โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

DSI นำตัว 5 ผู้ต้องหาปลูกยางพาราในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าสองฝั่งลำน้ำแควน้อย กว่า 270 ไร่ ส่งพนักงานอัยการ

สยามรัฐ

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 13.07 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 13.07 น.

DSI นำตัว 5 ผู้ต้องหาปลูกยางพาราในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าสองฝั่งลำน้ำแควน้อย จังหวัดพิษณุโลก รวมเนื้อที่กว่า 270 ไร่ ส่งพนักงานอัยการ

วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษพันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้ พันตำรวจตรี ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้พันตำรวจตรี นิมิตร พรหมมา รองผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ นำสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษพร้อมด้วยตัวผู้ต้องหารวมจำนวน 5 คน ไปยัง พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากสถานีตำรวจภูธรวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ได้ส่งสำนวนคดีอาญาที่ 300/2563 กรณีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอวัดโบสถ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันตรวจยึดพื้นที่เป็นป่ารกร้างและมีต้นยางพาราในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าสองฝั่งลำน้ำแควน้อย จำนวน 2 แปลง โดยแปลงที่ 1เนื้อที่ 191-1-04 ไร่ แปลงที่ 2 เนื้อที่ 67-2-36 ไร่ เป็นสำนวนคดีไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิด โดยเห็นว่าคดีดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 จึงส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการ ซึ่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้อนุมัติให้สืบสวน ทำการสอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 19/2566 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ทำการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานจนทราบตัวผู้กระทำความผิดจึงได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหา เป็นกรณีต่างคนต่างกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระ และแยกเป็นรายคดี

พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ทำการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว มีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหานายรังสรรค์ (สงวนนามสกุล) ในคดีพิเศษที่ 19/2566 นายสมปอง (สงวนนามสกุล) ในคดีพิเศษที่ 39/2568 และนายสวัสดิ์ (สงวนนามสกุล) กับพวก รวม 3 คน ในคดีพิเศษที่ 40/2568 ในความผิดฐานยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ เก็บหาของป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฐานก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือ หรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ 2484 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มูลค่าความเสียหายของรัฐ รวมจำนวน 9,842,828.00 บาท จึงนำตัวผู้ต้องหาจำนวน 5 คน พร้อมสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษทั้งสามคดี ส่งพนักงานอัยการเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาการบุกรุกทำลายป่าไม้ ทั้งในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ หรือที่ดินของรัฐ เนื่องจากการทำลายทรัพยากรป่าไม้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศ อันนำมาซึ่งสภาวะ โลกร้อน ปัญหาอุทกภัย และอื่น ๆ ดังนั้น หากประชาชนพบเห็นการบุกรุกทำลายป่า สามารถแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิดดังกล่าวได้ที่กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือเว็บไซต์กรมสอบสวนคดีพิเศษ www.dsi.go.th หรือ สายด่วน กรมสอบสวนคดีพิเศษ โทร. 1202 (โทรฟรีทั่วประเทศ)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...