โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.15 แสนล้านบาท ทำอะไรบ้าง ใครได้ประโยชน์

Amarin TV

เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 07.38 น.
ครม.ไฟเขียวแพคเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.15 แสนล้านบาท ออก 4 มาตรการหลัก คาดว่าช่วยหนุน GDP ไทยได้ 0.4% เกิดการจ้างงานมากกว่า 7 ล้านคน

ในช่วงเวลาที่รัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งความขัดแย้งทางการเมือง สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง และสงครามการค้าระหว่างประเทศ ย่อมส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวลงอยู่แล้ว ให้มีความเสี่ยงแย่ลงไปอีก
ทำให้มีความจำเป็นต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐดิจด้วยงบประมาณที่จำกัด โดยครม. วันนี้อนุมัติงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวน 115,375 ล้านบาท จากกรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท ที่ในอดีตเคยจะใช้ในการโครงการแจกเงินดิจิทัล

เงิน 1.15 แสนล้านบาท ถูกนำไปทำอะไรบ้าง?

เม็ดเงินจำนวนนี้ถูกกระจายออกเป็น 4 ด้านหลัก ๆ โดยเน้นให้เกิดผลลัพธ์รวดเร็วผ่านโครงการที่สามารถดำเนินการได้ทันที เพื่อสร้างการจ้างงาน กระจายรายได้ และทำให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจ

1. โครงสร้างพื้นฐาน – 85,000 ล้านบาท ถือเป็นเม็ดเงินก้อนใหญ่ที่สุดในชุดมาตรการนี้ แบ่งออกเป็น

  • โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ – 39,136 ล้านบาท ใช้ในการพัฒนาน้ำอุปโภคบริโภค ฟื้นฟูแหล่งน้ำ ป้องกันน้ำท่วม และเพิ่มพื้นที่เกษตรน้ำฝน
  • โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม – 45,864 ล้านบาท เน้นซ่อมแซมถนนในพื้นที่เมืองรอง เชื่อมโยงเส้นทางการเกษตร-ท่องเที่ยว และแก้จุดเสี่ยงคอขวดด้านจราจร

2. การท่องเที่ยว – 10,053 ล้านบาท

พัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและความปลอดภัย รวมถึงส่งเสริมกิจกรรมกระตุ้นการใช้จ่าย เพื่อดึงดูดทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

3. ช่วยเหลือภาคส่งออกและเพืิ่มผลิตภาพการผลิต – 11,122 ล้านบาท

เน้นบรรเทาผลกระทบจากสงครามการค้า โดยเฉพาะแรงงานในภาคอุตสาหกรรมดิจิทัลและการเกษตร โดยแบ่งงบออกเป็น
-ด้านดิจิตอล 962 ล้านบาท
-ลดผลผลกระทบแรงงาน 10,000 ล้านบาท
-ด้านการเกษตร 160 ล้านบาท

4. เศรษฐกิจชุมชนและพัฒนาทุนมนุษย์ – 9,201 ล้านบาท

รวมถึงกองทุนหมู่บ้าน และการยกระดับคุณภาพการศึกษาผ่านงบพัฒนาทุนมนุษย์อีกกว่า
- พัฒนาเศรษฐกิจชุมชน 1560 ล้านบาท
-กองทุนหมู่บ้าน 4000 ล้านบาททุน
-ทุนมนุษย์ด้านการศึกษา 3641 ล้านบาท

ประชาชนได้อะไรจากโครงการนี้?

รัฐบาลชี้ว่าผลที่ประชาชนจะได้รับคือ “คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” ทั้งในแง่การมีน้ำสะอาดใช้ เดินทางสะดวกขึ้น ถนนปลอดภัยมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม-ภัยแล้ง ผลผลิตทางการเกษตรดีขึ้น และการขนส่งทำได้สะดวกกว่าเดิม ส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้นตามมา

ขณะเดียวกัน ภาคการท่องเที่ยวก็จะได้ประโยชน์จากเมืองที่ปลอดภัย น่าเที่ยว ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ

ภาคธุรกิจและแรงงานก็ไม่ถูกละเลย โดยเฉพาะในกลุ่ม SME และอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า โครงการนี้จะช่วยรักษาการจ้างงานราว 100,000 ตำแหน่ง และส่งผลโดยรวมต่อการจ้างงานทั่วประเทศกว่า 7 ล้านคน

อีสานได้มากสุด! แม้เงินกระจายทั่วประเทศ

แม้จะกระจายเม็ดเงินทั่วประเทศ แต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ได้รับงบประมาณมากสุด รองลงมาคือ กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้

คาดการณ์ผลต่อเศรษฐกิจ หนุน GDP 0.4%

ผลทางเศรษฐกิจโดยรวมของมาตรการนี้ คาดว่าจะช่วยดัน GDP ได้ราว 0.4% ในระยะสั้น ซึ่งแม้จะไม่มาก แต่ถือเป็นทางเลือกที่ “รัฐบาลทำเป็นทางผ่านไม่ได้” เพราะในภาวะที่เศรษฐกิจไทยกำลังอ่อนแรง ภาคส่งออกชะลอตัว การบริโภคยังไม่ฟื้น และโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งสงคราม การเมืองระหว่างประเทศ และภัยธรรมชาติ หากรัฐบาลไม่ขยับในเวลานี้ เศรษฐกิจไทยอาจถดถอยลึกยิ่งกว่าเดิม ดังนั้น เงิน 1.15 แสนล้านบาทนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการประคองประเทศให้อยู่รอดในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...