โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดราม่าร้อน “ครีมบูสบูส” สู่จุดแตกหัก: จากยุติสัญญาด้วยดี สู่การโต้ตอบผ่านโซเชียล นาราเครปกระเทย VS มายดาว เจ้าของแบรนด์ ใครเริ่มก่อน?

tvpoolonline.com

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 11.41 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 04.41 น. • TV Pool

บทสรุปดราม่า “ครีมบูสบูส” ที่พลิกผันจากความเข้าใจผิด สู่การโต้ตอบไปมาระหว่าง “นารา เครปกระเทย” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง และ “มายดาว เดี๋ยวรู้จัก” เจ้าของแบรนด์ หลังนาราประกาศยุติบทบาทการทำงานกับแบรนด์ ซึ่งหลายคนเข้าใจมาโดยตลอดว่า “บูสบูส” คือแบรนด์ของเธอ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ “นารา เครปกระเทย” ผู้ที่สร้างปรากฏการณ์ “บูสบูส” ให้กลายเป็นไวรัลและติดปากคนไทย ด้วยคอนเทนต์และไลฟ์สดสุดปัง ได้ประกาศยุติบทบาทการทำงานกับแบรนด์ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการจากกันด้วยดีในตอนแรก แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของดราม่าใหญ่

จุดเริ่มต้นของความเข้าใจผิดและปมปัญหา:

* นารายันขาดทุน 8 แสน: หลังจากยุติบทบาท นาราได้ออกมาไลฟ์เปิดใจถึงสาเหตุว่า “บูสบูสมันถึงจุดอิ่มตัวแล้ว” โดยอ้างว่าได้เงินจากแบรนด์มา 2.5 ล้านบาท ซึ่งเมื่อหักลบค่าใช้จ่ายในการลงทุนทำคอนเทนต์, ไวนิล, แจกไอโฟน, มอเตอร์ไซค์, ค่าเดินทาง และอื่นๆ รวม 3.3 ล้านบาท ทำให้เธอขาดทุนไป 8 แสนบาท พร้อมยืนยันทำไปเพราะรัก และไม่ได้คำชมใดๆ นอกจากผ้าหลุยส์ 1 ผืน กับเงิน 1 แสนบาท

* FC เข้าใจผิด ถล่มแบรนด์: คำบอกเล่าของนาราทำให้แฟนคลับบางส่วนเข้าใจผิด คิดว่านาราเป็นเจ้าของแบรนด์ และแบรนด์เอาเปรียบนารา จึงพากันเข้าไปคอมเมนต์โจมตีแบรนด์ อาทิ “จะไม่อุดหนุนถ้านาราไม่โฆษณาต่อ” หรือ “อ้าว ไม่ใช่เจ้าของเหรอ งั้นเลิกใช้จ้า”

* มายดาวโพสต์น้อยใจ: “มายดาว เดี๋ยวรู้จัก” เจ้าของแบรนด์บูสบูส ได้ออกมาโพสต์ถึงผลกระทบจากคอมเมนต์ของแฟนคลับนาราว่า “จากใจนะ ตอนแรกคิดว่าจะจ้างต่อเยอะๆ เพราะไม่เคยคิดว่าจะหยุดจ้างเลยค่ะ แต่เม้นด่าทุกเม้นทำให้คิดหนัก” ทำให้หลายคนมองว่ามายดาวกำลังแขวะนารา

* นาราตั้งคำถาม: นาราได้โพสต์ตั้งคำถามกลับว่า “พี่มายดาว โพสแขวะหนูทำไมคะ” และแสดงความกังวลว่าการโพสต์ลักษณะนี้จะทำให้เจ้าของแบรนด์รายอื่นไม่กล้าจ้างงานเธอ

การโต้ตอบผ่านโซเชียลมีเดีย:

หลังจากนั้น ดราม่าก็ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อทั้งสองฝ่ายมีการโต้ตอบผ่านโซเชียลมีเดีย โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

* มายดาวยืนยัน FC นาราด่าแบรนด์: มายดาวตอบโต้ว่า “ใครโพสแขวะนารา มีแต่เอฟซีนารา ด่าแบรนด์ไม่หยุด 3 วันแล้ว” และยืนยันว่าแฟนคลับนาราเข้าใจผิดว่าแบรนด์เอาเปรียบนารา

* นาราไม่เข้าใจว่าโดนด่าตอนไหน: นาราถามกลับว่า “ด่าตอนไหนคะ เอามาพูดเลยคะ” โดยมายดาวระบุว่า “ทั้งตต ทุกโพส เกือบทุกเม้น ทุกคนเข้าใจว่าแบรนด์เอาเปรียบนารา นารา ทำงานขาดทุน ไปอ่านดูก็ได้ค่ะ ทุกคนเข้าใจแบบนี้ และเอฟซีก็ด่า ว่าแบรนด์ได้ดีและถีบหัวส่ง”

* ประเด็นการยกเลิกสัญญา: มายดาวโพสต์อีกว่า “เรื่องของเรื่องอีกอย่างคือ บอกทีมงานว่าห้ามขัดใจนารา ไม่ว่านารา ต้องการอะไร หรือจะเอาอะไร บอกโอเคให้หมด” และระบุว่า “นาราบอกทีมงานว่าต้องการยกเลิกงานที่เหลือทั้งหมด ไม่ทำแล้ว ทีมงานบอกว่า โอเครค่ะ”

ไลฟ์สดของนารา และการคุยกับ “ลี่” ตัวกลาง:

นาราได้ออกมาไลฟ์สดเพื่อชี้แจงประเด็นต่างๆ โดยสรุปได้ดังนี้:

* คาดหวังการโทรจากเจ้าของแบรนด์: นารากล่าวว่า เธอพยายามทำการตลาดให้แบรนด์อย่างเต็มที่ และเมื่อยุติสัญญา เธอคาดหวังว่าเจ้าของแบรนด์จะโทรมาพูดคุยและเสนอให้จ้างงานต่อ แต่กลับมีการโพสต์ลักษณะนี้

* กลัวไม่มีงาน: เธอแสดงความกังวลว่าการทะเลาะกับเจ้าของแบรนด์จะทำให้ไม่มีใครกล้าจ้างงานเธอ และยืนยันว่าการไลฟ์ครั้งนี้เพื่อปกป้องตัวเอง

* ปมค้างคาใจ: นาราเผยว่าน้อยใจที่ไม่เคยได้รับคำชมในการทำงาน และเมื่อยุติสัญญา มายดาวก็ไม่โทรกลับมา

* ประเด็น Hermès และการ “ลองใจ”: มีประเด็นเรื่องกระเป๋า Hermès ราคา 8 แสนบาท ที่นาราอ้างว่าเป็นการ “ลองใจ” แบรนด์ ซึ่งฝั่ง “ลี่” ตัวกลางมองว่าเยอะเกินไป

* ยืนยันปกป้องแบรนด์: นารายืนยันว่าไลฟ์ก่อนหน้านั้นเธอปกป้องแบรนด์และชื่นชมมายดาวเสมอ

* การโต้ตอบกับลี่: ในช่วงหนึ่งของไลฟ์ นาราได้พูดคุยกับ “ลี่” ตัวกลาง โดยนาราตั้งคำถามว่า หากทำงานดี ทำไมไม่โทรมาเคลียร์ตอนยุติสัญญา และน้อยใจที่ลี่เร่งเรื่องการไลฟ์ แต่ไม่เคยถามไถ่เรื่องความเหนื่อย

* ยอมรับผิด: นาราจบการไลฟ์ด้วยการยอมรับผิดทุกอย่าง

บทสรุปเบื้องต้นและการขอโทษ:

หลังดราม่าบานปลาย นาราได้โพสต์ขอโทษทุกคน โดยระบุว่า “หนูขอโทษทุกคน ขอรับผิดไว้เพียงผู้เดียว ขอโทษพี่มายดาว พี่เอิร์ธ พี่ลี่ พี่เอิน และทุกคนที่เกี่ยวข้อง วอนแฟนคลับหยุดด่าแบรนด์ ขอยืนยันว่าทุกอย่างที่ทำไปเพราะรัก และตั้งใจ”

ขณะที่มายดาวก็ออกมาโพสต์ว่า “อยากให้ทุกคนรอก่อน ทุกอย่างมีหลักฐาน แนบทุกอย่างที่พูด ดาวไม่ใช่คนที่ไม่มีความรับผิดชอบแบบนั้นนะคะ ที่ผ่านมา ทำงานมา ไม่เคยเอาเปรียบใคร” ซึ่งต้องรอดูกันต่อไปว่าหลักฐานที่มายดาวกล่าวถึงคืออะไร และบทสรุปของดราม่า “ครีมบูสบูส” นี้จะจบลงอย่างไร

ข่าวที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...