โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ดอลลาร์สหรัฐ” ร่วงหนักสุดรอบ 52 ปี หวั่นกระทบบทบาทในระบบการเงินโลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 09.35 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 02.35 น.

ครึ่งปีแรกของปี 2025 "ดอลลาร์สหรัฐ" ร่วงลงกว่า 10.7% เทียบกับสกุลเงินหลัก หนักสุดรอบ 52 ปี ขณะธนาคารกลางทั่วโลกเร่งซื้อทองคำแทนการถือครองดอลลาร์ หวั่นกระทบบทบาทในระบบการเงินโลก

วันที่ 8 กรกฎาคม 2568 เวลา 02.18 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า หลังผ่านครึ่งปีแรกด้วยผลการดำเนินงานที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงเผชิญแรงกดดันหลายด้าน ซึ่งอาจส่งผลต่อกลยุทธ์การลงทุนในช่วงครึ่งปีหลัง

ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ร่วงลง 10.7% เทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ ของโลกจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน ทำให้ครึ่งปีแรกของปี 2025 กลายเป็นช่วงที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 1973 ปีที่นิกสันประกาศยุติระบบอิงทองคำของ Bretton Woods โดยดอลลาร์ร่วงลงถึงระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2022

และทิศทางในอนาคตก็อาจไม่สดใสขึ้นนัก เหตุผลสำคัญคือ ปัจจัยลบหลายประการ เช่น ความผันผวนของนโยบาย เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีหนี้และขาดดุลงบประมาณสูง ตลอดจนความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจลดดอกเบี้ย ยังคงอยู่ในความสนใจของนักลงทุนที่มองหาสินทรัพย์ปลอดภัยทางเลือกอื่น

Art Hogan หัวหน้านักยุทธศาสตร์ตลาดจาก B. Riley Wealth Management กล่าวว่า “หลายปัจจัยที่เกิดขึ้นอาจถึงเวลาที่ต้องเกิด และนักเทรดค่าเงินก็มีเหตุผลมากพอจะกังวลว่าอะไรจะเป็นปัจจัยกระตุ้นต่อไป”

และเสริมว่า“สามารถเช็กได้หลายประเด็น: สหรัฐมีการขาดดุลงบประมาณอย่างหนัก และไม่มีฝ่ายใดในสภาคองเกรสที่อยากหยุดมัน, เรากำลังแยกตัวออกจากพันธมิตร ทั้งทางการทหารและการค้า, มีตัวกระตุ้นเชิงลบมากพอ และเมื่อโมเมนตัมเริ่มขึ้นแล้ว มันยากจะหยุดได้”

แน่นอนว่าการอ่อนค่าของดอลลาร์เริ่มขึ้นตั้งแต่กลางเดือนมกราคม และมีเพียงบางช่วงที่ดูเหมือนจะชะลอลงเท่านั้น ช่วงกลางเดือนเมษายน ดอลลาร์ดีดตัวขึ้นเล็กน้อยจากความหวังว่า มาตรการภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์จะไม่รุนแรงอย่างที่คาด แต่โดยรวมแล้ว ทิศทางยังคงเป็นขาลง

ผลกระทบต่อตลาด

แม้ดอลลาร์จะอ่อนค่าลง แต่ก็ไม่ได้ส่งผลลบต่อหุ้นโดยตรง กว่า 40% ของรายได้จากบริษัทในดัชนี S&P 500 มาจากตลาดต่างประเทศ การที่ดอลลาร์อ่อนค่าจึงช่วยให้การส่งออกของสหรัฐมีราคาถูกลง ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในช่วงสงครามการค้าที่ยืดเยื้อ

อย่างไรก็ตามการอ่อนค่าของดอลลาร์ก็ได้จุดชนวนการพูดถึงจุดจบของความเป็นพิเศษของอเมริกา และอำนาจครองโลกของดอลลาร์อีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ พุ่งเข้าใกล้ 30 ล้านล้านดอลลาร์ และขาดดุลงบประมาณปี 2025 มีแนวโน้มแตะ 2 ล้านล้านดอลลาร์

หากสินทรัพย์ของสหรัฐ เช่น ดอลลาร์และพันธบัตรรัฐบาลสูญเสียสถานะนำในเวทีโลก อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น

ในอีกด้าน ธนาคารกลางทั่วโลกก็เริ่มหันมาซื้อทองคำในอัตราเฉลี่ย 24 ตันต่อเดือน ตามรายงานของ World Gold Council ซึ่งถือเป็นการหันหลังให้กับสินทรัพย์สหรัฐ โดยทองคำมีผลงานครึ่งปีแรกดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 1979

Lawson Winder นักวิเคราะห์จาก Bank of America ระบุว่า “เราเชื่อว่าธนาคารกลางซื้อทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงสำรองเงินตรา ลดการพึ่งพาดอลลาร์ และป้องกันความไม่แน่นอนด้านเงินเฟ้อและเศรษฐกิจ …นี่คือแนวโน้มที่เราคิดว่าจะดำเนินต่อไป โดยเฉพาะเมื่อมีความไม่แน่นอนเรื่องภาษีสหรัฐ และความกังวลเกี่ยวกับขาดดุลงบประมาณ”

Daniel Von Ahlen นักกลยุทธ์มาโครอาวุโส กล่าวว่า “การโจมตีธนาคารกลางสหรัฐฯ ของทรัมป์ และความตั้งใจอย่างเปิดเผยของรัฐบาลในการทำให้ค่าเงินอ่อนลง ยิ่งตอกย้ำมุมมองนั้น …ค่าเงินดอลลาร์ยังคงมีมูลค่าสูงเกินจริงตามดัชนี FX ส่วนใหญ่… เมื่อมีปัจจัยลบรายล้อมดอลลาร์เช่นนี้ ทำไมจะไม่คาดหวังให้ดอลลาร์กลายเป็นสินทรัพย์ที่ต่ำกว่ามูลค่าจริง? เราจึงยังคงเปิดชอร์ตดอลลาร์ในหลายรายการลงทุนของเรา”

ในขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐก็อาจเพิ่มแรงกดดันให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงอีก หากเดินหน้าลดดอกเบี้ยตามคาดในครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ตามผลกระทบจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินอาจคาดการณ์ได้ยาก เพราะเมื่อ Fed เคยลดดอกเบี้ยในปี 2024 ค่าเงินดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตรกลับพุ่งขึ้นแรง

ความหวังการฟื้นตัว

ทั้งนี้ไม่ใช่ทุกฝ่ายที่เชื่อว่าดอลลาร์จะอ่อนค่าต่อเนื่อง โดยนักวิเคราะห์บางคนมองว่าทิศทางนี้อาจกลับตัวได้ Thomas Matthews หัวหน้าฝ่ายตลาดเอเชียแปซิฟิกของ Capital Economics กล่าวว่า การที่ตลาดหุ้นสหรัฐฟื้นตัวล่าสุด สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์สหรัฐ โดยมองว่าการอ่อนค่าของดอลลาร์อาจเป็นเพียงผลของการแข็งค่าของสกุลเงินอื่น รวมถึงการเปลี่ยนกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยง

ทางด้าน Wells Fargo ก็เชื่อว่าความกังวลเกี่ยวกับดอลลาร์เกินจริง Jennifer Timmerman นักวิเคราะห์จาก Wells Fargo ระบุว่า “จากการวิเคราะห์เชิงสถิติของเรา บทบาทของดอลลาร์ยังคงเป็นแกนกลางของการค้าและการเงินโลก และยังห่างไกลจากการถูกลดความสำคัญลง”

พร้อมเสริมว่า “เรามองว่าดอลลาร์ยังมีข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างอย่างลึกซึ้ง เช่น ระบบกฎหมายที่น่าเชื่อถือ ความโปร่งใส และตลาดการเงินที่มีสภาพคล่องสูง ซึ่งทำให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่สกุลเงินอื่นเป็นเรื่องที่ยากและต้องใช้เวลานาน โดยเฉพาะเมื่อสกุลเงินทางเลือกเหล่านั้นก็มีจุดอ่อนของตนเอง”

ด้านสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อวันจันทร์ว่า ความผันผวนของค่าเงินไม่ได้ถือว่าอยู่นอกเหนือธรรมชาติ

อย่างไรก็ตามการที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลพุ่งสูงขึ้น ก็เป็นสัญญาณว่าความกังวลต่อดอลลาร์และสินทรัพย์สหรัฐยังคงอยู่

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...