โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สัมภาษณ์พิเศษ : PCE วางโรดแมปอนาคตธุรกิจ สร้างโรงงานเพิ่ม ลดต้นทุนการผลิต แตกไลน์บุกตลาด Consumer Product

Share2Trade

อัพเดต 23 พ.ค. 2568 เวลา 04.00 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2568 เวลา 03.53 น. • Share2Trade

ราคาปาล์มน้ำมันปีนี้มีทิศทางขาขึ้นเมื่อเทียบกับหลายๆปีที่ผ่านมา ซึ่งราคาที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลอย่างต่อธุรกิจ และแนวโน้มธุรกิจในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มอย่างไร เราไปติดตามมุมมองนี้ กับ นายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานปฏิบัติการ บมจ.เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (PCE) ผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มของไทย

PCE วางโรดแมป_สัมภาษณ์พิเศษ S2T (เว็บ)_0.jpg

ธุรกิจของ PCE

บริษัทประกอบธุรกิจโดยการเข้าถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจหลัก 4 ธุรกิจ ดังนี้

1) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์ม น้ำมันไบโอดีเซล และน้ำมันปาล์มโอเลอีนเพื่อการบริโภค ภายใต้แบรนด์ รินทิพย์

2) ธุรกิจให้บริการคลังสินค้าและท่าเทียบเรือ

3) กลุ่มธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าทางรถ

4) กลุ่มธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าทางเรือ

โดยมีบริษัทย่อย 5 แห่ง ได้แก่ 1.บริษัทนิวไบโอดีเซล จำกัด 2.บริษัท พี.เค.มารีน เทรดดิ้ง จำกัด 3.บริษัท พี.ซี.มารีน (1992) จำกัด 4.บริษัทปาโก้ เทรดดิ้ง จำกัด 5. บริษัท เพรชศรีวิชัย จำกัด

ความแข็งแกร่งของบริษัทหลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ

หุ้นของบริษัทเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย. 67 โดยเงินที่ได้รับจากการขายหุ้น นำมาลงทุนด้าน AI เพื่อช่วยคัดเลือกปาล์ม ลด Lose ของโรงกลั่นและโรงสกัด และบริษัทยังนำเงินบางส่วนไปสร้างโรงงาน ขยายกำลังการผลิต ให้มากกว่าเดิมอีก 1 เท่าตัว เพื่อรองรับผลปาล์มที่มีปริมาณมากขึ้น และนำเงินบางส่วนไปลงทุนในโรงสกัดใหม่ ที่เรามีเป้าหมายที่จะเพิ่มกำลังการผลิต

มองดีมานน้ำมันปาล์มในตลาด

ในตลาดมีความต้องการมากขึ้น เพราะน้ำมันปาล์ม เป็นส่วนประกอบในทุก sector Consumer เช่น การนำมาประกอบอาหาร เป็นพลังงาน ไบโอดีเซล เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอาง ซึ่งในทุกๆปีเกษตรกรไทยจะมีพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นปีละ 5% ทำให้เราเห็นว่าในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ผลผลิตของน้ำมันปาล์มจะมีปริมาณมากขึ้น ทำให้เราต้องเตรียมตัว โดยการสร้างโรงงาน เพื่อรองรับผลผลิตที่มากขึ้น และ เพื่อไม่ให้เสียโอกาส

เกี่ยวกับธุรกิจด้านการขนส่ง

แม้สงครามการค้าจะส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้า แต่ก็ไม่ได้มีผลกระทบต่อ PCE ในทางกลับกันกับเป็นผลดีที่บริษัทมีธุรกิจด้านโลจิสติกส์ของตัวเอง ทั้งด้านรถขนส่ง มีเรือส่งสินค้า มีคลังเก็บสินค้าของเราเอง ทำให้ธุรกิจยังเดินหน้าต่อไปได้

ปี 68 มีเป้าหมายอย่างไร

ปี 2568 คาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับ 30,000 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 10% โดยมีแนวโน้มว่าการส่งออกน้ำมันปาล์มไปจีน และอินเดียยังคงเป็นไปในทิศทางที่ดี และบริษัทฯ เตรียมแผนขยายกำลังการผลิต เน้นเพิ่มมูลค่าสินค้า เพิ่มช่องทางจัดจำหน่าย เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่มีมากขึ้น รวมถึงให้ความสำคัญกับการพัฒนากลยุทธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาปรับใช้ รวมถึงได้ให้ความสำคัญต่อการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

แนวทางการรับมือกับเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

ปัจจุบันสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง การทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำที่สุดเป็นสิ่งที่สำคัญต่อบริษัท ทำให้บริษัทมีแนวคิดที่จะเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบ ( Law Material) ภายในกลุ่มบริษัทให้แตะที่ 75% จากปัจจุบันที่มีแค่ 25% ซึ่งคาดว่าแนวทางเพิ่มสัดส่วน Law Material ของบริษัทจะเห็นภาพภายในปี2568

ขณะเดียวกันบริษัทกำลังสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่จังหวัดกระบี่ เราจะเน้นการใช้เครื่องจักรในการผลิตทำให้ใช้แรงงานคนลดลง และทำให้ต้นทุนเราลดลง โดยปัจจุบันบริษัทมีพนักงานทั้งหมดประมาณ 1,000 คน

ซึ่งมาร์เก็ตแชร์ของเราในตลาดอยู่ที่ 30-40% ซึ่งหากบริษัทมีการขยายโรงงานและเพิ่มกำลังการผลิตมากขึ้นในอนาคต คาดว่าจะทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดของเราเป็น 50%

การสร้างโรงงานใหม่จะลดต้นทุนได้เท่าไร

หากสร้างโรงงานใหม่ได้ จะทำให้ต้นทุนลดลงได้ประมาณ 5% จากปัจจุบัน เนื่องจากเป็นโรงงานที่ใช้แรงงานคนน้อยมาก จะเน้นเรื่องของออโตเมติก

การรับมือกับคู่แข่งของบริษัท

จริงๆเรื่องคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากปัจจุบัน yield ในการผลิตสินค้าเริ่มใกล้เคียงกันแล้ว จึงอยู่ที่ว่าวิธีการเก็บผลผลิตเป็นอย่างไร ซึ่งหากดูการบริหารของบริษัทในอินโดนีเซียจะเป็นผู้บริหารระดับGEN 3 แล้ว ซึ่งจะมีการทำงานน้อยลง แต่ในประเทศไทยยังเป็น GEN2 ทำให้การปลูกปาล์มในประเทศไทย ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังมีการขยายพื้นที่เพาะปลูกไปในภาคอื่น เช่นอีสาน จากเดิมที่มีการปลูกแค่ในภาคใต้

แผนการลงทุนในช่วง 3 ปีข้างหน้า

เราตั้งเป้าว่าใน 3 ปีข้างหน้า เราจะไปทางธุรกิจที่มีการนำผลผลิตปาล์มไปในการทำเกี่ยวกับ Food และConsumer ให้มากขึ้น และสินค้าที่มี High margin product แต่เนื่องจากบริษัทชำนาญในเรื่องของผลิตภัณฑ์ แต่ไม่เก่งในด้านการทำตลาด ดังนั้นอาจจะต้องหาพันธมิตรที่สามารถมาเสริมจุดอ่อนของกันและกัน

เรารับมือกับมาตรฐานการส่งออกไปต่างประเทศอย่างไร

แนวทางที่สำคัญได้แก่

1. การปรับตัวให้เป็นไปตามมาตรฐานการส่งออกไปต่างประเทศ

2. ส่งออกน้ำมันใช้แล้ว ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดในยุโรป

3. ทำกิจกรรม CSR กับชุมชน เพื่อให้เกษตรกรมีการปรับตัวมากขึ้นให้เป็นตามมาตรฐานการส่งออก โดยบริษัทมีการสนับสนุนงบประมาณในการปรับปรุง

สำหรับตลาดส่งออกไปสหรัฐอเมริกา

เราวางแผนไว้อีกประมาณ 3 ปี จะส่งออกสินค้าที่มีการต่อยอดไปสหรัฐฯ หลังจากที่ปัจจุบันบริษัทสร้างโรงสกัดเสร็จ เพื่อทำให้ต้นทุนลดลง โดยการส่งออกเราจะเน้นไปในสินค้าประเทศ ส่วนผสมเครื่องสำอาง หรือส่วนผสมของยาง ส่วนผสมในอาหาร เช่น ช็อคโกแลต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...