFCHINA-T10PLUS ลงทุนหุ้นเทคจีนตัวท็อป
บลจ.กรุงศรี ส่งกองทุนใหม่ KFCHINA-T10PLUS ลงทุนหุ้นเทคจีนตัวท็อปจากดัชนี Hang Seng Tech Index ชี้ราคาหุ้นไม่แพง พื้นฐานแกร่ง เสนอขายครั้งแรก 14 - 23 ก.ค.นี้
นายศิระ คล่องวิชา ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มการลงทุน บลจ.กรุงศรี เปิดเผยว่า บริษัทฯได้ออก กองทุนเปิดกรุงศรี China Tech 10 Plus (KFCHINA-T10PLUS) มีนโยบายลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีจีนที่เป็นผู้นำในตลาดครบทุกด้านในจังหวะที่ภาพรวมหุ้นเทคจีนน่าลงทุน
โดยมีปัจจัยสนับสนุนแข็งแกร่ง มีสัญญาณการฟื้นตัวจากหุ้นขนาดใหญ่และกำไรของตลาดเทคโนโลยีจีนยังคงอยู่ในระดับสูงสุดและมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการที่จีนเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ครอบคลุมธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
ราคาหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีจีนปรับลดลงจนถึงจุดที่น่าสนใจ ขณะเดียวกันกำไรต่อหุ้นเพิ่มสูงขึ้นและยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น ดัชนี Hang Seng Tech Index ปัจจุบันมี P/E Ratio ประมาณ 16 เท่า ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีและต่ำกว่าหุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ถึง 44% (ที่มา: Bloomberg ณ วันที่ 20 มิ.ย. 68)
แม้ว่ากำไรต่อหุ้นจะปรับตัวสูงขึ้นและยังคงมีทิศทางเติบโต แต่ดัชนีนี้ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดในปี 2021 ถึง 54% (ที่มา: Bloomberg ณ วันที่ 20 มิ.ย. 68) คาดการณ์ว่ากำไรของบริษัทจีนจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยเฉลี่ย 2.5% ต่อปี และหากนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน อัตราการเติบโตอาจเพิ่มขึ้นเป็น 9% ต่อปี (ที่มา : Wind, Bloomberg, Goldman Sachs Global Investment Research ณ 17 ก.พ. 68)
นอกจากนี้ สัดส่วนการถือครองหุ้นจีนอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบหลายปี โดยมีทิศทางปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นโลกตั้งแต่ปี 2020 ปัจจุบันการถือครองหุ้นจีนมีเพียง 4.6% ทำให้มีโอกาสที่เม็ดเงินลงทุนต่างชาติจะไหลเข้ามาลงทุนมากขึ้น
ในขณะเดียวกันบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของจีนก็ได้เพิ่มการซื้อหุ้นคืนอย่างต่อเนื่อง จากที่มีมูลค่าต่ำกว่า 20 พันล้านหยวนในปี 2562 เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 300 พันล้านหยวนในปี 2567 และยังมีแนวโน้มที่จะซื้อหุ้นคืนเพิ่มขึ้นอีกรวมกว่า 64.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ที่มา: Company Filings, Bloomberg Intelligence ณ 13 พ.ค. 68) ซึ่งสะท้อนถึงทิศทางบวกจากการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนที่ผ่อนคลายนโยบายและสนับสนุนภาคเอกชนมากขึ้น
กองทุน KFCHINA-T10PLUS มีกลยุทธ์การเลือกหุ้นที่ผ่านเกณฑ์สูงสุดตามเกณฑ์ Rule-based โดยคัดเลือกให้เหลือเพียง 10-11 บริษัท และจัดสรรน้ำหนักการลงทุนในหุ้นแต่ละตัวเท่าๆ กัน ลดการพึ่งพาหุ้นตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไป เพื่อกระจายความเสี่ยงควบคู่ไปกับเพิ่มโอกาสรับการเติบโตจากทุกบริษัท
นอกจากนี้กองทุนฯยังมีการทบทวนพอร์ตเป็นรายไตรมาสเพื่อรักษาน้ำหนักในแต่ละหลักทรัพย์ให้ใกล้เคียงพอร์ตการลงทุนเป้าหมาย รวมถึงการลงทุนใน Hang Seng Tech ETF บางส่วน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทดแทนการถือครองเงินด้วย
ตัวอย่างหุ้นที่คาดว่าจะลงทุน
- Xiaomi ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ดิจิทัล ทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งในด้านรายได้และกำไรในปี 2024 มีส่วนแบ่งตลาดสูงในหลายประเทศ เช่น อินเดีย อินโดนีเซีย ละตินอเมริกา และแอฟริกา
- Tencent ผู้นำด้านเกมส์และโซเชียลมีเดีย โดยธุรกิจเกมออนไลน์มีรายได้หลักที่เติบโตสูงถึง 24% ในจีน
- Alibaba ยักษ์ใหญ่ E-Commerce และ Cloud Computing ซึ่งมีนโยบายซื้อหุ้นคืนมูลค่า 11.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และจ่ายเงินปันผลรวม 4.6 พันล้านดอลลาร์
- SMIC บริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของจีนโดยมีลูกค้าหลักคือ Huawei ที่มีจุดแข็งจากการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่
- MEITUAN แอปสั่งอาหารยอดนิยมในจีนที่ครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 70% ในจีนและขยายธุรกิจใหม่ในต่างประเทศอย่างรวดเร็ว เช่น ซาอุดีอาระเบียและฮ่องกง
- JD.COM บริษัท E-Commerce ชั้นนำ ด้านค้าปลีก มีรายได้สุทธิในไตรมาสแรกปี 2025 เพิ่มขึ้น 15.8% เป็น 301.1 พันล้านหยวน และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 36.8% เป็น 10.5 พันล้านหยวน เป็นต้น” (ที่มา : Bloomberg ณ 4 มิ.ย. 68)