ปรับมุมมองความงามใหม่ สู่สุขภาพดีทั้งกาย ใจ และโลกใบนี้ กับ คุณหมอรวงข้าว – พญ.ณัฐฐามณี สิริภคพันธ์
Hello Magazine Thailand
อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 14.05 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 03.32 น. • HELLO! Magazine Thailandสำหรับ พญ.ณัฐฐามณี สิริภคพันธ์(ว.35780) หรือ คุณหมอรวงข้าว ที่หลายท่านอาจเคยรู้จักคุณหมอจากการเป็นจักษุแพทย์ผู้ชำนาญ แห่ง Lovely Eye & Skin Clinic แต่ทราบกันหรือไม่ว่า คุณหมอเป็นหนึ่งในคนที่ใช้ชีวิตในไลฟ์สไตล์ของ Vegan เต็มตัว คือ ไม่รับประทานอาหารที่มาจากสัตว์ รวมทั้งเนย นม ไข่ หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์ และนี่ก็เป็นหนึ่งในรหัสความงาม ที่เกิดขึ้นจากระบบภายใน รวมไปถึงพลังภายในของจิตใจที่มีความเมตตา เข้าใจตนเอง และเลือกใช้ชีวิตบนพื้นฐานของการไม่เบียดเบียนผู้อื่นอย่างแท้จริง เราจึงจะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจกับคอนเซ็ปต์การมองความงามแบบยั่งยืน ผ่านสายตาของคุณหมอรวงข้าวกัน
จุดเริ่มต้นมุมมองชีวิตแบบใหม่
“ตอนเด็กๆ ไม่รู้เลยค่ะว่าเรามีสิทธิ์เลือกว่าจะกินอะไร” คุณหมอรวงข้าว เริ่มเล่าถึงจุดเปลี่ยนเมื่อครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้ขับรถผ่านรถบรรทุกหมู และรู้สึกสะเทือนใจแบบที่อธิบายไม่ถูก“เราเห็นสัตว์กำลังจะถูกพาไปโรงฆ่าสัตว์ แล้วรู้สึกว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่เราจะยอมรับได้อีกต่อไป” นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเลือกใช้ชีวิตในแบบที่ไม่เบียดเบียน ไม่เพียงแค่เรื่องอาหาร แต่หมายถึงทุกอย่างที่สัมผัสชีวิตประจำวัน
“พอเราโตขึ้น มีครอบครัว มีลูก เราก็เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ศึกษาเรื่องโภชนาการจริงจังว่าเราจะทำอาหารยังไงให้ลูกกินแล้วดีต่อร่างกาย ทั้งหมดมันก็เลยทำให้เราค่อยๆ เปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการกินอาหารไปเลย จนตอนนี้ใส่ใจเรื่องสุขภาพการกินค่อนข้างมากเลยค่ะ“
จากจุดเปลี่ยน สู่ความเข้าใจในตัวเองและผู้อื่น
คุณหมอรวงข้าวใช้เวลาศึกษาเรื่องโภชนาการจนเข้าใจว่าการบริโภคจากพืชสามารถให้สารอาหารที่ครบถ้วน ไม่เพียงแต่เพียงพอ แต่ยังส่งผลดีอย่างเห็นได้ชัดต่อทั้งผิวพรรณ ระบบขับถ่าย ความใสของดวงตา และที่สำคัญคือจิตใจที่สงบนิ่งมากขึ้น
“เราเริ่มเห็นว่าจริงๆ แล้วเนื้อสัตว์มีความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังหลายอย่าง โดยเฉพาะพวกยาปฏิชีวนะ หรือเนื้อแดงที่อาจเชื่อมโยงกับโรคมะเร็ง รวมถึงกระบวนการเลี้ยงสัตว์อุตสาหกรรมที่เต็มไปด้วยความโหดร้าย ทั้งหมู ไก่ หรือแม้แต่อาหารทะเลที่ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม เช่น อวนจับปลาที่กลายเป็นขยะทะเล และยังคร่าชีวิตสัตว์น้ำอื่นๆ ด้วย พอเราคิดถึงจุดนี้ ก็เริ่มลดจนงดอย่างจริงจัง”
ไม่เพียงแค่กับตัวเอง แต่คุณหมอยังเลือกทำอาหารให้ครอบครัวทุกมื้อ เพื่อควบคุมคุณภาพและถ่ายทอดคุณค่าความเข้าใจเรื่องอาหารแก่ลูกๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป
“ช่วงแรกๆ ก็มีหลุดบ้างค่ะ เวลาเห็นของน่าทานอย่างเบเกอรี่ที่มีไข่มีนม แต่พอเราชัดเจนกับสิ่งที่เราเลือก ก็หันมาทำขนมเองแบบวีแกน ศึกษาเรื่องสารอาหารให้ครบ ทั้งโปรตีน กรดอะมิโน ไขมันดี ให้ครอบครัวกินด้วย สามีตอนนี้ก็เป็นมังสวิรัตค่ะ ลูกๆ ก็วีแกนตามคุณแม่”
สารอาหารที่ส่งผลต่อความงาม
ในฐานะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและดวงตา คุณหมอรวงข้าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของสารอาหารจากธรรมชาติ โดยสามารถจำแนกออกโดยอย่างง่าย โดยคุณหมอได้จำแนกออกมาเป็นสามประเภท และเล่าให้เราฟังว่า
“อาหารจากพืชมันเป็นซูเปอร์ฟู้ดเลยนะคะ โดยเฉพาะสำหรับสายตา อย่างพวกเบอร์รี่ ฟักทอง แครอท หรือเมล็ดแฟลกซ์ เมล็ดเจีย ซึ่งมีโอเมก้า 3 และเบต้าแคโรทีนสูง แถมยังช่วยบำรุงผิวด้วย เพราะในผักผลไม้มีน้ำสูง ช่วยให้เซลล์ชุ่มชื้น ลดการอักเสบจากเนื้อสัตว์ได้ดี”
“อาหารจากพืชมีแอนตี้ออกซิแดนท์และวิตามินสูงมากค่ะ ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ ซี หรืออี พวกนี้ช่วยเรื่องผิวพรรณโดยตรง รวมถึงผักที่มีน้ำเยอะก็ช่วยเติมน้ำให้เซลล์ ลดความเสื่อมของเซลล์จากการอักเสบของเนื้อสัตว์ได้ด้วย และยังช่วยเรื่องรอบดวงตาให้ดูสดใสขึ้น”
เราจึงขอสรุปมาเป็นคัมภีร์ให้ทุกท่านคร่าวๆ ไว้
กลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants)
อาหารในกลุ่มนี้ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ปกป้องดวงตาจากความเครียดออกซิเดชัน ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของโรคทางสายตา
- ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น บลูเบอร์รี่ แบล็กเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ – อุดมด้วยวิตามินซี แอนโธไซยานิน และฟลาโวนอยด์
- ผักสีเข้มและสด เช่น คะน้า เคล – เต็มไปด้วยลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) ซึ่งช่วยกรองแสงสีฟ้า
- มันเทศสีม่วง บีทรูท – อุดมด้วยสารเบตาไซยานินและโพลีฟีนอลที่ช่วยต้านการอักเสบ
กลุ่มซูเปอร์ฟู้ด (Superfoods)
อาหารที่อัดแน่นด้วยสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุในปริมาณสูง มีบทบาทสำคัญในการบำรุงสุขภาพดวงตา
- แครอท – แหล่งของเบต้าแคโรทีน ช่วยเสริมสร้างการมองเห็นในที่มืด
- ฟักทอง – วิตามินเอสูง มีทั้งลูทีนและเบต้าแคโรทีน
- ผักโขม – เต็มไปด้วยลูทีน ซีแซนทีน เหล็ก และวิตามินบี
- เมล็ดแฟลก เมล็ดเจีย เมล็ดงาขี้ม่อน – แหล่งของกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่จำเป็นต่อการหล่อลื่นดวงตาและลดอาการตาแห้ง
กลุ่มอาหารจากพืชที่มีแอนตี้ออกซิแดนท์และวิตามินสูง
กลุ่มนี้เน้นอาหารจากพืชที่เสริมภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ และส่งเสริมสุขภาพโดยรวมของดวงตา
- พืชหลากสี – เช่น พริกหวานแดง บรอกโคลี ข้าวโพดม่วง – ช่วยลดความเสี่ยงโรคจอประสาทตาเสื่อม
- ผลไม้หลากสี – เช่น มะม่วง ส้ม องุ่นแดง – มีวิตามินซี วิตามินเอ และสารฟลาโวนอยด์
- ถั่วเปลือกแข็ง – เช่น อัลมอนด์ วอลนัต – อุดมด้วยวิตามินอีและไขมันดี
ความงามที่ยั่งยืน
แนวทางนี้ของ คุณหมอรวงข้าว ไม่ได้จบแค่เรื่องอาหาร แต่ยังขยายไปสู่การเลือกใช้สิ่งของรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องสำอาง ไปจนถึงไลฟ์สไตล์โดยรวม
“พอเปลี่ยนอาหารแล้ว เราก็มองไปถึงไลฟ์สไตล์ เสื้อผ้า ของใช้ เครื่องหนังที่มาจากสัตว์ เราเลิกใช้หมดค่ะ ทั้งขนสัตว์ หนังเอ็กโซติก หนังวัว หนังงู จระเข้ และไหม เพราะทุกอย่างล้วนมีที่มาจากความทุกข์ของสัตว์ เราหันไปเลือกวัสดุที่เป็นมิตรกับธรรมชาติและไม่เบียดเบียนสิ่งมีชีวิตอื่นแทน”
ความงามของคุณหมอรวงข้าวจึงไม่ใช่ภาพลักษณ์ แต่คือแสงบางอย่างที่เปล่งออกมาจากความสงบในใจ การมีความสุขกับทางเลือกของตัวเอง และการใช้ชีวิตอย่างรับผิดชอบต่อโลก
“ความงามที่ยั่งยืนคือความสุขจากการไม่เบียดเบียนใคร ทั้งมนุษย์ สัตว์ และธรรมชาติ และเมื่อเรามีความสุขนั้นอยู่ในใจ ผิวเราจะดี ดวงตาจะเป็นประกาย และเราจะดูสวยในแบบที่ไม่ต้องพยายามเลยค่ะ”
พญ.ณัฐฐามณี สิริภคพันธ์
และนั่นคือสิ่งที่ HELLO! เชื่อว่าเป็น “ความงามในแบบที่เราเลือกได้” สุขภาพดีทำให้เราสวยจากภายใน สะท้อนออกมาผ่านแววตา รอยยิ้ม และพลังบวกที่ส่งต่อให้คนรอบตัวเราได้อย่างแท้จริง ความงามที่แท้จริงคือความรู้สึกเพียงพอกับตัวเอง ไม่เบียดเบียน สวยด้วยความเข้าใจ และสุขภาพดีอย่างยั่งยืน
ขอขอบคุณสถานที่ SEASONS – Ekkamai | Luxury Imported Furniture Showroom